ข่าว

เร่งตั้งนิติบุคคลแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

เร่งตั้งนิติบุคคลแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

08 ก.ย. 2556

สศค.เร่งชงตั้งนิติบุคคลปล่อยกู้รายย่อยให้ 'กิตติรัตน์' ตัดสินใจ หวังจูงใจเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ

              นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า มาตรการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืนที่กระทรวงคลังหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อกำหนดรายละเอียดในการดำเนินงานเบื้องต้นนั้น ล่าสุดได้ข้อสรุปแล้วและรอเสนอให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังพิจารณาตัดสินใจก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป

              ทั้งนี้ แนวคิดในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบดังกล่าวจะจูงใจให้เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ โดยให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและสามารถปล่อยกู้ให้แก่ประชาชนได้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสถาบันการเงินและที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) ปล่อยกู้อยู่ในปัจจุบัน โดยจะเสนอให้ รมว.คลังเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องของการกำหนดวงเงินที่ชัดเจนรวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม

              เบื้องต้นจะอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ปว.58 เพื่อให้การดำเนินการได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องออกกฎหมายใหม่ แต่จะออกเป็นประกาศกระทรวงการคลัง ประกาศของ ธปท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ โดยกระทรวงการคลังจะร่วมกับ ธปท.ในการกำกับดูแลนิติบุคคลดังกล่าวเหมือนที่ดูแลนอนแบงก์แต่อาจจะเข้มงวดน้อยกว่า

              นายลวรณ แสงสนิท รองผู้อำนวยการ สศค.กล่าวว่า แนวทางการให้นิติบุคคลปล่อยกู้ให้รายย่อยหรือเรียกว่านาโนไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งเล็กกว่าไมโครไฟแนนซ์นั้น จะมีวงเงินประมาณ 2.5-5 หมื่นบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 30-35% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อรายย่อยหรือบัตรเครดิตที่อยู่ประมาณ 15-20% ต่อปี แม้อัตราดอกเบี้ยจะค่อนข้างสูงกว่าที่สถาบันการเงินปล่อย แต่ก็ยังต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบมากที่มีดอกเบี้ย 10-20% ต่อเดือน 

              อีกทั้งยังเป็นการจูงใจให้เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบหรือปล่อยกู้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีนายทุนหรือเจ้าหนี้จำนวนไม่น้อยอยากเข้ามาอยู่ในระบบ เพราะจะทำให้การติดตามทวงถามหนี้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ต้องทำตามกรอบที่กำหนดไว้เช่นกันและต้องยอมรับว่า การปล่อยกู้รายย่อยดังกล่าวค่อนข้างจะมีความเสี่ยงสูง เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ และอาจจะไม่ใช่กลุ่มที่มีรายได้ประจำ

              "แนวทางดังกล่าวน่าจะช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้และลดภาระของประชาชนลง โดยหันมากู้จากนิติบุคคลไปจ่ายหนี้นอกระบบ ซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำกว่าและยังมีโอกาสหมดหนี้ได้" นายลวรณ กล่าว