ข่าว

เสียงจากอีสาน!หวั่น4เขื่อนใหม่คุกคามวิถีชีวิต

เสียงจากอีสาน!หวั่น4เขื่อนใหม่คุกคามวิถีชีวิต

07 ก.ย. 2556

เสียงสะท้อนจากอีสาน! หวั่น4เขื่อนใหม่คุกคามวิถีชีวิต : สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี/กวินทรา ใจซื่อรายงาน

              คำยืนยันของ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ประกาศไว้ที่ จ.ชัยภูมิ ถึงแนวคิดในการจัดการน้ำว่า จ.ชัยภูมิ เป็นแหล่งต้น "น้ำชี" ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชาวอีสาน ที่ผ่านมาต้องประสบปัญหาทั้งภัยแล้ง และน้ำท่วม ซ้ำซากมายาวนาน

              จากการศึกษาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ายังมีพื้นที่เหมาะสมในการก่อสร้างเขื่อน 4 แห่ง เพื่อแก้ปัญหาในอนาคต คือ เขื่อนโป่งขุนเพชร ความจุ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร มูลค่า 1,200 ล้านบาท เขื่อนชีบน ความจุ 300-400 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำสะพุง ความจุ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งสองแห่งมูลค่าการก่อสร้างกว่า 5,000 ล้านบาท และสุดท้าย เขื่อนยางนาดี ความจุ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร ขึ้นไป มูลค่ากว่า 2,700 ล้านบาท โดยกำหนดเวลาการสร้างเขื่อนทั้ง 4 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท

              นี่คือ ที่มาการออกแถลงการณ์ของ เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำภาคอีสาน แสดงจุดยืนคัดค้านโครงการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท พร้อมประกาศเจตนารมณ์คัดค้านโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ เพราะมองว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า อีกทั้งยังทำลายระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ และวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำ ประกอบกับชาวอีสานมีประสบการณ์ที่เลวร้ายจากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำโขง ชี มูล เปรียบเหมือนฝันร้ายที่ยังตามหลอกหลอนไม่สิ้นสุด

              แม้ว่าภาคประชาชนจะผนึกกำลังคัดค้านการผุดโครงการก่อสร้างเขื่อน 4 แห่ง แต่พลังเสียงของชาวบ้านมิอาจหยุดยั้งความพยายามในการผลักดันอภิมหาโปรเจกท์ของรัฐบาลได้

              ล่าสุดวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม.สั่งให้เร่งเดินหน้าโครงการสร้างเขื่อนใหญ่ทั้งหมดในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ทำให้ นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไอยศูรย์ สิงหนาท รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ (ผบก.ภ.จ.ชัยภูมิ) ได้ประสานนำสื่อมวลชนร่วมลงตรวจสอบพื้นที่เตรียมสร้างเขื่อนยางนาดี ที่บ้านละหานค่าย หมู่ 2 ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว ใหม่อีกครั้ง ซึ่งในจุดนี้มีการเข้ามาก่อสร้าง "หมู่บ้านผี" มากกว่า 400 หลัง เพื่อหวังรอเงินชดเชยหลังละ 1 ล้านบาท โดยอ้างว่าทุกคนต่างก็มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน และปักหลักทำกินมานาน

              จากการลงพื้นที่พบบ้านเรือนกว่า 400 หลัง แต่ไม่มีคนอยู่อาศัย บางหลังไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีคนเข้ามาอ้างสิทธิ์ครอบครองที่ดินปรากฏให้เห็นไม่ถึง 10%

              นายสามารถ เพิ่มสุข วัย 38 ปี ชาวบ้านเลขที่ 299 หมู่ 2 โดยกำเนิด เล่าว่า พื้นที่ที่มีการเข้ามาสร้างบ้านใน 2 โซน บริเวณที่เตรียมก่อสร้างเขื่อนมีการปลูกบ้านกว่า 400 หลัง แต่มีคนมาอยู่จริงๆ แค่ 38 หลังคาเรือนเท่านั้น

              "จุดที่พวกเขาเข้าไปปลูกบ้าน เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าสร้างเขื่อนขึ้นบ้านจะถูกน้ำท่วมแน่ๆ ในฤดูฝน ถ้าฝนตกหนัก บริเวณนี้จะถูกน้ำท่วมสูงทุกปี ที่ดินส่วนใหญ่ชาวบ้านขายให้นายทุนไปแล้ว ปัจจุบันเขาก็เสียชีวิตไปแล้ว และที่ดินทั้งหมดก็ตกเป็นของนายทุนจาก จ.นครราชสีมา และปราจีนบุรี ที่เข้ามากว้านซื้อไปหมดแล้ว ก่อนจะชักชวนคนกลุ่มหนึ่งให้เข้าไปอยู่อาศัย ส่วนผมเคยถูกจ้างให้ไปช่วยสร้างบ้านที่นั้น ก็รับทำให้ เพราะเป็นอาชีพ ใครจ้างก็ทำ" นายสามารถกล่าว

              บทเรียนจากการจัดการน้ำของภาครัฐ ภายใต้ชื่อ โครงการโขง ชี มูล ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งป่าบุ่ง ป่าทาม การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตคนลุ่มน้ำ การสูญเสียที่ดินทำกิน และการขยายวงของดินเค็ม นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ เลขาธิการ กป.อพช.อีสาน และเครือข่ายทั้ง 79 องค์กร มองว่า โครงการการจัดการน้ำของภาครัฐที่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำมาตลอด โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเขื่อน ซึ่งรัฐเชื่อว่าสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้ แต่ที่ผ่านมารัฐยังไม่เห็นความสำคัญในกระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการต่อสาธารณะ

              "การลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านหลายคนบอกว่าไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างเขื่อน เช่น ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนรอบเขื่อน การชดเชยเวนคืนที่ดิน และพื้นที่น้ำท่วมถึง เกรงว่าจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมา มีเพียงแกนนำอย่างกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน และหัวคะแนนนักการเมือง ที่พอจะรู้รายละเอียด ดังนั้นเครือข่ายจะเกาะติดในพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลให้รอบด้าน ทำความเข้าใจกับชุมชน ให้ความรู้เรื่องสิทธิชุมชน ขบวนการด้านกฎหมาย รวมถึงการตั้งทีมนักวิชาการเรื่องน้ำ เพื่อศึกษาผลกระทบต่อชุมชน ที่สำคัญต้องเปิดเผยข้อมูลการทำผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้แก่ทุกฝ่ายรับรู้ จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครเห็นรายละเอียด” นายสุวิทย์กล่าว

              ส่วนโครงการก่อสร้าง 4 เขื่อนในอีสาน คือ เขื่อนโป่งขุนเพชร เขื่อนชีบน เขื่อนยางนาดี และเขื่อนลำสะพุง นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ สะท้อนปัญหาว่า ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่โครงการซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่มีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างจริงจัง ไม่เคยรู้ข้อมูลรายละเอียดของการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทำให้โครงการก่อสร้างมีปัญหาตามมาโดยตลอด

              "โครงการพัฒนาของภาครัฐ ต้องมองให้รอบด้าน ทุกมิติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อชาวบ้านอย่างแท้จริง ขณะนี้ความเป็นไปได้ของการก่อสร้างอยู่ที่ 45% แล้ว ระหว่างนี้ทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นในฐานะอนุกรรมการได้เตรียมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่โครงการ เพื่อการออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่มีคำพิพากษาให้รัฐบาลนำแผนบริหารจัดการน้ำไปจัดเวทีให้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน" นายหาญณรงค์ย้ำ

              ทั้งนี้ ภาคเอกชนจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการ สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมให้ชาวบ้านมีความรู้ ความเข้าใจของโครงการที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะผลกระทบต่อวิถีชีวิต เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสนำเสนอแนวคิดออกไปสู่สาธารณะ เป็นข้อเสนอที่เป็นความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

              สำหรับเวทีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในแผนบริการการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เตรียมจัดขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคมนี้ ทั้งหมด 19 ครั้ง คาดจะมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 6 หมื่นคน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นใน 2 จังหวัด คือ วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ จ.สกลนคร โมดูล บี 2 ในพื้นที่ 1 อำเภอ 23,206 ครัวเรือน จำนวน 53,338  คน มีเป้าหมายประชาชนเข้าร่วม 2,000 คน และวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ จ.ชัยภูมิ โมดูล บี 1  พื้นที่ 2 อำเภอ 12,040 ครัวเรือน จำนวน 8,160 คน  มีเป้าหมายประชาชนเข้าร่วม 1,500 คน

............................


(หมายเหตุ : เสียงสะท้อนจากอีสาน! หวั่น4เขื่อนใหม่คุกคามวิถีชีวิต : สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี/กวินทรา ใจซื่อรายงาน)