ข่าว

ปลายปีตัดสินพระวิหาร!'ประยุทธ์'ลั่นพร้อม

ปลายปีตัดสินพระวิหาร!'ประยุทธ์'ลั่นพร้อม

07 ก.ย. 2556

ปลายปีตัดสินพระวิหาร!'ประยุทธ์'ลั่นพร้อม เชื่อม็อบยาง14ก.ย.ไม่แรงหากไม่ใช้อาวุธ ห่วงคดีชุมนุมการเมืองปี 53 สังคมเข้าใจทหารทำความผิด

                เมื่อเวลา 18.15 น.วันที่ 7 ก.ย.2556 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) จะพิจารณาคำร้องให้ตีความคำพิพากษาศาลโลกเมื่อปี 2505 กรณีพิพาทปราสาทเขาพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชาปลายปีนี้ ว่า ต้องรอฟังว่าผลการตัดสินเป็นอย่างไร

                "เราก็เตรียมความพร้อมในเรื่องการสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจสถานการณ์ และ ให้รับทราบว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาอยู่ตรงไหน ส่วนสิ่งที่จะเกิดตามมาเราก็ต้องเตรียมความพร้อมในการรองรับไว้ด้วย พร้อมทั้งปกป้องคนไทยให้มีความปลอดภัย รวมทั้งรักษาเกียรติยศศักดิ์ศรีของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม อยากขอให้รอฟังการตัดสินก่อน อย่าไปพูดล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนมีหน้าที่ได้มีการเตรียมการอยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า


เชื่อม็อบยาง14ก.ย.ไม่แรงหากไม่ใช้อาวุธ

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ม๊อบสวนยางพารา จ.สงขลา อาจจะปิดถนนวันที่ 14 ก.ย.นี้ ว่า ได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ไปติดตามความเคลื่อนไหวและรายงานมารวมถึงรายงานรัฐบาล ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ พลเรือน ตำรวจ ทหารเท่านั้น หากมีการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ พรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะใช้ใคร คิดว่าสถานการณ์ในประเทศระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกันเอง อยากให้ใช้ตำรวจให้เป็นประโยชน์เพราะเป็นหน้าที่ของเขาโดยตรง ไม่ใช่คิดอะไรไม่ออกก็มาบอกทหาร 

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ว่าราชการจังหวัดจะเสนอข้อมูลไปยังรัฐบาลและรัฐบาลจะต้องเรียกประชุม กอ.รมน.พร้อมทั้งเรียกตนไปให้ข้อมูลเพื่อบูรณาการด้านการข่าวและประเมินสถานการณ์ว่า ควรจะประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักรหรือจะประกาศภาวะฉุกเฉินตาม พ.ร.ก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือไม่ ซึ่งถ้าไม่มีใครใช้อาวุธก็จะไม่เกิดความรุนแรงเพราะเจ้าหน้าที่ก็ใช้ไม่ได้ ตนอยากให้ดูว่าการชุมนุมของม๊อบสวนยางฯ ที่ผ่านมาไม่ร้ายแรงถ้าหากไม่มีคนใช้อาวุธ 

                ผบ.ทบ.กล่าวถึงแนวทางของรัฐบาลในการใช้ยางพารามาทำถนนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ประสานมายังกองทัพบก ให้เข้าไปช่วยเรื่องการสร้างถนนด้วยยางพารา ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานต่างๆ ได้คิดค้นว่าใช้ยางพารามาทำถนนได้ จึงได้สั่งการให้เจ้ากรมการทหารช่างไปสำรวจร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้( ศอ.บต. )กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า )ว่าเส้นทางใดที่ต้องไปทำ ทั้งนี้ ได้ให้เจ้ากรมการทหารช่าง นำข้อมูลที่ได้มาไปชี้แจงนายกรัฐมนตรีแล้ว รวมถึงข้อมูลทางเทคนิคว่ามีขีดความสามารถทำได้แค่ไหนและมีหน่วยงานใดทำได้ อีกทั้งต้องดูว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าใดในการดำเนินการ โดยไปจัดลำดับความเร่งด่วนในการดูว่าจะสร้างก่อนหรือหลัง

                ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวกระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพ และเป็นหน่วยงานที่ตั้งงบประมาณส่วนทหารช่างไปดำเนินการทางด้านเทคนิคเท่านั้น เพียงแต่ต้องจัดหาเครื่องมือในการผสมชิ้นส่วนงาน เข้าไปในอัลฟ่าคอนกรีต ต่อไปก็จะเป็นรับเบอร์คอนกรีต โดยนำยางพาราไปผสมเพิ่มเติม จะทำให้ลดการใช้ยางอัลฟ่าลงไป ทำให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้น การดำเนินการต่างๆ ยังอยู่ในขั้นของการทดสอบอยู่ ถ้ามีการอนุมัติทางกองทัพบกก็จะดำเนินการทดลองนำร่องก่อน เพื่อดูว่าจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ แต่เท่าที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้มีการทดลองใช้แล้ว ถ้าทำได้จริงก็เป็นเรื่องดีเพราะเป็นการใช้วัตถุดิบของเราเอง อีกทั้งก็มีปัญหาเรื่องราคายางพาราพอดี ถ้าทำแล้วแข็งแรงดีก็จะเกิดความพึงพอใจกับประชาชน และประชาชนก็จะสบายใจขึ้น 

                "เรื่องปัญหายางพารา นายกรัฐมนตรีได้พูดมานานแล้ว แต่ตอนนี้เกิดปัญหาพอดี ก็ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดตรงกับยุทธศาสตร์ของ กอ.รมน. ในการพัฒนา ผมอยากวิงวอนไปยังประชาชนภาคใต้ว่า ถ้าอยากให้ภาคใต้มีความเจริญมีการพัฒนาทุกมิติ จะต้องช่วยกันทำให้สถานการณ์สงบโดยเร็ว เพราะถ้าไม่สงบ คนที่จะลงไปทำงานก็ไม่กล้าไป จะไปจ้างบริษัทไหนก็ไม่กล้าไป ทหารก็ต้องลงไปทำ อยากให้คนภาคใต้ช่วยกลับมาทบทวน และหันหน้ามาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองดีกว่า อะไรที่ไม่พอใจและมีเงื่อนไขก็มาแก้ปัญหากัน คนไทยด้วยกันก็ต้องพูดจากันให้ได้ ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นแบบนี้ และจะอึดอัดไปทั้งหมด ซึ่งผมก็อึดอัด อยากให้ทุกอย่างเดินหน้าภายใต้กฎหมายที่มีอยู่" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

 

ประชุมผู้บัญชาการทหารบกแปซิฟิก"สหรัฐฯ"ไม่คุยทวิภาคีไทยเรื่องซีเรีย

                พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนการเดินทางไปประชุมผู้บัญชาการทหารบกภูมิภาคแปซิฟิก ครั้งที่ 8 (Pacific Armies Chiefs Conference ) ที่ประเทศนิวซีแลนด์ว่า เป็นการไปพบปะเยี่ยมเยียน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ความคิดเห็นของแต่ละประเทศ ภายใต้หัวข้อ ความท้าทายของกองทัพแต่ละประเทศต้องเจอกับภัยคุกคามอะไรบ้าง รวมถึงการเตรียมการของกองทัพ นอกจากนั้น จะมีการหารือเรื่องการดูแลความสงบสุขในภูมิภาคทั้งด้านความมั่นคง และความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ รวมถึงการแสวงหาความร่วมมือระหว่างกัน ส่วนการหารือทวิภาคีกับผู้บัญชาการของสหรัฐฯนั้น คงไม่มีการพูดคุยเรื่องการโจมตีประเทศซีเรีย เพราะเป็นเรื่องของมหาอำนาจ และโดยมารยาทแล้วจะไม่มีการถาม โดยทุกประเทศพยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในสถานการณ์ใดๆ และไม่ให้คนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก โดยประเทศที่เกี่ยวข้องคือประเทศที่ต้องเข้าร่วมปฏิบัติการ ซึ่งทางสหรัฐฯ คงต้องถามและประสานกับประเทศที่เป็นพันธมิตร ในส่วนของไทยไม่ได้มีส่วนร่วมแต่อย่างใด มั่นใจว่าสหรัฐฯ จะไม่ถามความเห็นเราในเรื่องที่เราไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่เราทำอยู่คือการดูแลประชาชนของสหรัฐฯ ในประเทศไทย ทั้งนี้อย่าทำให้ประเทศไทย ต้องไปยืนอยู่ข้างหนึ่งข้างใด เราเป็นมิตรกับทุกประเทศในโลก ไม่ได้เป็นศัตรูกับใครเลย ยกเว้นคนไทยที่เป็นศัตรูกันเอง ซึ่งทั่วโลกเขารักประเทศไทยหมด และไทยต้องวางตัวให้ถูก จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน พบปะเยี่ยมเยียนกันในฐานะที่เป็นพันธมิตร ด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกันและรักษาผลประโยชน์ร่วมกันและแบ่งปันผลประโยชน์เท่าเทียมกัน


ห่วงคดีชุมนุมการเมืองปี53สังคมเข้าใจทหารทำความผิด

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาทำสำนวนฟ้องต่อศาลหลังผลไต่สวนการเสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุม 53 เกิดจากเจ้าหน้าที่ทหารว่า ตนรู้สึกเป็นห่วง และอยากฝากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องควรต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้ ความขัดแย้งภายในประเทศมีหลายสาเหตุด้วยกัน และทหารไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร ไม่ได้อยู่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เป็นแค่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานและปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย หากไปแสดงความคิดเห็นว่าทหารมีความผิดในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ในขณะที่ทุกคนก็ยอมรับในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหน้าที่ของตนคือทำอย่างไรให้กองทัพนิ่ง และให้เขารู้สึกภูมิใจในการทำหน้าที่ของเขา ซึ่งเขาไม่ได้ภาคภูมิใจที่ต้องออกมาทำหน้าที่และทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ สูญเสีย เขาเหล่านั้นไม่เคยมีความสุขเลย และก็ไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดเหตุเช่นนั้นด้วย ซึ่งต้องไปหาว่าใครเป็นคนทำ อีกทั้ง ใครเป็นคนทำให้ทหารบาดเจ็บจำนวนมาก 

                "ขณะนี้มีข่าวออกมาภายนอกตลอดเวลาว่าเกิดกระทำจากเจ้าหน้าที่ มีทหารไปขึ้นศาล สังคมเขาเข้าใจว่าทหารเหล่านี้ไปทำความผิดมา จึงอยากฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ทหารเองก็พยายามสงบปากสงบคำพอสมควร จนกระทั่งลูกน้องก็ไม่เข้าใจว่าผู้บังคับบัญชาดูแลเขาหรือเปล่า ซึ่งวันนี้ผมต้องขอพูดเพราะหลายครั้งแล้ว อะไรที่ยังไม่จบไม่สิ้นก็ควรพอเสียที เรื่องอะไรที่ควรอยู่ในศาลก็ควรอยู่ในศาล ขั้นตอนไหนเป็นขั้นของการไต่สวนก็เป็นเรื่องของการไต่สวน ถ้าวันหน้าทหารออกมาพูดถึงเรื่องนี้บ้างจะรับได้หรือไม่ ต้องเห็นใจผมด้วย เพราะผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกเมียเขาก็เดือดร้อนเหมือนกัน ทุกคนก็เสียใจที่คนบาดเจ็บ เสียชีวิตเพราะเขาไม่ใช่ศัตรู วันนั้นเกิดอะไรขึ้น ใครที่ทำให้เกิดความรุนแรง และใครที่ทำให้เกิดการปะทะกัน จนทำให้เกิดการใช้อาวุธ ต้องไปหามา และสอบสวนกันตรงนั้น หากพูดว่าทหารทำงานแล้วต้องรับผิดชอบ ก็ต้องไปหาคนที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ทหารบาดเจ็บสูญเสีย หรือว่าทหารยิงตัวเองอย่างนั้นหรือ ซึ่งคงไม่ใช่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลิกพูดเสียที" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า

                ในช่วงวันนั้นเห็นแต่มีคนชื่นชมทหารกันหมด วันนี้ไม่เห็นชื่นชมเลย หายไปไหนกันหมด บางคนก็คล้อยตามไปกับเขาอีก ตนต้องปกป้องชื่อเสียงของกองทัพบก ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ เพื่อลดปัญหาและข้อขัดแย้ง เราทำตามกฎหมายทุกประการ อยากให้เข้าใจว่าสิ่งที่ทำไปตั้งแต่ปี 52-54 เราทำตามกฎหมายทั้งสิ้น ตามที่ผู้มีอำนาจสั่งการไม่เคยทำนอกกฎหมาย และผู้ที่มีอำนาจก็ไม่เคยสั่งให้ทหารไปทำร้ายประชาชน ขอให้จำคำพูดไว้ว่า ขึ้นศาลทุกครั้งก็จะพูดแบบนี้


"มาร์ค"ขอโทษพฤติกรรม"เชน" แต่ยันทุกอย่างทำเพื่อปกป้องชาติ

                นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยบนเวที "ผ่าความจริง" ที่วัดดอกไม้ เขตยานนาวา กทม. โดยระบุถึงกรณีของนายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ที่ทุ่มเก้าอี้ว่า เรื่องนี้เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ขอโทษพี่น้องประชาชนไปแล้ว โดยตนได้กำชับกับ ส.ส. ของพรรคให้อดทนมากกๆ และให้ระวังเรื่องพฤติกรรมมารยาท และหากมีอะไรที่กระทบภาพลักษณ์สภาเราก็ขอโทษ แต่ทุกอย่างที่ทีและต้องทำจต่อไปยังไงต้องปกป้องชาติ และประชาชนเป็นอันดับแรก