ข่าว

รู้จักกำแพงน้ำแข็งกันรังสีโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ

รู้จักกำแพงน้ำแข็งกันรังสีโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ

07 ก.ย. 2556

เวิลด์วาไรตี้ : รู้จักกำแพงน้ำแข็งกันรังสีโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ

 

                   รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจทุ่มเงินราว 1.4 ล้านบาท เข้าช่วยเหลือบริษัทโตเกียว อิเลกทริก เพาเวอร์ จำกัด (เทปโก) เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ จัดการกับปัญหาน้ำเปรอะเปื้อนรังสีปริมาณมหาศาลที่สะสมมาตั้งแต่เริ่มระดมฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเตาปฏิกรณ์ที่อยู่ในสภาพหลอมละลาย จากฤทธิ์เดชสึนามิซัดถล่มเมื่อสองปีก่อน ไม่ให้มีอุณหภูมิสูงเกินไป และกำลังรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อม ผ่านทางช่องร่องรอยต่างๆ ที่ของเหลวทรงพลังอย่างน้ำจะเล็ดลอดออกไปได้ มีการประเมินกันด้วยว่ามีน้ำกว่า 30 ตันไหลออกสู่ทะเลและอีกราว 300 ตันได้ไหลซึมลงไปปนเปื้อนน้ำใต้ดินปริมาณราววันละ 400 ตันที่ไหลมาจากยอดเขาในบริเวณใกล้เคียง

                   แม้จะมีการตั้งกำแพงคอนกรีต กั้นพื้นที่โรงไฟฟ้าโดยรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถกักน้ำปนเปื้อนเหล่านี้ให้ไหลซึมลงไปใต้ดินได้ ดังนั้น เทปโกจึงต้องหาวิธีการใหม่ในการกักน้ำพิษเหล่านี้ไว้ในพื้นที่จำกัดและเหมาะสม และค้นพบว่าที่แหล่งเก็บกากกัมมันตรังสีของห้องปฏิบัติการแห่งชาติโอค ริดจ์ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา ได้ใช้วิธีการสร้างกำแพงน้ำแข็งความยาว 100 เมตร ลึกลงไปใต้ดิน 10 เมตร ป้องกันไม่ให้น้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมเป็นผลสำเร็จตั้งแต่ปี 2539 จึงเลือกที่จะใช้วิธีนี้กับโรงไฟฟ้าพิการของบริษัทด้วยเช่นกัน

                   เทปโกได้มอบหมายให้บริษัท คาจิมา คอร์ป เป็นผู้ก่อสร้างกำแพงน้ำแข็งความยาว 1.4 กิโลเมตร ลึก 30 เมตรลงไปถึงชั้นดินโคลนที่เป็นแหล่งน้ำใต้ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้มีน้ำจากในโรงไฟฟ้าและน้ำใต้ดินไหลซึมเข้ามาในโรงไฟฟ้าได้อีกต่อไป โดยบริษัทคาจิมา ได้เสนอแผนการสร้างกำแพงน้ำแข็งต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแห่งสำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และได้รับอนุมัติแผนเมื่อเดือนพฤษภาคม

                   การสร้างกำแพงน้ำแข็งจะใช้วิธีการเจาะลงไปในผืนดินและวางท่อสำหรับนำสารหล่อเย็นลงไปในพื้นดิน โดยมีระยะห่างระหว่างท่อ 1 เมตร จนครบแนว 1.4 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้า ก่อนที่จะเดินเครื่องสร้างความเย็น 14 เครื่อง ที่ใช้กำลังขับราว 6,000 แรงม้า เพื่อสร้างความเย็นระดับติดลบ 20-40 องศาเซลเซียส ผ่านลงไปในท่อและทำให้น้ำและของเหลวในบริเวณใกล้เคียงกับท่อก่อตัวเป็นกำแพงน้ำแข็งขนาดใหญ่หนาราว 2 เมตรที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเลียนแบบชั้นดินน้ำแข็งที่เรียกว่า "เพอร์มาฟรอสท์" ในบริเวณทุ่งทุนดราในประเทศรัสเซีย

                   กำแพงน้ำแข็งชนิดนี้จะทำให้น้ำที่ไหลมากระทบก่อตัวเป็นน้ำแข็งพอกหนาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากในหรือนอกกำแพง ช่วยเสริมความหนาของกำแพงป้องกันไม่ให้น้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีสัมผัสกับน้ำใต้ดินภายนอก และกำแพงน้ำแข็งที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะจะกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

                   อย่างไรก็ตาม การทำน้ำแข็งก็ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าราว 4.5 เมกะวัตต์ต่อวันในการรักษาสภาพกำแพงน้ำแข็ง ซึ่งถือเป็นไฟฟ้าจำนวนมาก แต่ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับพลังงานไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ผลิตขึ้นมาได้และเมื่อเทียบความคุ้มค่าในการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อมนุษย์หากน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกไปสู่สิ่งแวดล้อม เนื่องจากสิ่งมีชีวิตในทะเลทุกชนิดในบริเวณใกล้เคียงโรงไฟฟ้าจะได้รับสารกัมมันตรังสี และหากถูกจับมาเป็นอาหารก็จะกลายเป็นการเชื่อมต่อห่วงโซ่แห่งการกระจายสารกัมมันตรังสีที่เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งเม็ดเลือดในมนุษย์และโรคร้ายอีกหลายสิบชนิดไปยังมนุษย์ในที่สุด