ข่าว

'นิคม'ตอก'ปชป.'อ้างข้อกม.ขี้เท่อ!

'นิคม'ตอก'ปชป.'อ้างข้อกม.ขี้เท่อ!

08 ก.ย. 2556

'40 ส.ว.' ลงดาบ 2 สอย 'นิคม' ซ้ำรอย 'ปชป.' ขณะที่ประธานวุฒิสภา ตอก 'ปชป.' อ้างข้อกฎหมายขี้เท่อ

 

                           8 ก.ย. 56  นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา ในฐานะสมาชิกกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า จากการหารือภายในกลุ่มเห็นว่า ได้ประมวลดูวิธีการและพฤติกรรมที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ใช้ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ถือว่าผิดข้อบังคับซ้ำซาก ไม่ยึดหลักนิติวิธี ซึ่งเคยยื่นสอบจริยธรรมไปแล้ว และเตรียมยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 ฐานเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอดถอนไปก่อนหน้านี้ พวกตนอยากให้ประธานวุฒิสภาทำตัวเป็นกลาง เพราะสวมหมวก 2 ใบ เป็นทั้งประธานวุฒิสภา และรองประธานรัฐสภา ต้องทำหน้าที่เป็นประธานของสมาชิกทุกคน ไม่ใช่ของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สำหรับการเรียกประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นที่มา ส.ว.ในวันที่ 9 ก.ย.ต่อนั้น อาจมีปัญหา เพราะเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากค่ำวันที่ 6 ก.ย.ที่ยังมีปัญหาอยู่ ว่าจะขัดต่อข้อบังคับการประชุมหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นโมฆะได้

                           ด้านนายนิคม กล่าวถึงกรณีองค์ประชุมร่วมรัฐสภาล่มว่า ไม่มีปัญหา เพราะเล่นการเมืองกันมากเกินไป แต่คิดว่าครั้งนี้คงเป็นบทเรียนให้กับสมาชิกไม่ให้เกิดซ้ำอีก ส่วนการเรียกประชุมวันที่ 9 ก.ย. ช่วงเช้าเป็นการประชุมวุฒิสภา เพื่อให้การรับรองนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดคนใหม่ จากนั้นเวลา 14.00 น.จึงประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 7 ต่อ และหากยังไม่เสร็จจะเรียกประชุมไปเรื่อยๆ วันที่ 10 , 11 และ 13 ก.ย. เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ยื่นถอดถอนประธานวุฒิสภาออกจากตำแหน่งแล้ว ล่าสุดกลุ่ม 40 ส.ว. เตรียมยื่นถอดถอนซ้ำอีก นายนิคม ตอบว่า การยื่นของพรรคประชาธิปัตยที่อ้างความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 และ 271 ต้องระบุให้ชัดเจนด้วยว่า ตนทำผิดอะไร ไม่ใช่อ้างคลุมเครือทำแบบขี้เท่อ

                           นายนิคม กล่าวต่อว่า หากจะบอกว่าตนทำผิดจริยธรรม พรรคประชาธิปัตย์คงต้องย้อนกลับไปดูในพรรคตัวเองก่อน เพราะ ส.ส.หลายคนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในห้องประชุม ทั้งทุ่มเก้าอี้ ทำร้ายร่างกายตำรวจรัฐสภา หรือยื้อยุดฉุดกระชากเก้าอี้ประธาน พฤติกรรมเหล่านี้หมิ่นเหม่ต่อจริยธรรมมากกว่า ส่วนกลุ่ม 40 ส.ว.ที่อ้างตามมาตรา 122 นั้น ถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนตรงไหน แล้วสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องเขตเลือกตั้งและระบบบัญชีรายชื่อใหม่ ก็ผลประโยชน์ทับซ้อนเหมือนกันไม่เห็นว่าอะไร ยอมรับว่าต่อไปการทำงานในวุฒิสภาคงไม่ราบรื่น แต่ไม่หนักใจเพราะทุกอย่างยึดตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ตนพร้อมรับมือ ไม่เคยกลัวเพราะไม่เคยมีแผล ดีที่เปิดหน้าเล่นกันชัดๆ รู้กันไปเลยใครเป็นใคร เมื่อถามถึงกรณีส.ว.ที่มีข่าวเปิดภาพโป๊ดูกลางห้องประชุม นายนิคม ตอบว่า ที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว ทั้ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย มีคณะกรรมการจริยธรรมดูแลอยู่