
'โอบามา'อาจแพ้มติถล่ม'ซีเรีย'
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา มีโอกาสพ่ายแพ้ยับเยินในสภาคองเกรสส์ สำหรับมติถล่มซีเรีย ด้าน 'เลขาฯยูเอ็น' วอน 'จี20' เลี่ยงใช้กำลังทหาร
6 ก.ย. 56 นางแนนซี่ เพโลซี่ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเดโมแครต ให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ว่า เธอไม่แน่ใจว่า เสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ จะสนับสนุนการใช้กำลังต่อซีเรียหรือไม่ แต่ขณะเดียวกัน ก็มีสัญญาณที่ชัดเจนว่า สมาชิกรีพับลีกันส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะคัดค้าน ซึ่งหมายความว่า จำเป็นต้องพึ่งเสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครตในการเข็นมตินี้ให้ผ่านให้สำเร็จทั้งสองสภา
จากการประเมินความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , สมาชิกวุฒิสภาและคณะที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับการลงมติ พบว่า ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติในวันนี้ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ก็จะประสบความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน แต่ถ้าวุฒิสภาลงมติรับรองการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรียในสัปดาห์หน้า ซึ่งไม่แน่ว่าจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ แต่ประธานาธิบดีโอบามา มีแนวโน้มจะประสบความพ่ายแพ้ในสภาผู้แทนราษฎอย่างแน่นอน และจะกลายเป็นความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องไปอีก 3 เดือน เมื่อเขาจะต้องเผขิญกับการอภิปรายเรื่องงบประมาณประจำปีในสภาคองเกรสส์รอบใหม่
บรรยากาศการเมืองของสหรัฐ ถูกมองว่า สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่การที่ตอนนี้ไม่ใช่สมัยประชุมสภาฯ ทำให้ทั้ง ส.ส.และวุฒิสมาชิกส่วนใหญ่พากันไปพักผ่อน และไม่ได้โดนล็อบบี้อย่างหนักจากฝ่ายบริหารจของประธานาธิบดีโอบามา หรือรับฟังการรายงานสรุป ขณะที่ประธานาธิบดีโอบามา ก็ยังไม่ได้แถลงเรื่องซีเรียต่อประชาชนในชาติ ซึ่งส่วนใหญ่หวังว่าเขาจะทำเมื่อกลับจากการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอด จี 20 ที่รัสเซีย และทำเนียบขาวได้ยกเลิกแผนการไปนครลอส แองเจลิส ของเขาเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้มีเวลาล็อบบี้ ส.ส.และ ส.ว.อย่างเต็มที่
ที่ปรึกษาของรีพับลีกันคนหนึ่ง ให้ความเห็นว่า พรรครีพับลีกัน มีธรรมเนียมที่ต้องคัดค้านประธานาธิบดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในประเด็นความมั่นคงของชาติ และการทหาร ส่วนมติถล่มซีเรียนั้น มีโอกาสผ่านแค่ 30-40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
เตือนพลเมืองอเมริกันไม่ให้ไปซีเรีย เพราะมีอัล ไกดา แทรกซึมอยู่กับฝ่ายต่อต้านรบ.
ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ กำลังขอให้สภาคองเกรสส์ เปิดไฟเขียวให้เขาใช้ปฏิบัติการโจมตีทางทหารเพื่อกำราบรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด ของซีเรีย โทษฐานที่ใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนของตนเอง กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ก็ยังคงต้องเตือนภัยพลเมืองชาวอเมริกัน ไม่ให้เดินทางไปซีเรีย เนื่องจากกลุ่มอัล-นัสราห์ ฟรอนท์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอัล ไกดาในอิรัก หรือ AQI ที่ร่วมมือกับฝ่ายต่อต้านที่พยายามจะโค่นอำนาจประธานาธิบดีอัสซ้าด ได้ก่อเหตุโจมตีในซีเรียแล้วราว 600 ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2554
กระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า การโจมตีเหล่านี้ของอัล ไกดา ทำให้ชาวซีเรียเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งการใช้ระเบิดพลีชีพที่มีมากกว่า 40 ครั้ง ไปจนถึงการใช้อาวุธขนาดเล็ก และระเบิดแสวงเครื่อง ในหลายเมืองใหญ่ ที่รวมถึงกรุงดามัสกัส อาเล็ปโป ฮามาห์ ฮอมส์ อิดิบ และเดย์ อัล ซอวร์ โดยเฉพาะสถานที่สาธารณะ เช่น อาคารรัฐบาล , ย่านจับจ่าย และสถานที่กลางแจ้ง
การเตือนภัยการเดินทาง ได้เน้นเรื่องที่อัล ไกดา แทรกซึมเข้าไปอยู่กับฝ่ายต่อต้าน ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า นายมูฮัมหมัด อัล จอว์ลานี่ ผู้นำกลุ่ม อัล-นัสราห์ ฟรอนท์ เป็นพันธมิตรกับนายไอย์มาน อัล ซาวาฮิรี ผู้นำอัล ไกดา ซึ่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโอบามา ขึ้นบัญชีดำให้กลุ่มนี้เป็นองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ และรายงานของสำนักงานวิจัยของสภาครองเกรสส์ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ระบุว่า ปฏิกิริยาของผู้นำฝ่ายต่อต้านและกลุ่มติดอาวุธในซีเรียออกมาเป็นลบ และต้องการให้รัฐบาลสหรัฐพิจารณาทบทวนอีกครั้ง
'เลขาฯยูเอ็น' วอน 'จี20' เลี่ยงถล่ม 'ซีเรีย'
นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวในการประชุมนอกรอบของการประชุมสุดยอดผู้นำ จี20 ในเช้าวันนี้ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย เรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยซีเรียโดยเร็วเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อหาทางยุติสงครามในซีเรีย โดยเตือนว่าวิกฤติด้านมนุษยธรรมในซีเรียอยู่ในขั้นหายนะอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่ และขอให้ผู้นำชาติ จี20 หาทางหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารโจมตีซีเรีย
คำวิงวอนของเลขาธิการยูเอ็นมีขึ้นหลังจากบรรยากาศการประชุมผู้นำ จี20 วันแรกบดบังด้วยประเด็นซีเรียและหลายชาติมีความเห็นขัดแย้งกับสหรัฐที่พยายามใช้เวทีนี้ล็อบบี้หาชาติพันธมิตรเข้าร่วมปฏิบัติการทหารโจมตีซีเรียเพื่อสั่งสอน กรณีมีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือนในแถบชานกรุงดามัสกัส เมื่อ 21 ส.ค.
ผู้นำกลุ่มจี20 ประชุมเรื่องที่สหรัฐจะใช้กำลังทหารลงโทษซีเรียในช่วงงานเลี้ยงอาหารค่ำเมื่อคืนวานที่พระราชวังปีเตอร์ฮอฟนอกเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แต่ดูเหมือนว่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะไม่สามารถโน้มน้าวชาติสมาชิกจี20 ให้เห็นพ้องกับเขาได้ โดยมีเสียงคัดค้านดังสุดจากรัสเซีย และโฆษกประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงข่าวว่า รัฐบาลไม่อาจยอมรับสิ่งที่สหรัฐใช้เป็นหลักฐานอ้างว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตี โดยยืนยันว่าเป็นหลักฐานที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งบอกว่า หากสหรัฐใช้กำลังโจมตีซีเรียก็เท่ากับตอกลิ่มปิดฝาโลงให้กับกฎหมายระหว่างประเทศ
ขณะที่นางซาแมนธา พาวเวอร์ ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ แถลงที่นครนิวยอร์ก วิจารณ์รัสเซียที่ขู่ใช้สิทธิวีโต้คัดค้านญัตติโจมตีซีเรีย โดยกล่าวหาว่ารัสเซียจับคณะมนตรีความมั่นคงเป็นตัวประกัน โดยขัดขวางญัตติใช้กำลังทหารต่อซีเรีย พร้อมกับวิจารณ์ระเบียบของคณะมนตรีที่ให้สมาชิกถาวรมีสิทธิวีโต้ยับยั้งมติใดๆ
ส่วนเลขาธิการยูเอ็น ที่เข้าร่วมประชุมจี20 ด้วย ย้ำเตือนว่าปฏิบัติการทางทหารใดๆ ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคง และการติดอาวุธให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช่คำตอบ นอกจากนี้นางแองเจลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ย้ำว่า เยอรมนีจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการทหารโจมตีซีเรีย และสองผู้นำระดับสูงจากสหภาพยุโรปร่วมเรียกร้องให้ใช้วิถีทางการเมืองยุติวิกฤติในซีเรีย
นอกจากนี้สมเด็จพระสันตปาปา โป๊ป ฟรานซิส ทรงมีพระราชสาส์นถึงประธานาธิบดีปูติน ในฐานะประธานการประชุมจี20 เรียกร้องให้ผู้นำทั้งหลายแสวงหาวิธียุติความเห็นที่ขัดแย้ง และหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหาร รวมทั้งเตือนให้ประชาคมโลกเลิกมองประโยชน์ของตนฝ่ายเดียวที่จะทำให้ไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้
---------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



