ข่าว

'ฝ่ายต้าน'รับถล่มซีเรียเหมือน'บิน ลาเดน'

'ฝ่ายต้าน'รับถล่มซีเรียเหมือน'บิน ลาเดน'

06 ก.ย. 2556

เผยภาพวิดีโอล่าสุด ฝ่ายต่อต้านในซีเรีย ยอมรับว่า เป็นคนใช้อาวุธเคมี โดยบอกว่า 'เราฆ่าเด็กและผู้หญิงเหมือนกับโอซาม่า บิน ลาเดน'

                6 ก.ย.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวิดีโอ นายนาดีม บาลูช สมาชิกของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ที่เรียกตัวเองว่า " ยาร์ดห์ อัล อับดีน "ที่เคลื่อนไหวในแถบลาตาเกียของซีเรีย กล่าวว่า เขามีสารเคมีที่ผลิตแก๊สพิษและเป็นอันตรายถึงชีวิต ก่อนจะบอกว่า เราตัดสินใจใช้มันสร้างหายนะผ่านผู้หญิงและเด็กและเราฆ่าหญิงและเด็กเหมือนกับโอซาม่า บิน ลาเดน เคยบอกไว้ว่า จะทำจนกว่าพวกเขาจะหยุดการฆ่าผู้หญิงและเด็กของเรา

               นายบาลูช ยังพูดถึงกองทัพซีเรีย ที่เข้าไปใกล้ฐานที่มั่นของฝ่ายต่อต้านด้วยว่า เราคิดว่า อาวุธเคมีเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพ และจะขับไล่พวกเขาไปอย่างได้ผล เราประกาศไปแล้วว่า ถ้าพวกเขาเข้ามาใกล้ในรัศมี 1 เมตร เราก็จะโจมตีพวกเขาถึงบ้าน จะทำให้กลางวันกลายเป็นกลางคืน และกลางคืนกลายเป็นกลางวัน

               ทั้งนี้ วิดีโอที่ถูกเผยแพร่ล่าสุด ได้กลายเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อสันนิษฐานที่ว่า ฝ่ายต่อต้านที่สหรัฐสนับสนุน มีอาวุธเคมีไว้ในครอบครองและใช้มาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง แต่รายงานในเรื่องนี้มักจะไม่ได้รับความสนใจจากสื่อกระแสหลัก

               อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ ฝ่ายต่อต้านที่มีฐานอยู่ที่เมืองกูต้า ชานกรุงดามัสกัส ได้ยอมรับต่อผู้สื่อข่าวคนหนึ่งว่าพวกเขาเป็นเจ้าของอาวุธเคมีใช้ในการโจมตีเมื่อเดือนที่แล้ว ที่ชาติตะวันตกประณามว่า เป็นฝีมือของกองทัพของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด โดยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุและความผิดพลาดในการใช้งาน หลังจากได้รับมาจากซาอุดิอาระเบีย และแม้เรื่องนี้ จะถูกนำไปเผยแพร่นายเดล เกฟลัค ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง AP และ BBC แต่กลับไม่ได้รับความสนใจเช่นกัน

               นอกจากนี้ ยังมีบทสนทนาระหว่างสมาชิกของกองทัพซีเรียเสรี 2 คน ที่วางแผนจะใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ในรัศมี 1 กิโลเมตร และยังมีภาพที่แสดงให้เห็นฝ่ายต่อต้านกำลังทดสอบการใช้แก๊สพิษกับกระต่ายให้ห้องทดลองด้วย นอกเหนือจากวิดีโออีกเป็นจำนวนมากที่ชี้ว่า ฝ่ายต่อต้านเตรียมการที่จะใช้อาวุธเคมี

 

 

"รัสเซีย"ระบุ เสนอรายงาน 100 หน้า ต่อสหประชาชาติ ชี้แจงว่า ฝ่ายต่อต้านในซีเรียใช้อาวุธเคมี

               
               เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศรัสเซีย โพสต์ข้อความระบุว่า รัสเซียได้มอบรายงาน 100 หน้าให้สหประชาชาติ เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ระบุว่า กองกำลังฝ่ายต่อต้านในแก๊สพิษซารินโจมตีชานเมืองอาเล็ปโป้ของซีเรีย เมื่อเดือนมีนาคม ไม่ใช่กองกำลังของประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัสซ้าด โดยในรายงานยังมีรายละเอียดการวิเคราะห์ตัวอย่าง ที่ผู้เชี่ยวชาญรัสเซียเก็บมาได้จากพื้นที่ที่ถูกโจมตี คือ ข่าน อัล อาซัล ทางตอนเหนือของซีเรีย ที่มีผู้เสียชีวิต 26 คน

               ฟาร์ฮัน ฮัค โฆษกสหประชาชาติ ยืนยันว่า รัสเซียเสนอรายงานให้สหประชาชาติ เมื่อเดือนกรกฎาคมจริง แต่ไม่มีการเผยแพร่ แต่จากการเปิดเผยล่าสุดในเว็บไซต์ ได้แสดงการเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่รัสเซียระบุว่า เป็นรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์กับผลการสรุปข่าวกรองที่ยาวกว่าของสหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศส ที่ออกมาเพื่อสร้างความชอบธรรมในการประเมินผลว่า รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีชานกรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม

               รายงานของฝรั่งเศสที่มีอยู่ 9 หน้า ซึ่งยาวที่สุดใน 3 ประเทศ ได้อาศัยหลักฐานทางสภาพแวดล้อม และไม่สอดคล้องกับรายละเอียดบางอย่าง ที่รวมทั้งตัวเลขผู้เสียชีวิต

               รัสเซียเตือนสหรัฐและพันธมิตร ไม่ให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย จนกว่าสหประชาชาติจะเสร็จสิ้นการศึกษารายละเอียดทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมเสียก่อน และยังระบุด้วยว่า ความต้องการที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรียของตะวันตกในตอนนี้ ไม่ต่างจากการใช้ข้ออ้างผิด ๆ และข่าวกรองที่ไร้ประสิทธิภาพที่นำไปสู่การที่สหรัฐนำกองทัพนานาชาติบุกอิรัก เมื่อปี 2546

               รัสเซีย ระบุว่า จากการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งดำเนินการภายใต้ระเบียบขององค์การเพื่อการห้ามอาวุธเคมี หรือ OPCW ซึ่งเป็นหน่วยงานสากล ที่ควบคุมการยึดมั่นต่อสนธิสัญญาห้าใช้อาวุธเคมี และตัวอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียรวบรวมได้ ก็ถูกส่งไปยังห้องแลปของ OPCW ในรัสเซีย

               รัสเซีย ระบุว่า จำต้องละเมิดกฎข้อห้ามที่ไม่ให้มีการเปิดเผยรายงานการพิสูจน์ประเภทนี้ของOPCW เนื่องจากชาติตะวันตกกำลังเตรียมที่จะใช้ปฏิบัติการทางภาคพื้นดินต่อซีเรีย เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ใช้แก๊สพิษโจมตีชานกรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ส่วนตัวอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ ใช้เวลา 4 วันในการเข้าไปสืบสวนนั้น ได้ถูกส่งไปยังห้องแลปหลายแห่งในยุโรป ซึ่งนายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้สหรัฐประวิงเวลาในการโจมตีไปจนกว่าจะทราบผล แต่สหรัฐกลับตอบโต้ว่า ผลที่ได้มาจะสามารถบอกอะไรได้

               ทำเนียบขาว ระบุว่า รายงานของรัสเซียไม่ช่วยให้สหรัฐเปลี่ยนใจ และยืนยันว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีอัสซ้าด เป็นผู้รับผิดชอบการใช้แก๊สพิษโจมตีที่ อัล อาซัล เมื่อเดือนมีนาคมและที่ชานกรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม

               อย่างไรก็ตาม ในรายงานของรัสเซีย ระบุว่า กระสุนที่ใช้ในการยิงอาวุธเคมี ไม่เหมือนกระสุนที่ใช้ในกองทัพซีเรีย แต่กลับเหมือนของที่ผลิตกันในพื้นที่ตอนเหนือของ