
พท.อัด'ปชป.'กระโดดใส่ของแพงหวังตีกินรบ.
"พท." อัด "ปชป." กระโดดใส่ของแพง หวังตีกินรัฐบาล ถาม "อภิสิทธิ์" เหตุใดเชิดชูความรุนแรง ซัด "ปชป.พูดคุย 12 ภาคี "อ้าปาก เห็นลิ้นไก่"
วันที่ 9 ก.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โชว์รูปภาพของร้านอาหารที่ขอปรับขึ้นราคาว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจมีร้านอาหารบางร้านฉวยโอกาสขึ้นราคาอาหารซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพราะราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนที่ขึ้นไปกิโลกรัมละ 50 สตางค์ มีผลต่อต้นทุนค่าอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งร้านอาหารในห้างสรรพสินค้ารัฐบาลยังคงตรึงราคาเดิม ซึ่งมีหลายร้านให้พี่น้องประชาชนได้เลือกรับประทาน บางห้างมีโครงการ อิ่ม...ประหยัด...อร่อย ซึ่งจำหน่ายอาหารปรุงสุกราคาประหยัดเริ่มตั้งแต่ 10 บาท ฉะนั้น เรื่องของร้านอาหารดาหน้าขึ้นราคานั้น ตนเชื่อว่าเป็นประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์กระโดดเข้าใส่เพื่อหวังตีกินมากกว่า ส่วนการเลือกรับประทานอาหารนั้น เชื่อว่าพี่น้องประชาชน คงมีวิจารณญาณในการเลือกรับประทานทานอยู่แล้ว และในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ก็มีทั้งร้านอาหารที่ถูกแสนถูก และก็แพงแสนแพง ไม่เข้าใจว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์จึงมักเจอแต่ร้านอาหารที่แพงๆ ก่อนหน้านี้ยังไม่เข็ด ที่เอาจานอาหารปรุงสำเร็จมาโชว์สื่อ พร้อมเขียนป้ายว่าราคา 60 บาทโดยที่ราคาอาหารปรุงสำเร็จข้างที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ติดป้ายราคาเพียง 30-40 บาท เท่านั้น
ถาม"อภิสิทธิ์"เหตุใดเชิดชูความรุนแรง
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยบนเวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ว่าเกษตรกรชาวสวนยาง ชนะยกแรกแล้ว เพราะรัฐบาลได้ช่วยเหลือ และสังคมควรดูเป็นตัวอย่างของการต่อสู้ว่า พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลไม่ได้มองว่าการเข้าช่วยเหลือประชาชน เป็นเกมที่ต้องแข่งขันระหว่างประชาชนกับรัฐบาล เพราะปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนจะมองเป็นเกมไม่ได้ พวกที่คิดได้เช่นนั้นคือพวกที่คิดแต่จะเอาชนะ ก้าวไม่ข้ามเรื่องการเมือง วันทั้งวันมองทุกสรรพสิ่งเป็นการเมือง เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาเป็นเกม เอาความยากลำบากของประชาชนเป็นเครื่องมือล้มล้างรัฐบาล แล้วอย่างนี้จะสามารถอยู่เคียงข้างประชาชนได้อย่างไร เพราะถ้าหากเกมโอเวอร์ขึ้นมา คนที่เจ็บปวดที่สุดคือประชาชน ขอถามนายอภิสิทธิ์ที่ยกเอาม็อบสวนยางมาเป็นแบบอย่างในการต่อสู้ ซึ่งที่ผ่านม็อบเหล่านั้นต้องเผชิญกับอะไรบ้าง มีผู้บาดเจ็บ มีผู้เสียชีวิต แต่กลับมาบอกว่าเป็นแบบอย่างของการต่อสู้ เชิดชูความรุนแรง อาการของนายอภิสิทธิ์เกินจะเยียวยา เสพติดความรุนแรง ต้องการให้สังคมหาทางออกอย่างไม่สร้างสรรค์หรืออย่างไร แล้วอย่างนี้ยังจะกล้าขอโอกาสกลับมาเป็นผู้นำในการบริหารประเทศได้อย่างไร ชาวสวนยางเดือดร้อน ต้องให้คนไทยเดือดร้อนด้วยใช่ไหม ที่นายอภิสิทธิ์ ต้องการ
ซัด"ปชป."พูดคุย 12 ภาคี "อ้าปาก เห็นลิ้นไก่"
นายอนุสรณ์ กล่าวถึงกรณีนายภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายการเมืองมวลชน ในฐานะผู้ประสานงานและเลขานุการทีมงานคณะประสานงานมวลชนพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าพรรคจะต่อสู้โดยระบบรัฐสภาภายใต้กรอบกฎหมายถึงที่สุดว่า ข้อสรุป 5 ข้อที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาแถลงดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ คงทำไม่ได้ซักข้อ ไม่รู้ว่าตอนแถลงได้ปรึกษากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคหรือยัง เพราะรายนั้นอาการหนักกว่าเพื่อน ยังคงเดินหน้าทำลายพรรคอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้ก็ยังมีเวทีเดินหน้าผ่าความจริง หรือการจะต่อสู้โดยระบบรัฐสภาภายใต้กรอบกฎหมายถึงที่สุด ก็ดูจะสวนทางกับพฤติกรรมของบรรดาส.ส.ภายในพรรคอย่างชัดเจน แม้แต่ข้อบังคับในสภายังทำไม่ได้ แล้วแบบนี้จะไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่างไรว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้ต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนขั้วหรือสลับขั้วอำนาจมองว่า น่าจะเป็นการเดินเกมทางการเมืองแบบ 1 พรรค 2 หน้าของพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า หน้าหนึ่งก็ทำทีประหนึ่งว่าเป็นสุภาพบุรุษทางการเมืองดังที่ได้แถลงออกมา 5 ข้อ อีกหน้าหนึ่งก็เดินเกมเป็นผู้ร้าย คอยป่วนทั้งในสภาและนอกสภาต่อสู้ทั้งบนดิน ใต้ดินเพราะฉะนั้นที่บอกว่าจะปฏิรูปประเทศไทยในอนาคต ขอแนะนำให้ปฏิรูปพรรคพรรคตัวเองก่อนจะล่มสลายจากวิกฤติศรัทธาดีกว่า การเลือกกลุ่มเข้าพบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสานงานความร่วมมือกับ 12 ภาคีร่วมกันปฏิรูปประเทศ เห็นรายชื่อแต่ละกลุ่มที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าพบส่วนใหญ่จะเป็นพวกม็อบต่างๆ ไม่แน่ใจว่าจะร่วมกันปฏิรูปประเทศ หรือปฏิเสธกระบวนการประชาธิปไตยกันแน่ ที่สุดก็คงระดมความคิดกัน หาวิธีใช้ม็อบบีบรัฐบาล
นายอนุสรณ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลไม่ได้ขัดอะไรหากพรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการเช่นนั้น เพราะเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่อยากให้อยู่บนพื้นฐานของความจริง และอย่าใช้อคติ เพราะแต่ละกลุ่มที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าพุดคุยนั้น ก็เป็นกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คือต้องการล้มล้างระบอบทักษิณที่ไม่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้นเกรงว่าการเข้าพูดคุยครั้งนี้จะไม่ได้มุ่งปฏิรูปการเมืองหรือประเทศ แต่อาจจะมีประโยชน์แอบแฝงก็มีความเป็นไปได้ หวังว่าพรรคประชาธิปัตย์ คงไม่หาผลประโยชน์บนความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศ เพราะการเดินหน้าจับมือกับม็อบต่างๆ มันค่อนข้างไร้ราคา ถ้าจะรวมพลังมาโค่นล้มรัฐบาล ถ้าหากคิดว่าการพุดคุยกันครั้งนี้มีแนวทางออกอย่างสร้างสรรค์ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยก็ยินดีรับฟัง



