
'ประชา'คุยชาวสวนยางรับได้90บาท/กก.
'ประชา' ระบุคุยชาวสวนยางรับได้ 90 บาทต่อกิโล 'โต้ง' ยัน รบ.ไม่ได้ละทิ้ง เลือกปฏิบัติ ด้าน'ประชาชน'แนะรัฐรับฟังปัญหาม็อบยาง-เจรจาอย่างสันติ
7 ก.ย. 56 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเจรจากับเกษตรกรชาวสวนยาง ว่า ผู้ที่หารือมาจากหลากหลายพื้นที่ ความคิดของคนหมู่มากจึงแตกต่างกันบ้าง โดยได้คุยกันด้วยความประนีประนอม จากการหารือในบางข้อเรียกร้อง รัฐบาลตัดสินใจสอดคล้องกับเกษตรกร การพูดคุย เสียงส่วนใหญ่รับได้ที่ 90 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งรัฐบาลจะยึดเอาตัวเลขนี้เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวล่าช้าแต่อย่างใด
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่าหากรัฐจะดูแลเกษตรกรให้มีรายได้เทียบเคียงเท่ากับราคายาง 90 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเรื่องที่รัฐดูแลเต็มที่แล้ว และเราก็รับปากว่าจะใช้เวลา 90 วัน เพื่อจัดเตรียมโครงสร้างการทำงาน เพื่อให้เกษตรกรได้รับเงินอุดหนุน แต่ก็อาจจะมีบางส่วนที่เห็นว่าน่าจะได้มากกว่านี้ ซึ่ง กนย.มีมติที่จะดูแลเกษตรกรเทียบเคียงได้กับการเพิ่มเข้าไปในราคายาง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกยางส่วนหนึ่งของประเทศมีความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม การจะสนับสนุนให้มีราคา 90 บาทต่อกิโลกรัมนั้น รัฐคงไม่เข้าแทรกแซงราคายาง หรือประกันรายได้ แต่จะเข้าไปอุดหนุนโดยจัดงบประมาณเพิ่มเติมให้เกษตรกรแต่ละรายเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อกิโลกรัม การทำงานร่วมกันระหว่างเอกชน ภาครัฐ และเกษตรกร รวมทั้งการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การแก้ปัญหารัฐบาลไม่ได้เลือกปฏิบัติ ละทิ้ง หรือปล่อยให้เวลาผ่านไป
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หากเข้าไปแทรกแซงราคายาง จะส่งผลกระทบต่อกลไกตลาดโลก สิ่งที่จะต้องทำคือ การเตรียมความพร้อมของเกษตรกร และปรับปรุงให้ต้นทุนการผลิตลดลง เพื่อให้มีความพร้อมในการแข่งขัน ซึ่งสินค้าแต่ละอย่างมีโครงสร้างไม่เหมือนกัน การแก้ไขปัญหาจึงต้องดูเป็นรายสินค้า เช่น ราคายางขณะนี้อยู่ที่ 78 บาทต่อกิโลกรัม
"ประชาชน"แนะรัฐรับฟังปัญหาม็อบยาง-เจรจาอย่างสันติ
สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศกรณีการชุมนุมของชาวสวนยางพารา โดยเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนกับ“ม็อบสวนยาง”ที่มีการชุมนุมประท้วงอยู่ในขณะนี้ ซึ่งอันดับ 1 เห็นว่าเป็นปัญหาที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไขเนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก 36.71% อันดับ 2 อยากขอร้องให้ผู้ชุมนุมอย่าปิดถนนหรือชุมนุมบริเวณที่มีประชาชนต้องเดินทางสัญจรไปมา 21.84% อันดับ 3 กลัวว่าการชุมนุมอาจยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ 19.94% อันดับ 4 เป็นสิทธิที่ทุกคนสามารถทำได้แต่อยากให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม 13.61% อันดับ 5 อยากเห็นการชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย / มีสติ มีเหตุ 7.90%
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่า“ม็อบสวนยาง” เป็น “ม็อบการเมือง” หรือไม่? อันดับ 1 บอกว่าไม่แน่ใจ 42.62% เพราะยังไม่ทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง สถานการณ์ไม่แน่นอน มีข่าวหลายกระแสที่พยายามนำเรื่องนี้ไปโยงกับการเมือง อาจเป็นการเรียกร้องของผู้ชุมนุมแต่มีนักการเมืองเข้าไปให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุนเอง ฯลฯ
อันดับ 2 ไม่เป็นม็อบการเมือง 35.65% เพราะเป็นเรื่องที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง และได้รับผลกระทบจากราคายางที่ตกต่ำ ภาครัฐยังไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ให้ดีขึ้นได้ เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่โดยตรง ฯลฯ อันดับ 3 เป็นม็อบการเมือง 21.73% เพราะมีหลายกระแสที่มองว่ามีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเกมการเมืองที่ต้องการทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล การชุมนุมผ่านมาหลายวันจำเป็นต้องใช้เงินทุนสนับสนุน ฯลฯ
3.ประชาชนคิดว่าวิธีแก้ไขที่ดีที่สุด กรณี “ม็อบสวนยาง” คือ อันดับ 1 รัฐบาลต้องลงมารับฟังปัญหาด้วยตนเอง จะได้ทราบถึงความเดือดร้อนและสาเหตุของการประท้วง 35.91% อันดับ 2 ทั้งรัฐบาลและผู้ชุมนุมควรมีการเจรจาพูดคุยกันอย่างสันติ พบกันคนละครึ่งทาง 24.86% อันดับ 3 รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้ก่อน โดยให้ความจริงใจและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย 17.13% อันดับ 4 ควรหลีกเลี่ยงการปะทะหรือการใช้กำลังในการแก้ปัญหาระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน 13.81% อันดับ 5 กำหนดราคากลางที่เหมาะสม อ้างอิงราคาท้องตลาด ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้ทราบ 8.29%



