ข่าว

สภาล่ม!'ขุนค้อน'สั่งปิดประชุม

สภาล่ม!'ขุนค้อน'สั่งปิดประชุม

07 ก.ย. 2556

สภาล่ม!'ขุนค้อน'สั่งปิดประชุม หลังนับองค์ประชุมไม่ครบ นัดประชุมอีกครั้ง 9 ก.ย.นี้ ด้าน'สุเทพ'โวยถูกเสียงข้างมากใช้ลูกเล่นทางการเมือง-จำกัดสิทธิ์อภิปราย

                   7 ก.ย.56 การประชุมร่วมรัฐสภา นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราว่าด้วยที่มาของ ส.ว. เป็นวันที่ 9 ได้เริ่มขึ้น เมื่อเวลา 11.15 น. โดยมีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 7 ว่าด้วยการยกเลิกความในมาตรา 117 และมาตรา 118 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ความต่อไปนี้ “มาตรา 117 สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ให้วาระของวุฒิสภามีกำหนดคราวละ 6 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง และ มาตรา 118 เมื่อวาระของวุฒิสภาสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชบัญญัติกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 45 วันนับแต่วันที่วาระของวุฒิสภาสิ้นสุดลง และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร”

                  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้เริ่มประชุมไปเพียง 10 นาที นายสมศักดิ์ ได้สั่งพักการประชุม เนื่องจากนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้นับองค์ประชุม หลังจากที่ต้องใช้เวลารอองค์ประชุมให้ครบเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง แต่นายสมศักดิ์ ไม่ได้ดำเนินการเรียกนับองค์ประชุมทันที และขอให้เดินหน้าการประชุมต่อไป แต่ได้รับการทักท้วงโดยนายฉัตรพันธ์ จนทำให้นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอให้มีการนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ แต่ท้ายสุดนายสมศักดิ์ ได้ตัดสินใจพักการประชุม

                  ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้าที่จะมีการปิดประชุมดังกล่าว นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา หารือต่อที่ประชุมว่าการเรียกประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 7 ก.ย. ใช้ข้อบังคับประชุมรัฐสภาข้อใด เพราะตามหลักการต้องมีการนัดประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน อย่างไรก็ตามการลงมติเพื่อปิดอภิปรายเมื่อค่ำวันที่ 6 ก.ย. โดยไม่ฟังเสียงผู้ที่สงวนคำแปรญัตติ ตนขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอีก ตั้งแต่มาตรา 7 ถึง มาตรา 13 เพื่อไม่ให้เสียเวลา

                  กระทั่ง เมื่อเวลา 12.00 น.การประชุมร่วมรัฐสภาได้กลับมาประชุมอีกครั้ง หลังใช้เวลาพักไปนาน 35 นาที โดยนายสมศักดิ์ ได้ดำเนินการตามญัตติที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.พรรคเพื่อไทยนำเสนอ ให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ แต่ได้รับการทักท้วงจากนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ว่าการนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ ถือเป็นการขัดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 54 ว่าด้วยการออกเสียงคะแนน และขอให้ใช้การนับองค์ประชุมด้วยการกดบัตรแสดงตนเท่านั้น ทั้งนี้ได้รับการทักท้วงจากนายพายัพ ปั้นเกต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และขอให้เดินหน้าการนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ เพื่อให้สาธารณะรับทราบว่ามี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ คนใดบ้างที่มาร่วมประชุมหรือไม่

               จากนั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า “พวกผมทำตามกติกา แต่กลับถูกพวกท่านใช้ลูกเล่นทางการเมือง ถ้าจะทำอย่างไรก็ทำไป ท่านทำกับพวกเรามามาก ทั้งจำกัดสิทธิ์ ทั้งปิดการอภิปราย ผมจะขอสู้ตามกติกา ลูกเล่นทั้งหลาย ท่านเป็นผู้เล่นมาเองมาทั้งสิ้น”

               ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ ได้เรียกตัวแทนจากฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายส.ว. ฝ่ายละ 2 คน รวมเป็น 6 คน เพื่อเป็นกรรมการในการตรวจสอบการขานชื่อ แม้จะได้รับการท้วงติง จาก นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ว่า ต้องมีการลงมติในญัตติเลือกวิธีนับองค์ประชุม ด้วยการขานชื่อ หรือกดบัตรแสดงตนก่อน แต่นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าได้วินิจฉัยไปแล้ว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อดังกล่าวใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง และได้ใช้เวลาตรวจสอบนานกว่า 10 นาที จนทำให้นายสมศักดิ์ ต้องเรียกผลการลงนับองค์ประชุมจากเจ้าหน้าที่ถึง 2 รอบ และเมื่อเจ้าหน้าที่นำผลการนับองค์ประชุมมาให้ นายสมศักดิ์ กล่าวกับที่ประชุมว่า “ผมขอนัดประชุมร่วมรัฐสภา ต่อวันจันทร์ 9 ก.ย. เวลา 14.00 น.” โดยที่ไม่ได้เปิดเผยถึงผลการนับองค์ประชุมดังกล่าว รวมเวลาที่ใช้ประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 9 ใช้ไปทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง

               อีกทั้ง นายบุญยอด ฐานะกรรมการนับองค์ประชุม แจ้งผลว่า มีผู้แสดงตนทั้งสิ้น 319 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุมที่ต้องได้จำนวน 325 เสียง จากจำนวนสมาชิกที่มีทั้งหมด 649 คน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การขานชื่อดังกล่าว พบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้อยู่ในห้องประชุม ขณะที่รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้แสดงตนในห้องประชุม และระหว่างการขานชื่อดังกล่าว พบว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ งดการแสดงตัวและได้เดินออกจากห้องประชุมไปเกือบหมด ยกเว้น นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง นั่งอยู่ที่โต๊ะ แต่เมื่อใกล้ถึงการเรียกรายชื่อ ได้เดินออกไป ทำให้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ตะโกนว่า “เขาเดินออกไปแล้วครับ” ขณะที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการนับองค์ประชุม ได้ตอบรับการเรียกชื่อดังกล่าว ส่วน ส.ว. กลุ่ม 40 อาทิ นายสมชาย แสวงการ ที่ร่วมประชุมในตอนแรกก็ไม่ได้แสดงตัวเป็นองค์ประชุม

 

"เด็กพท."อัด"วิปรัฐบาล"ชี้แจ้งประชุมล่าช้าทำให้องค์ประชุมล่ม

 

               นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่องค์ประชุมไม่ครบส่วนหนึ่งมาจากการที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการประชุมในวันที่ 7 ก.ย.หรือไม่ เพราะแจ้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการว่าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 6 ก.ย.แล้ว ทำให้ ส.ส.เกิดความไม่แน่ใจและกลับไปลงพื้นที่กันแล้ว ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว.ก็มาเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมแต่กลับไม่อยู่ในห้องประชุม จนทำให้องค์ประชุมไม่ครบและทำให้การพิจารณาต้องยืดยาวออกไปอีก