ข่าว

'น้องเณรคำ'ให้ปากคำ'ดีเอสไอ'

'น้องเณรคำ'ให้ปากคำ'ดีเอสไอ'

09 ก.ย. 2556

น้องชายอดีตเณรคำ เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน แต่ไม่ขอให้สัมภาษณ์นักข่าว ล่าสุดดีเอสไอพบทรัพย์สินใน อ.แม่สอด หลักสิบล้านบาท เร่งเครื่องคดีฉ้อโกงประชาชน

 

                           9 ก.ย. 56  เมื่อเวลา 10.20 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  นายสุริ สุขผล น้องชายนายวิรพล สุขผล หรืออดีตเณรคำ พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ตามหมายเรียกเข้าให้ปากคำครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการให้โอกาสครั้งสุดท้ายก่อนขออนุมัติออกหมายจับ โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนเตรียมแถลงข่าวตอบข้อซักถามสื่อมวลชนหลังไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับนายสุริ เพื่อยืนยันการเดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวน แต่ขณะที่กำลังจะเริ่มแถลงข่าวนายสุริ พร้อมทนายได้เดินทางมาถึงพอดี พนักงานสอบสวนจึงขอให้นายสุริ เปิดโอกาสให้สื่อได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ โดยในเบื้องต้นนายสุริ และทนายความ ยอมที่จะร่วมแถลงข่าว แต่เมื่อทนายความได้โทรศัพท์ไปปรึกษาบุคคลอื่น ก่อนจะแจ้งให้พนักงานสอบสวนว่า เป็นสิทธิที่จะไม่ตอบข้อซักถามสื่อมวลชน ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงได้นำตัวเข้าสอบปากคำทันที

                           ด้าน พ.อ.ชัชนันท์ เมธีธรรมาภรณ์ รองผบ.สำนักคดีความมั่นคง เปิดเผยว่า ดีเอสไอจะสอบปากคำนายสุริ ในฐานะผู้ใกล้ชิดกับอดีตเณรคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำผิดโดยเฉพาะข้อหาฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ส่วนกรณีที่ขอตรวจสอบดีเอ็นเอเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับเด็กอายุ 11 ปี ที่อ้างว่าเป็นลูกของอดีตเณรคำนั้น จะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าตัว ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามขอตรวจดีเอ็นเอนายสุริแล้ว แต่นายสุริ ไม่ยินยอมจึงไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอสรุปสำนวนคดีล่วงละเมิดทางเพศส่งฟ้องอัยการไปแล้ว ภายหลังผลการตรวจดีเอ็นเอจากก้นซิการ์ พยานวัตถุในคดีพบความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกระหว่างอดีตเณรคำกับเด็กชายวัย 11 ปี ดังนั้น การตรวจดีเอ็นเอนายสุริจึงไม่จำเป็นแล้ว เว้นแต่นายสุริประสงค์จะให้พนักงานสอบสวนตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันว่าเป็นพ่อของเด็กชายวัย 11 ปี

                           พ.อ.ชัชนันท์ กล่าวอีกว่า การสอบปากคำนายสุริจะสอบในทุกประเด็นตามข้อหาหลัก 4 คดี ของอดีตเณรคำ สำหรับการตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตเณรคำขณะนี้พบทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่าหลายสิบล้านบาทที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ดังนั้น ยืนยันได้ว่าทรัพย์สินมีอยู่จริงแน่นอน ดีเอสไออยู่ระหว่างพยายามติดตามขยายผลเพราะเชื่อว่าความผิดฐานฉ้อโกงต้องมีการทำกันเป็นขบวนการ ล่าสุดมีผู้เสียหายกว่า 10 ราย ติดต่อเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษอดีตเณรคำในคดีฉ้อโกงประชาชน

 

 

'น้องชายอดีตเณรคำ' เปลี่ยนใจงดแถลงข่าว

 

                           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสอบปากคำนายสุริ สุขผล น้องชายอดีตเณรคำ เป็นเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของดีเอสไอได้แจ้งหมายแถลงข่าวด่วนมายังผู้สื่อข่าว โดยระบุว่า นายสุริ จะแถลงข่าวเพื่อตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการเข้าให้ปากคำในวันนี้ โดยเฉพาะประเด็นเปิดใจ กลับคำให้การ และยอมรับว่าที่ผ่านมาให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือพี่ชาย แต่สุดท้ายนายสุริ ได้ยกเลิกการแถลงข่าว โดยหลังการให้ปากคำทนายความส่วนตัวและนายสุริ ได้เร่งรีบเดินหนีสื่อมวลชนออกจากห้องสอบสวนทันทีโดยไม่ยอมสัมภาษณ์ โดยเฉพาะนายสุริ ไม่ยอมปริปากใดๆ ทั้งสิ้น โดยทนายระบุเพียงสั้นๆ ว่าให้สอบถามรายละเอียดการให้ปากคำได้จากพนักงานสอบสวน

                           นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและวิเคราะห์คดีความมั่นคง กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเหตุใดจึงมีการเปลี่ยนใจ กลับลำไม่แถลงข่าว ทั้งที่ก่อนหน้านี้แสดงความยินยอมที่จะให้สัมภาษณ์เปิดใจทุกเรื่องกับสื่อ ซึ่งการให้ปากคำของนายสุริ ไม่มีผลต่อสำนวนคดีที่ดีเอสไอสั่งฟ้องและส่งให้อัยการพิจารณาไปก่อนหน้านี้ จึงถือว่าไม่ใช่การกลับคำให้การ เพราะเป็นการให้การครั้งแรกของนายสุริ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการให้ปากคำของนายสุริถือเป็นประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำข้อมูลที่ได้ไปตรวจสอบดูความสัมพันธ์ และความเชื่อมโยงในการให้ปากคำของพยานปากอื่นๆ โดยดีเอสไอจะเรียกนายสุริ มาให้ปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้คงไม่มีการดำเนินคดีกรณีที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนหน้านี้เพราะไม่ถือเป็นคำให้การแต่เป็นการให้สัมภาษณ์ส่วนตัวเท่านั้น

                           เมื่อถามย้ำว่านายสุริ กลับคำให้การโดยบอกว่าโกหกเพื่อช่วยพี่ชายจริงหรือไม่ นายอังสุเกติ์ กล่าวว่า นายสุริ เพียงแต่ให้การเป็นประโยชน์ แต่ไม่มีการพูดถึงว่าเป็นบุคคลในภาพเหมือนที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้