
'จานด่วน'แบกไม่ไหวจ่อขึ้นราคา
สมาคมภัตตาคารไทยโอดต้นทุนพุ่งสวนทางกำลังซื้อตก ร้านอาหารเล็งปรับขึ้นราคาอาหาร 30% ชี้รัฐตรึงจานด่วนบิดเบือนตลาด
6ก.ย.2556 นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีต้นทุนการผลิตอาหารปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น และต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มที่มีผลวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับขึ้นราคาอาหารประมาณ 30% เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุน เนื่องจากขณะนี้ราคาขายเฉลี่ยของอาหารยังไม่สะท้อนต้นทุนแท้จริง อย่างไรก็ตาม คาดว่าร้านอาหารส่วนใหญ่จะไม่ปรับราคาทันที แต่จะหันไปใช้วิธีลดต้นทุนและตรึงราคาให้ใกล้เคียงเดิมมากที่สุดไว้ก่อน อาจลดปริมาณอาหารลง หรือลดวัตถุดิบลง
"ราคาขายอาหารจานเดียวที่รัฐพยายามตรึงราคาไว้ที่ 25 บาท ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากราคาที่แท้จริงควรอยู่ที่ 35 บาท และอาจเพิ่มขึ้นถึง 45-50 บาท ช่วยปลายปีนี้เมื่อพิจารณาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดขายของร้านอาหารตั้งแต่ต้นปีก็ลดลงกว่า 20% เนื่องจากเศรษฐกิจถดถอย และกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง เป็นผลจากภาระค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ เช่น เข้าร่วมโครงการรถคันแรก ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทยอยปรับขึ้นต่อเนื่อง" นางฐนิวรรณกล่าว
สำหรับภาพรวมตลาดธุรกิจบริการเกี่ยวอาหารในปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าราว 669,000 ล้านบาท จากผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารทั่วประเทศราว 4 แสนราย แบ่งเป็นร้านอาหาร 1 แสนราย และหาบเร่แผงลอย 3.3 แสนราย แต่ปัจจุบัน ด้วยปัจจัยลบต่างๆ ทำให้เริ่มประสบปัญหาและเลิกกิจการไปแล้วราว 2 หมื่นรายเหลือราว 3 แสนราย ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สมาคมภัตตาคารไทยจึงเริ่มรณรงค์ผู้ประกอบการให้เข้าร่วมโครงการ "พัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอย เพื่อสุขภาวะ" ครั้งแรกในไทย
ขณะที่ในวันที่ 10 กันยายนนี้ เวลา 09.30 น. ศาลปกครองกลางนัดไต่สวนคดีมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบให้ปรับราคาก๊าซแอลพีจี โดยฟ้องว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 5 คน มีมติเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2556 เห็นชอบให้ปรับราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือน ให้ปรับขึ้นเดือนละ 0.50 บาทต่อกิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2556 เป็นต้นไป จนสะท้อนต้นทุนโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ 24.82 บาทต่อกิโลกรัม
ทั้งนี้ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นมติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 61 ที่กำหนดให้ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองในการได้รับข้อมูลที่เป็นความจริง แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 กลับไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และยังไม่เคยรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย



