
'กลุ่ม40สว.'ดาหน้าถล่ม'นิคม'บ้าอำนาจ
'กลุ่ม40ส.ว.' ดาหน้าถล่ม 'นิคม' บ้าอำนาจ หลังสั่งงดประชุมวุฒิฯ 10 ก.ย. ชี้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว จวกหนุนเร่งแก้รธน.ที่มาส.ว.หวังไม่ต้องลาออกปธ.วุฒิฯ
9 ก.ย.56 ในการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกหารือ โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ขอฝากถึงนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาว่า ขณะนี้ประชาชน 90% อยากให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องปากท้อง แต่วุฒิสภากลับกีดกันไม่ให้มีการปรึกษาหารือ มีการนัดประชุมหลายครั้งก็เป็นประโยชน์ส่วนตนของประธานวุฒิสภา และยังให้ยกเลิกการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจประธานวุฒิสภางดประชุมเพื่อนำเวลามาประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนตัว ทำเหมือนวุฒิสภาเป็นสมบัติส่วนตัว ทำตามอำเภอใจ และรัฐธรรมนูญก็แก้ให้ประธานวุฒิสภาเองลงสมัคร ส.ว.ต่อได้โดยไม่ต้องลาออกจากตำแหน่งประธานวุฒิ เพราะแก้มาตรา 5 (9) ผู้สมัครส.ว.ต้องไม่เป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หมายความว่าให้ประธานวุฒิสภาไม่ต้องลาออกก่อนลงสมัครส.ว.ในรอบหน้าได้
ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ตนเคยชื่นชมประธานวุฒิสภาที่มีการประชุมวุฒิสัปดาห์ละ 2 วัน ทำให้การพิจารณาวาระค้างหมดไป รายงานของคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ที่ไปศึกษาเสียงบประมาณจำนวนมากนั้นยังไม่ได้รายงานต่อที่ประชุมวุฒิสภา ดังนั้นการประชุม 2 วันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ที่ผ่านมาไม่เคยมีการประชุมครั้งไหนที่จะมาเบียดบังเวลาการประชุมวุฒิสภาได้ อีกทั้งการจะเปลี่ยนเวลาการประชุมประธานวุฒิสภาต้องหารือกับรองประธานวุฒิสภาทั้ง 2 คน ต้องให้เกียรติกัน เพราะการทำงานของวุฒิมีความเป็นอิสระ แตกต่างจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาไม่ได้เป็นอาณานิคมของใครแม้ประธานจะชื่อนิคมก็ตาม ขอให้ทบทวนการเบียดบังเวลาการประชุมของวุฒิสภาด้วย
นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภา 8 วัน 8 คืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ฉุกละหุก นัดประชุมทุลักทุเล เป็นประโยชน์ของนักการเมืองไม่เกิน 3 พันคน แต่ประชาชนไม่ได้อะไรเลย ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีใครบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องเร่งแก้ไขให้เสร็จ มีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น และการลงมติก็ส่อว่าอาจจะขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการหักดิบ ขัดหลักความชอบธรรม ความโปร่งใส ตนมองว่าเป็นเสียงข้างมากที่ฉ้อฉลจะพากันไปลงนรก
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การประชุมวุฒิสภาถูกยกเลิกมาหลายครั้ง ทำให้มีเรื่องที่ค้างการพิจารณา 160 กว่าเรื่อง แล้วนำเวลาไปประชุมร่วมแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เราจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง ประธานวุฒิสภากำลังใช้อำนาจที่ไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ นอกจากนี้ ยังมีการระบุอีกว่าหากการประชุมร่วมรัฐสภาไม่เสร็จก็จะมีการเรียกประชุมไปเรื่อยๆ ซึ่งตนมองว่าประธานฯไม่สามารถใช้อำนาจตามอำเภอใจได้
ขณะที่นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา กล่าวว่า วุฒิสภาจะต้องหารือถึงการบริหารการประชุมวุฒิสภาเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ของตัวเอง ส.ว.ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของสภาผู้แทนราษฎรที่สั่งนัดประชุมร่วมรัฐสภาได้ตามอำเภอใจ เพราะส.ว.มีหน้าที่ในการกลั่นกรอง ตรวจสอบ ควบคุมการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่เครื่องมือของผู้ใดที่ใช้ทำประโยชน์เพื่อตัวเอง แต่เป็นประโยชน์ของส่วนรวม แต่ปัญหาของประเทศนั้นกลับถูกละเลย ไม่ได้รับการแก้ไข
'ส.ว.' จี้ 'ปธ.วุฒิ' เร่งบรรจุกระทู้ด่วน! 'แก๊ส-น้ำมัน-ไฟ' แพง
ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ทั้งนี้ นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา ได้ขอหารือว่า ขอให้ประธานเร่งรัดใน 3 เรื่องคือ 1.บรรจุกระทู้ด่วนที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความจำเป็น อาทิ ค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน และค่าไฟฟ้าขึ้นราคา เป็นต้น เพื่อดำเนินการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล 2.กรณีที่วุฒิสภาบรรจุวาระให้รัฐบาลแถลงผลงานครบรอบปีที่ 1 นั้น ตนคิดว่าควรเลื่อนวาระขึ้นมาเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 75 และ3.กรณีที่สมาชิกวุฒิสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161เกี่ยวกับเรื่องปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำซึ่งเป็นเรื่องความจำเป็นนั้นอยากให้ประธานเร่งรัดไปยังรัฐบาลเพื่อชี้แจงให้พี่น้องประชาชนเข้าใจในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลด้วย
'ส.ว.' จี้ 'สธ.' ตั้งกก.สอบองค์การเภสัชกรรมจ่ายยาผิดให้ผู้ป่วย
ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ทั้งนี้ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา ได้ลุกขึ้นหารือว่า เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมามีการตรวจพบว่า องค์การเภสัชกรรมบรรจุยาผิดพลาดในการจัดส่งให้โรงพยาบาล 7 แห่ง โดยนำยาขยายเส้นเลือดหัวใจขนาด10 มิลลิกรัมบรรจุในแผงยาลดความดันโลหิตสูงขนาด 5 มิลลิกรัม ซึ่งโรงพยาบาล 5 แห่งได้จัดยาให้กับผู้ป่วยไปแล้วคือ รพ.มะการักษ์ จ.กาญจนบุรี รพ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ รพ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ รพ.หนองหญ้าไทร จ.สุพรรณบุรี และรพ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี โดยรพ.มะการักษ์นั้นได้ซื้อมา 2 พันกล่องจำนวน 2 แสนเม็ด และจ่ายให้ผู้ป่วยไปแล้ว 393 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุเป็นจำนวนจำนวน 66,600 เม็ด เรียกคืนแล้วเกือบ 2 หมื่นเม็ด ส่วน รพ.ยางชุมน้อยนั้นจ่ายไปแล้ว 100 กว่ารายแต่ติดตามคืนไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจ่ายให้ใครไปบ้าง
ดังนั้นกรณีนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่และร้ายแรง ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดกับองค์การเภสัชกรรม และถือว่าโชคดีที่เป็นตัวยากลุ่มเดียวกันจึงไม่เป็นอันตรายมาก หากเกิดกับยาอันตรายก็อาจจะมีผลต่อชีวิต หรือหากรับประทานยาผิดมีโรคแทรกซ้อนขึ้นมาก็อาจจะมีการฟ้องร้ององค์การเภสัชกรรมและกระทรวงสาธารณสุขได้ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นความผิดพลาดของคนหรือระบบ เพราะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในองค์การเภสัชกรรม



