
ล้มไม่เป็นท่า!'ประชา'เจรจาม็อบยาง
ล้มไม่เป็นท่า!'ประชา'เจรจาม็อบยาง ส่งผลให้ชาวสวนยางสงขลาประกาศจะยกระดับการชุมนุมทันที 14 ก.ย.นี้ โฆษก.ตร.ยันไม่เคยใช้แก๊สน้ำตาปะทะม็อบ
6ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 07.45 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกนัฐมนตรี ได้นำคณะอาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปเจรจากับกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง ที่โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช จนถึงช่วงเย็นผลการเจรจาออกมาปรากฏว่าล้มเหลวอีกครั้งเมื่อรัฐบาลไม่รับข้อเสนอที่ราคา 95 บาท/กก. ตามที่ตัวแทนเกษตรกรเรียกร้องโดยที่ตัวแทนรัฐบาลยืนยันคงอยู่ที่ 90 บาท/กก. แล้วสั่งปิดประชุมทันที ส่งผลให้ชาวสวยยาง จ.สงขลา ประกาศจะยกระดับการชุมนุมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 14 ก.ย. นี้
โฆษก.ตร.ยันไม่เคยใช้แก๊สน้ำตาปะทะม็อบ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมม็อบสวนยางว่า ขณะนี้มีการปิดถนนอยู่ 4 จุดด้วยกัน โดยปิดตาย 2 จุดคือ 1.แยกควนหนองหงส์ จ.นครศรีธรรมราช มีมวลชน 400 คน ปิดการจราจรทั้งหมด 2.แยกหนองดี จ.นครศรีธรรมราช. มีมวลชนประมาณ 150 คน ยังปิดการจราจร แต่ขณะนี้มีฝนตกหนัก 3.แยกอันดามัน จ.ตรัง มีมวลชนประมาณ 70 คน ปิดการจราจรครึ่งหนึ่ง ยังสัญจรได้ 4.เขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี มีมวลชนประมาณ 300 คน ปิดการจราจรครึ่งหนึ่ง ยังสัญจรได้ ตอนนี้ 3 จุดที่ จ.นครศรีธรรมราช และจ.ตรัง รอฟังผลการเจรจาของ พล.ต.อ.ประชา ที่กำลังเจรจากันอยูที่โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า การปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านธรรมรัตน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบขีรีขันธ์ จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 24 นาย เผารถผู้สื่อข่าว 3 คันนั้น ขณะนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้สั่งการให้นำเครื่องบินคาซ่าไปรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ 13 นายที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.หัวหิน มารักษาที่ รพ.ตำรวจ ส่วนอีก 2 นายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ โดยเฉพาะ ด.ต.สุชาติ จ่ามา สังกัด ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ บาดเจ็บสาหัสถูกฟันที่ศรีษะ และถูกน้ำกรดสาด นอกจากนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบเงินช่วยเหลือตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รายละ 203,000 บาท บาดเจ็บทั่วไปรายละ 43,000 บาท
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ปะทะเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 12 คน เป็นชาย 8 คน หญิง 4 คน ในข้อหา ปิดเส้นทางหลวง ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน โทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานการเผายางรถยนต์ ยิงหนังสติ๊ก สาดน้ำกรด และเอาขวานฟัน ทั้งหมดเจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมตัวได้ 48 ชั่วโมง จากนั้นจะนำตัวฝากขังศาล หลักจากนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบเข้าข่ายความผิดอื่นก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทีมสืบสวนได้นำภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจากสื่อมวลชนทุกแขนงมาดู พบว่าความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมที่ กทม.กับที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ ร.อ.ทรงกรด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม มีภาพอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ ส่วนเจ้าของรถที่ถูกเผาทำลายก็ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนแล้ว
โฆษก ตร.กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ว่า ไม่มีการใช้แก๊สน้ำตาแน่นอน ตำรวจไม่มีแก๊สน้ำตาหรืออาวุธ ภาพที่ปรากฎทางสื่อออนไลน์น่าจะเป็นภาพอย่างอื่น ตอนนี้ให้ทางฝ่ายเทคโนโลยีตรวจสอบที่มาที่ไปของภาพดังกล่าวแล้ว สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ตำรวจได้ประเมิน 2 แนวทาง แนวทางแรกการเจรจาสำเร็จ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แนวทางที่ 2 ถ้าการเจรจาไม่สำเร็จ ตำรวจก็พร้อมปฏิบัติตามแผนเดิม ซึ่ง ผบ.ตร.ได้สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ โดยยืนยันตามนโยบายเน้นการเจรจา ดูแลความปลอดภัย ไม่มีอาวุธ และหลักเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุม
สธ.-คมนาคมรับลูกนายกฯใช้ยางเพิ่ม
ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพารา ว่า ที่ประชุมมีมติออกมาตรการระยะสั้นเพื่อกระตุ้นการใช้ยางในประเทศมากขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุขจะกระตุ้นการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆที่ผลิตจากยางพารา เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้และมีโครงการที่จะไปช่วยเหลือต่างประเทศ รวมถึงเรากำลังจะดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น
ทางกระทรวงฯจึงจะสั่งซื้อยางพาราเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50%และให้องค์การเภสัชกรรม หาวิธีร่วมลงทุนกับองค์การสวนยางและผู้ผลิตรายย่อย เพื่อให้มีความสามารถที่จะเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น และทำให้เป็นอุตสาหกรรมที่ครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าของยางพาราในการแข่งขันกับการใช้ยางสังเคราะห์
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมเน้นการนำยางไปฉาบผิวพื้นถนนเพิ่มขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการให้กรมการทหารช่างเข้ามาช่วยเหลือตรงนี้ด้วย โดยเฉพาะโครงการถนนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี 37 เส้นทางที่สามารถนำยางพาราไปฉาบได้เลย ซึ่งตนจะเร่งรัดเรื่องนี้และดำเนินการใช้ยางพาราในการทำถนนให้มากขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้เรามีการใช้ยางพาราเป็นจำนวนหมื่นตัน เพิ่มจากเดิมหลักพันตัน รวมถึงการขยายการนำยางพาราไปใช้ในส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการลงทุน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท
.........
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กเนตรชนก ไชยจิตต์)



