ข่าว

เมีย'เอ็กซ์ จักรกฤษณ์'รับหยิบเงินไปบางส่วน

เมีย'เอ็กซ์ จักรกฤษณ์'รับหยิบเงินไปบางส่วน

05 ก.ย. 2556

เมีย'เอ็กซ์ จักรกฤษณ์' หวั่นเกิดโศกนาฏกรรมหมู่ ร้องยธ.ขอคุ้มครองพยาน หลังสามีถูกปล่อยตัวชั่วคราว เผยเคยถูกข่มขู่ รับหยิบทรัพย์สินในตู้เซฟไปเพียงบางส่วน

               เมื่อวันที่ 5 กันยายน น.ส.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยานายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อขอรับการคุ้มครองพยาน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยหลังจากที่นายจักรกฤษณ์ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนเองฐานร่วมกันลักทรัพย์จากเหตุที่นำทรัพย์สินบางส่วนออกจากตู้นิรภัยของธนาคาร

               น.ส.ณิธิวดี เปิดเผยว่า กรณีที่ถูกกล่าวหาลักทรัพย์จากตู้เซฟของธนาคาร ยืนยันว่าก่อนหน้านี้นายจักรกฤษณ์เคยมอบกุญแจเซฟไว้ให้ 1 ดอกและอนุญาตให้ไขได้ตลอด เพราะถือเป็นทรัพย์สินร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ไปเยี่ยมนายจักรกฤษณ์ในเรือนจำนายจักรกฤษณ์ บอกว่าหากออกจากเรือนจำไปได้จะนำทรัพย์สินที่มีอยู่ไปซื้อรถและไปอยู่กับผู้หญิงคนใหม่ ดังนั้นในฐานะแม่ จึงต้องการกันทรัพย์สินส่วนหนึ่งไว้เพื่อลูก จึงได้นำกุญแจไปขอไขทรัพย์สินกับธนาคาร ซึ่งธนาคารไม่ได้ขัดข้องและไม่ได้สอบถามใดๆ

               "ยืนยันว่าไม่ได้นำทรัพย์สินออกมาทั้งหมดและไม่ทราบว่าทรัพย์สินมีมูลค่ามากถึง 60 ล้านบาทหรือไม่ เพราะหยิบมาเฉพาะทรัพย์สินส่วนตัวบางส่วนเช่นเครื่องเพชรและทรัพย์สินบางส่วนที่ทำร่วมกันมา โดยได้ขอเปิดเซฟอีกตู้ เพื่อเก็บทรัพย์สินที่แยกออกมา แต่ล่าสุดได้นำทรัพย์สินออกไปเก็บไว้ที่อื่นแล้ว" น.ส.ณิธิวดี กล่าว

               น.ส.ณิธิวดี กล่าวต่อว่า แม้หลังออกจากเรือนจำจะยังไม่พบว่านายจักรกฤษณ์มีพฤติกรรมข่มขู่ ติดตามทำร้ายอย่างชัดเจน แต่มีคำพูดบางอย่างที่ทำให้ไม่สบายใจ และที่สำคัญเท่าที่สังเกตยังพบว่านายจักรกฤษณ์ยังมีอารมณ์รุนแรง เพราะมีโรคส่วนตัวคือภาวะอารมณ์แปรปรวน โดยวันแรกที่ออกจากเรือนจำเคยพาลูกไปหา แต่นายจักรกฤษณ์อารมณ์ไม่ดีและเคยข่มขู่ โดยหลังนายจักรกฤษณ์ออกจากเรือนจำก็ไม่ได้มาอยู่ด้วยกัน เพราะย้ายออกมาเช่าที่พักเอง ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่ต้องเข้าขอความคุ้มครองพยานเป็นเพราะเป็นห่วงลูกทั้ง 2 คน เพราะตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมายังไม่กล้าให้ไปโรงเรียน เนื่องจากเกรงว่านายจักรกฤษณ์จะมารับตัวไป  ดังนั้นจึงขอให้กรมคุ้มครองสิทธิช่วยคุ้มครองครอบครัวด้วย

               ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า กรมคุ้มครองสิทธิจะรับคำร้องเข้าสู่การคุ้มครองพยานตามกฎหมายโดยจะพิจารณาว่าจะคุ้มครองเองหรือจะประสานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาช่วยดูแล โดยจะให้ความคุ้มครองไปถึงลูกทั้ง 2 ด้วย ส่วนเงื่อนไขเกี่ยวกับกรณีที่นายจักรกฤษณ์จะสามารถพบลูกได้หรือไม่ จะสอบถามความสมัครใจของ น.ส.ณิธิวดี ว่าต้องการได้รับการคุ้มครองขนาดไหน เพื่อให้เกิดความสบายใจ เบื้องต้นอาจทำหนังสือไปถึงนายจักรกฤษณ์เพื่อแจ้งเรื่องดังกล่าว พร้อมขอร้องให้หลีกเลี่ยงและระมัดระวังในการเข้าหาผู้ที่อยู่ในการคุ้มครองพยาน เนื่องจากนายจักรกฤษณ์ถือเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษ หากกระทำการไม่เหมาะสมอาจผิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งไม่เป็นผลดีกับตัวนายจักรกฤษณ์เองด้วย