
ศูนย์ความมั่นคงศึกษาฮาวาย
ศูนย์ความมั่นคงศึกษาฮาวาย : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook: ruarob.muangman
“เมื่อใดที่แทรควัน (การปฏิบัติของพวกที่มีหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาชาติ เช่น เจ้าหน้าที่รัฐ นักการทูต หรือทหาร) ถึงทางตัน แทรคทู (การหารือกันระหว่างพวกอาจารย์ นักวิชาการที่ถึงจะไม่หน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหา แต่เชี่ยวชาญเป็นอย่างมากในปัญหานั้นกับฝ่ายที่แก้ปัญหาโดยตรง) ก็อาจหาทางออกได้” แนวคิดนี้ถูกนำมาปฏิบัติอย่างกว้างขวางในการรับมือกับความท้าทายในยุคนี้ ถึงจะไม่ประกันความสำเร็จ เพราะเรื่องบางเรื่องก็แก้ยาก แทรคทูนั้นก็ไม่มีอำนาจในตัว หนักไปทางพูดซะมาก แต่ก็สร้างความรู้ ความเข้าใจและไอเดียใหม่ๆ ให้แก่ผู้ที่มีหน้าที่แก้ปัญหาโดยตรงได้ และที่สำคัญคือ สร้างเครือข่ายเพื่อความร่วมมือกัน สิ่งนี้มีส่วนในการลดความขัดแย้งและสร้างสันติภาพ
สหรัฐ ที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ไม่ใช่แค่เพราะกล้ามโตกว่าใครหรือมีเงินมีอำนาจมากกว่า แต่เป็นเพราะสหรัฐคิดอยู่ตลอดเวลาในการสร้างกลไกที่พยายามให้ใกล้เคียงกับคำว่า เพอร์เฟกต์ อยู่เสมอ เพื่อตอบสนองต่อการคงอยู่ในระดับท็อปของตน หนึ่งในกลไกนั้นคือ การพยายามให้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบสหรัฐ เข้ามาเรียน มาฝึก มาปฏิบัติ มาวางแผนร่วมกัน ภายใต้การชี้นำอย่างแยบคายของสหรัฐ สิ่งที่ได้คือ ฝ่ายเหล่านั้นอาจมีความรู้สึกที่ดีกับสหรัฐมากขึ้น เนื่องจากได้เพิ่มพูนความรู้และเข้าใจในวัฒนธรรมคุณค่ายึดถือแบบอเมริกันกลับไป ขณะที่สหรัฐก็ได้ความรู้และมิตรภาพจากประเทศเหล่านั้นเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน แต่เหนืออื่นใดในเรื่องของความมั่นคง ในเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน ถกกันอย่างเข้าใจในวิถีที่ต้องการความสงบในภูมิภาค สหรัฐจะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะสถานการณ์เช่นนี้ ประเทศที่พร้อมกว่าเพื่อนคือสหรัฐ ก็จะนำหน้าทุกประเทศอย่างน้อย 1 ก้าว เมื่อต้องแก้ปัญหาอะไร สหรัฐจะเป็นผู้นำและแก้ไขไปตามแนวของตนเสมอ
ในขณะที่ชาติอื่นแม้แต่จีนที่กำลังทอรัศมีขึ้นมาแข่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกับสหรัฐนั้น ยังมีความร่วมมือด้านความมั่นคงทั้งทางปฏิบัติและทางวิชาการกับต่างประเทศน้อยกว่ากันมาก สหรัฐมีกลไกหลายอย่างที่ทำให้คนของมิตรประเทศพอใจที่จะมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในงานด้านความมั่นคงกันอย่างเปิดเผย หนึ่งนั้นคือ การที่สหรัฐมีศูนย์นักคิดหลายแห่งที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ในเอเชียแปซิฟิกนั้น ศูนย์ความมั่นคงศึกษาแห่งเอเชียแปซิฟิก หรือเอพีซีเอสเอส ที่ฮาวายเป็นสถาบันสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบัญชาการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือพาคอม มีภาคีกับแทบทุกประเทศในภูมิภาค แต่ละปีเปิดอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสันติภาพทั้งในและนอกฮาวาย โดยเชิญให้มิตรประเทศส่งคนเข้าร่วมศึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน บางชาติก็ออกเงินให้ด้วย บางทีก็ก็ขอสิทธิคัดเลือกคนของชาตินั้นๆ เอง
ความร่วมมือแบบนี้ก็เหมือนกับความร่วมมือแบบพหุภาคีอื่น เช่น คอบร้าโกลด์ คือ ศึกษาในประเทศที่น่าสนใจ โปร่งใส กล้าเปิดเผย และเรียนรู้ร่วมกันในประเด็นที่ไม่กระเทือนซางประเทศที่เข้าร่วม เช่น ค้นคว้าในเทคนิคใหม่ๆ ที่เป็นสากล เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องที่ทุกชาติเป็นห่วงใย เช่น การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย หรือการต่อต้านก่อการร้าย ผลก็คือ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ประเทศที่เป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์อย่างจีนหรือประเทศเล็กๆ ก็เห็นประโยชน์ในการเข้าร่วม
ผมโชคดีที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมในหลักสูตรการจัดการวิกฤติแบบรอบด้านของเอพีซีเอสเอส ที่ฮาวาย เป็นเวลา 6 สัปดาห์ มีเพื่อนร่วมหลักสูตร 106 คนจาก 34 ประเทศ หลายชาติส่งรองปลัดกระทรวง อธิบดี นายกเทศมนตรี หรือนายพลมาร่วมศึกษา ถกกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยได้ แน่นอนว่า บางเรื่องก็ต้องเก็บไต๋กันไว้ ไม่ใช่ละเลยมาตรการรักษาความลับของหน่วยงาน กระนั้นก็ตาม สิ่งที่ได้คือ หลักการการแก้ไขปัญหาความมั่นคงร่วมกัน ประสบการณ์ที่เปิดเผยได้จากเพื่อนนานาชาติที่อาจนำมาประยุกต์ใช้กับปัญหาของไทย และเครือข่ายมิตรภาพระหว่างประเทศที่อาจสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติในอนาคต



