ข่าว

'ปธ.ซีเรีย'ปัดไม่ได้สั่งใช้แก๊สพิษโจมตี

'ปธ.ซีเรีย'ปัดไม่ได้สั่งใช้แก๊สพิษโจมตี

09 ก.ย. 2556

ข่าวกรองเยอรมนีระบุ 'ประธานาธิบดี'ของซีเรีย ไม่ได้สั่งใช้แก๊สพิษโจมตี ด้าน'สื่ออังกฤษ'ระบุ รัฐบาลออกใบอนุญาตให้บริษัท 2 แห่ง ส่งสารเคมีที่ใช้ทำแก๊สพิษให้ซีเรีย

               9 ก.ย.56 หนังสือพิมพ์ บิลด์ แอม ซอนน์ท้าก ของเยอรมนี รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคงของเยอรมนีว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซ้าด ของซีเรีย ไม่ได้เป็นผู้สั่งการให้ใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ชานกรุงดามัสกัส ที่นำไปสู่การเรียกร้องให้สหรัฐใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าแทรกแซง และเขาปฏิเสธข้อเรียกร้องหลายครั้งของเหล่าผู้บัญชาการทหาร ที่ต้องการใช้อาวุธเคมีเล่นงานฝ่ายต่อต้าน เมื่อช่วงสี่เดือนครึ่งที่ผ่านมา

               ทั้งนี้ จากข้อมูลข่าวกรองที่ได้จากการดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ โดยเรือสอดแนมของสำนักข่าวกรองเยอรมนี หรือ BND ที่ลอยลำอยู่นอกชายฝั่งซีเรีย พบว่า ประธานาธิบดีอัสซ้าด ซึ่งถูกชาติตะวันตก รวมทั้งนายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวหาว่า เป็นอาชญากรสงคราม ไม่ได้เป็นผู้สั่งการให้ใช้แก๊สพิษโจมตีเมื่อเดือนที่แล้ว ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 คน หรือในกรณีอื่น ๆ ที่กองทัพรัฐบาลถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมี

               ประธานาธิบดีอัสซ้าด ได้พยายามแก้ข้อกล่าวหาให้ตัวเองจากเหตุการณ์โจมตีเมื่อเดือนสิงหาคม ที่่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน โดยเขาให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ CBS ว่าไม่มีหลักฐานว่า เขาใช้อาวุธเคมีทำร้ายประชาชนของตนเอง

               อีกทั้ง ที่จริง การดักฟังทางโทรศัพท์ของ BND มีเจตนาที่จะเพิ่มน้ำหนักให้กับข้ออ้างของฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า , อังกฤษและฝรั่งเศสที่ว่า กองกำลังฝ่ายประธานาธิบดีอัสซ้าด ไม่ใช่ฝ่ายต่อต้าน ที่รับผิดชอบต่อการโจมตีในย่านกูต้า ชานกรุงดามัสกัส แต่จากข้อมูลล่าสุด กลับชี้ให้เห็นว่า บทบาทของประธานาธิบดีอัสซ้าด อาจสร้างความลำบากให้สหรัฐในการโน้มน้าวให้ประชาคมนานาชาติใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย และยิ่งเพิ่มความน่าสงสัยมากขึ้นด้วยว่า อำนาจในการกุมบังเหียนหน่วยงานความมั่นคงอาจจะไม่ได้อยู่ในมือของเขาแล้วก็เป็นได้

               ประธานาธิบดีโอบาม่า กำลังเรียกร้องให้สภาคองเกรสส์ อนุมัติให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อป้องปรามไม่ให้รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมี และลดขีดความสามารถในการทำสงครามกับฝ่ายต่อต้านที่ยืดเยื้อมานาน 2 ปีครึ่ง แต่ประธานาธิบดีโอบาม่า กำลังเจอแรงต้านจากฝ่ายเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร ที่วิตกว่า สหรัฐจะเข้าไปพัวพันกับสงครามในตะวันออกกลางระลอกใหม่ และจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่ได้ชื่อว่า เป็นพันธมิตรสำคัญของซีเรีย และเตือนว่า การใช้ปฏิบัติการทางทหารใด ๆ โดยปราศจากฉันทามติจากสหประชาชาติจะเป็นการไม่ชอบธรรม

               นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวที่กรุงปารีส ในระหว่างการเยือนยุโรป เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรียว่า สหรัฐไม่ปฏิเสธที่หันกลับไปขอการสนับสนุนจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หลังจากคณะผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติ เสร็จสิ้นการสืบสวนเหตุการณ์ใช้แก๊สเคมีโจมตี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่คาดว่าจะมีรายงานออกมาภายในสิ้นสัปดาห์นี้

               ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส ที่ได้ชื่อว่าเป็นพันธมิตรสำคัญในยุโรปของประธานาธิบดีโอบาม่า กำลังตกอยู่ภายใต้กระแสกดดันให้รอฉันทามติจากสหประชาชาติเสียก่อนในการใช้ปฏิบัติการทางทหารใด ๆ จากการที่มีผลสำรวจออกมาล่าสุด ชี้ว่า ชาวฝรั่งเศส 64 เปอร์เซ็นต์ ต่อต้านการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำให้นายออลลองด์ ซึ่งพยายามเคลื่อนไหวของเสียงสนับสนุนจากชาติยุโรปด้วยกัน ต้องให้คำมั่นว่า จะรอรายงานของสหประชาชาติก่อน จึงจะพิจารณาดำเนินการใด ๆ และอาจขอมติแก้ปัญหาจากคณะมนตรีแห่งสหประชาชาติ แม้ว่าจะถูกวีโต้จากรัสเซียและจีนก็ตาม 

               นายแคร์รี่ ได้เดินสายพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติอาหรับ รวมทั้ง ซาอุดิอาระเบียอิยิปต์ , กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตามด้วยการเจรจากับรัฐมนตรีต่างประเทศยุโรปที่ประณามรัฐบาลประธานาธิบดีอัสซ้าด ที่สาธารณชนในประเทศเหล่านี้ คัดค้านการโจมตีซีเรีย และไม่ยอมให้ใช้ปฏิบัติการทางทหาร โดยเฉพาะเยอรมนี ที่นายกรัฐมนตรีแองเจล่าแมร์เคิล จะต้องเจอศึกเลือกตั้งทั่วไปในสองสัปดาห์ข้างหน้า

               นอกจากนี้ ยังพบว่า มีอยู่ 12 ชาติ ในกลุ่มสมาชิก จี 20 ที่้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่รัสเซีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สนับสนุนการใช้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ

 

               
สื่ออังกฤษระบุ รัฐบาลออกใบอนุญาตให้บริษัท 2 แห่ง ส่งสารเคมีที่ใช้ทำแก๊สพิษให้ซีเรียนาน 6 ปี

 

               หนังสือพิมพ์เดอะเมล ฉบับวันอาทิตย์ รายงานว่า บริษัทอังฤษส่งโซเดียม ฟลูออไรด์ ให้กับซีเรียในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม ปี 2547 ถึงดือนพฤษภาคม ปี 2553 อันเป็นข้อพิสูจน์ว่า อังกฤษเป็นผู้จัดส่งส่วนผสมที่สำคัญของแก๊สพิษซารินให้กับรัฐบาลซีเรีย มานานถึง 6 ปี และทำให้ถูกประณามว่า ไร้ซึ่งความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากเชื่อว่า สารเคมีชนิดนี้ ถูกนำไปใช้ผลิตแก๊สพิษที่คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 1,400 คน

               รัฐบาลอังกฤษ ได้ยอมรับเป็นครั้งแรกว่า มีการส่งสารเคมีไปยังซีเรีย อันเป็นการละเมิดพิธีสารสากลว่าด้วยการห้ามค้าสารอันตราย โดยพบว่า ในช่วงปี 2547 ถึงปี 2553 รัฐบาลได้ออกใบอนุญาตให้แก่บริษัท 2 แห่ง รวม 5 ฉบับ ที่ใช้ในการส่งโซเดียม ฟลูออไรด์ ไปจำหน่ายให้กับซีเรีย และเป็นช่วงที่ประธานาธิบดีอัสซ้าด ต้องสงสัยว่า สั่งสมอาวุธเคมีจนก่อให้เกิดวิกฤติระดับสากล

               บริษัทอังกฤษ 2 แห่ง อ้างว่า ส่งโซเดียม ฟลูออไรด์ ไปจำหน่ายให้กับบริษัทผลิตเครื่องสำอางของซีเรีย ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองเชื่อว่า รัฐบาลซีเรียใช้บริษัทเหล่านี้บังหน้า เพื่อเอาสารเคมีไปใช้ในโครงการผลิตอาวุธ

               ส.ส.โธมัส โดเชอร์ตี้ ซึ่งสมาชิกในคณะกรรมาธิการควบคุมการส่งออกอาวุธของสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ กล่าวว่า เป็นการเปิดโปงที่น่าอึดอัดใจเรื่องการส่งออกโซเดียม ฟลูออไรด์ ไปให้ซีเรียหลังจากเข้าใจมาโดยตลอดว่า ทุกครั้งที่มีการออกใบอนุญาต ไม่มีสารเคมีถูกส่งออกไปด้วย แต่ตอนนี้ เรารู้แล้วว่า มันถูกใช้ในการทำสงครามกลางเมืองในซีเรีย และกลายเป็นว่า บริษัทอังกฤษได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการส่งสารอันตรายนี้ไปให้ซีเรีย

               เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป หรือ อียู ที่ประชุมกันที่ลิธัวเนีย ได้ประกาศว่า พวกเขาวิตกว่า สารเคมีที่ใช้ในการโจมตี จะเป็นของกองทัพของประธานาธิบดีอัสซ้าดมากกว่าฝ่ายต่อต้าน และนักวิทยาศาสตร์ได้ประณามการส่งออกโซเดียม ฟลูออไรด์ไปให้ซีเรีย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ประเทศ ที่ไม่ยอมลงนามในพิธีสารห้ามใช้อาวุธเคมี ส่วนอีก 4 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ ซูดานใต้ อิยิปต์และแองโกล่า

               อย่างไรก็ตาม แก๊สพิษ เกิดจากส่วนผสมของ ฟลูโอรีนที่อยู่ในโซเดียม ฟลูโอไรด์ กับคาร์บอน , ไฮโดรเจน ,อ๊อกซิเจน และฟอสฟอรัส ซึ่งได้รับการพิจารณาว่าเป็นสารเคมีที่อันตรายมากกที่สุดในโลกเนื่องจากมันทำลายระบบประสาท กล้ามเนื้อและอวัยวะที่สำคัญ นอกจากนี้ มันยังมีความรุนแรงมากกว่าไซยาไนด์ถึง 500 เท่า มันสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งโดยการหายใจ หรือซึมผ่านผิวหนัง ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจะมีอาการอัมพาตที่กล้ามเนื้อรอบ ๆ ปอดทั้งสองข้าง และสามารถเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาที

 

 

"อังกฤษ-ตุรกี"ส่งเครื่องบินรบสกัดเครื่องบินของซีเรียที่ล่วงล้ำน่านฟ้าไซปรัส
 
 
               กองทัพอากาศของอังกฤษ ได้ส่งเครื่องบินรบไต้ฝุ่น 2 ลำ ขึ้นไปสกัดกั้นเครื่องบินของซีเรีย ที่ล่วงล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของไซปรัส โดยมีเครื่องบินรบ เอฟ-16 ของตุรกี 2 ลำ คอยสนับสนุน ก่อนที่เครื่องบินซีเรียจะออกจากน่านฟ้าไป กระทรวงกลาโหมอังกฤษ ยืนยันว่า เครื่องบินรบไต้ฝุ่น 2 ลำ ได้ทะยานขึ้นจากฐานทัพอากาศอัคโรติรี ของไซปรัส ที่อยู่ห่างจากซีเรียไม่ถึง 300 กิโลเมตร อย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบเครื่องบินซีเรียไม่ทราบรุ่น ที่บินล่วงล้ำเข้าไปในน่านฟ้าสากล บริเวณตะวันออกของไซปรัส แต่เครื่องบินซีเรียได้ออกจากน่านฟ้าไซปรัสไปก่อนที่เครื่องบินรบไต้ฝุ่นจะดำเนินการปกป้องน่านฟ้า
 
               ทั้งนี้ มีรายงานว่า เครื่องบินรบ เอฟ-16 ของตุรกีได้บินขึ้นจากฐานทัพอากาศในเมืองอินเซอร์ลิค ของตุรกีเพื่อสนับสนุนเครื่องบินรบไต้ฝุ่นด้วย ส่วนเครื่องบินของซีเรีย เชื่อว่าจะเป็นซูคอย ซู-24 ที่ผลิตโดยรัสเซีย และเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด ที่สามารถเดินทางจากซีเรียถึงไซปรัสได้ภายในเวลาแค่ 15 นาที 
 
               แหล่งข่าวทางทหาร เปิดเผยว่า จากรายงานข่าวกรองล่าสุด ได้มีการเตือนเรื่องการโจมตีเมืองอัคโรติรีด้วย ซึ่งเครื่องบินรบไต้ฝุ่นได้บินขึ้นสกัดเครื่องบินของซีเรีย หลังจากสัญญาณเตือนจากเรดาร์ ระบุว่า พบเครื่องบินที่บินเร็วและต่ำอย่างยิ่ง
 
               อีกทั้ง ฐานทัพอากาศอัคโรติรี เป็นหนึ่งในฐานทัพในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ และเป็นที่อยู่ของบุคลากรทางทหารมากกว่า 1,300 คน และยังเคยใช้เป็นฐานในการใช้ปฏิบัติการทางทหารโค่นอำนาจพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ของลิเบีย เมื่อปี 2554 แต่ปกติแล้ว ใช้เป็นฐานปฏิบัติการในตะวันออกกลางและการฝึกซ้อมต่าง ๆ โดยเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน อังกฤษส่งเครื่องบินรบไต้ฝุ่นไปยังไซปรัส 6 ลำ ที่กระทรวงกลาโหมอ้างว่า เป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน 
 
               เหตุการณ์ล่าสุดนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่สหรัฐพยายามหาเสียงสนับสนุนในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย ด้วยข้อกล่าวหาว่า รัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซ้าด ใช้แก๊สพิษโจมตีประชาชน