
'ชุดขาว'จอมทุบสถิติ!!
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : 'ชุดขาว' จอมทุบสถิติ
ผ่านไปเรียบร้อยแล้วสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายนักเตะรอบสุดท้ายของปีนี้ โดยนับตั้งแต่ตลาดซื้อขายช่วงแรกของปีที่เริ่มในวันที่ 1 มกราคม มาถึงวันที่ 2 กันยายน ดาวเด่นของตลาดซื้อขายปีนี้ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด กลับมาครองความเด่นดังอีกครั้ง
ตามข้อมูลจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า บอกว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม มาถึงวันที่ 2 กันยายนปีนี้ มีการซื้อขายนักเตะทั่วโลกถึง 10,454 ราย คิดเป็นมูลค่า 3.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เงินสะพัดแบบนี้เกิดจาก 5,018 สโมสรทั่วโลก 164 ประเทศ รวมทั้งพรีเมียร์ลีกของไทย
ที่ย้ายกันแบบยกประเทศมากที่สุดคือนักเตะจากโปรตุเกสย้ายไปเล่นในบราซิลถึง 132 ราย ขณะที่นักเตะอาร์เจนไตน์ยังคงขายดีย้ายไปเล่นในชิลีถึง 98 ราย แต่ที่ต้องจ่ายกันจริงๆ เป็นสโมสรจากสเปน ที่ต้องจ่ายค่าตัวนักเตะให้พรีเมียร์ลีกอังกฤษถึง 227 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับนักเตะ 38 คน และจากอิตาลี ก็จ่ายให้ทีมในพรีเมียร์ลีกถึง 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับนักเตะ 25 ราย
ที่เด่นที่สุดไม่มีทางเป็นใครได้นอกจาก แกเรธ เบล ที่ในที่สุดได้ย้ายจาก "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ไปอยู่รีล มาดริด สมใจ หลังจากที่เจรจาต่อรองกันมานาน ในตอนแรก ดาเนียล เลวี ประธานของสเปอร์ส ตั้งใจจะเรียกค่าตัวให้ได้ถึง 100 ล้านปอนด์ แต่สุดท้าย รีล มาดริด บอกว่าขอแค่ 100 ล้านยูโร หรือราวๆ 86 ล้านปอนด์พอ
อย่างไรก็ตาม ค่าตัว 86 ล้านปอนด์ ก็เพียงพอแล้วในการทำให้ เบล เป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนใหม่แทนที่ คริสเตียโน โรนัลโด ที่รีล มาดริด เอามาจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2009 เป็นอีกครั้งที่ รีล มาดริด แสดงให้เห็นถึงความเป็นราชาในตลาดซื้อขายนักเตะ
ข้อเสนอแบบนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหนุ่มจากคาร์ดิฟฟ์จะปฏิเสธ เพราะการเป็นนักเตะเวลส์นั้น ยากเหลือเกินที่จะมีโอกาสเล่นในเกมระดับสูงอย่างฟุตบอลโลก หรือศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปลืมไปได้เลย แต่การย้ายมารีล มาดริด อย่างน้อยก็ยังได้เล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โอกาสสร้างความสำเร็จในชีวิตค้าแข้งมีสูง
ขณะที่ดีลใหญ่ในช่วงนี้รายอื่นๆ ก็มีพอสมควร จากการที่กลุ่มทุนเข้ามาถือครองสโมสรฟุตบอลกันมากมาย อย่าง โรมัน อับราโมวิช ก็ควักซื้อ วิลเลียน ระดับค่าตัว 30 ล้านปอนด์เข้าเชลซี มาสบายๆ ไม่แพ้ แมนฯ ซิตี ของกลุ่มอาบูดาบี ที่ระดับรองอย่าง สเปอร์ส กับ ลิเวอร์พูล ก็ใช้เงินกับผู้เล่นหลายคน
อาร์เซนอล เองก็ยอมทุบสถิติสโมสรซื้อตัว เมซุต โอซิล มาเสริมทีม ขณะที่ในยุโรป ลีกเอิง ฝรั่งเศส เป็นอีกชาติที่คึกคัก เปแอสเช ของกลุ่มทุนกาตาร์ คว้า เอดิสัน คาวานี ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ ขณะที่ ดมิทรี ไรโบลอฟเลฟ เจ้าของทีม โมนาโก ชาวรัสเซียทุ่มไม่อั้นกว่า 150 ล้านยูโร หนึ่งในนั้นเป็นการลงทุนกับ ราดาเมล ฟัลกัล ไป 53 ล้านปอนด์
"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา อีกทีมยักษ์ของลาลีกา เป็นทีมที่ชิงลงมือก่อนคว้า เนย์มาร์ จากซานโตส มาก่อนด้วยค่าตัว 50 ล้านยูโรไม่ยอมปล่อยให้ราคาพุ่งสูงเหมือน แกเรธ เบล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายๆ ทีมก็ยังทุ่มเงินมหาศาลซื้อผู้เล่นอยู่ดี ทั้งๆ ที่มีกฎไฟแนนซ์ แฟร์เพลย์ ของยูฟ่า ค้ำคออยู่
แต่กฎนี้ก็ทำเอา ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานจอมทุ่มของรีล มาดริด มีความคิดปรับตัวเช่นกัน เมื่อสร้างสถิติโลกการซื้อนักเตะค่าตัวแพงขึ้นมาใหม่แล้ว ก็สามารถขายนักเตะแบบได้ราคาเหมือนกันจากการปล่อย เมซุต โอซิล ให้อาร์เซนอล ด้วยค่าตัวถึง 42.5 ล้านปอนด์ และยังมีออปชั่นเพิ่มอีก 5 ล้านปอนด์
เงินก้อนโตจำนวนนี้นอกจากมาช่วยเป็นทุนในการซื้อ เบลแล้ว ยังเป็นสถิติใหม่ของรีล มาดริด ที่ขายนักเตะออกไปในราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ 111 ปีของสโมสร เมื่อทำลายสถิติเดิมของ โรบินโญ ที่ขายให้ แมนฯ ซิตี ไป 42 ล้านยูโร
จริงๆ แล้ว โอซิล ยังอยู่ในแผนการทำทีมของรีล มาดริด ฤดูกาลนี้ แต่เมื่ออาร์เซนอลเสนอราคามาแบบนี้จึงไม่มีทางเลือก เพราะจะเป็นการควบคุมบัญชีรายรับรายจ่ายของสโมสรได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการเปิดทางเรื่องของค่าเหนื่อยให้ เบล เพราะประหยัดได้จากค่าเหนื่อยของโอซิล รวมทั้ง กาก้า ที่ปล่อยให้ เอซี มิลาน
ซัมเมอร์นี้ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด จึงพังสถิติไป 2 รายการ หลังจากที่ระยะหลังพังสถิติเรื่องนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกอยู่รายการเดียวมาเป็นประจำ
-----------------------
สรุปนักเตะค่าตัวสถิติโลก
ปี 1893 วิลลี โกรฟส์ เวสต์บรอมวิช ไป แอสตัน วิลลา 100 ปอนด์
ปี 1905 อัลฟ์ คอมมอน ซันเดอร์แลนด์ ไป มิดเดิลสโบรช์ 1,000 ปอนด์
ปี 1922 ซิด พัดเดอฟุต เวสต์แฮม ไป ฟัลเคิร์ก 5,000 ปอนด์
ปี 1928 เดวิด แจ็ค โบลตัน ไป อาร์เซนอล 10,890 ปอนด์
ปี 1952 ฮันส์ เยปป์สัน อตาลันตา ไป นาโปลี 52,000 ปอนด์
ปี 1961 หลุยส์ ซัวเรซ บาร์เซโลนา ไป อินเตอร์ 1.52 แสนปอนด์
ปี 1968 ปี เอโตร อนาสตาซี วาเรเซ ไป ยูเวนตุส 5 แสนปอนด์
ปี 1975 จูเซปเป ซาโวลดี โบโลญญา ไป นาโปลี 1.2 ล้านปอนด์
ปี 1984 ดิเอโก มาราโดนา บาร์เซโลนา ไป นาโปลี 5 ล้านปอนด์
ปี 1992 ฌอง ปิแอร์ ปาแปง มาร์กเซย ไป เอซี มิลาน 10 ล้านปอนด์
ปี 1996 อลัน เชียเรอร์ แบล็คเบิร์น ไป นิวคาสเซิล 15 ล้านปอนด์
ปี 1998 เดนิลสัน เซาเปาโล ไป รีล เบติส 21.5 ล้านปอนด์
ปี 1999 คริสเตียน วิเอรี ลาซิโอ ไป อินเตอร์ 32 ล้านปอนด์
ปี 2000 เอร์นัน เครสโป ปาร์มา ไป ลาซิโอ 35.5 ล้านปอนด์
ปี 2000 หลุยส์ ฟิโก บาร์เซโลนา ไป รีล มาดริด 37 ล้านปอนด์
ปี 2001 ซีเนอดีน ซีดาน ยูเวนตุส ไป รีล มาดริด 45.6 ล้านปอนด์
ปี 2009 กาก้า เอซี มิลาน ไป รีล มาดริด 56 ล้านปอนด์
ปี 2009 คริสเตียนโน โรนัลโด แมนฯ ยูไนเต็ด ไป รีล มาดริด 80 ล้านปอนด์
ปี 2013 แกเรธ เบล สเปอร์ส ไป รีล มาดริด 86 ล้านปอนด์
-----------------------
กาลักติโก ของ รีล มาดริด
ก.ค. 2000 หลุยส์ ฟิโก 37 ล้านปอนด์
ก.ค. 2001 ซีเนอดีน ซีดาน 45 .6 ล้านปอนด์
ก.ย. 2002 โรนัลโด 28 ล้านปอนด์
มิ.ย. 2003 เดวิด เบ็คแฮม 24.5 ล้านปอนด์
ส.ค. 2004 ไมเคิล โอเวน 8 ล้านปอนด์
มิ.ย. 2009 กาก้า 56 ล้านปอนด์
ก.ค. 2009 คริสเตียโน โรนัลโด 80 ล้านปอนด์
ก.ค. 2009 คาริม เบนเซมา 35 ล้านปอนด์
ก.ค. 2010 เมซุต โอซิล 12.5 ล้านปอนด์
ส.ค. 2012 ลูกา โมดริช 35 ล้านปอนด์
ส.ค. 2013 แกเรธ เบล 86 ล้านปนอด์
-----------------------
สถิติการขายนักเตะรีล มาดริด
เมซุต โอซิล ไป อาร์เซนอล 45 ล้านยูโร
โรบินโญ ไป แมนฯ ซิตี 42 ล้านยูโร
กอนซาโล อิกัวอิน ไป นาโปลี 37 ล้านยูโร
นิโกลาส์ อเนลกา ไป เปแอสเช 31 ล้านยูโร
อาร์เยน ร็อบเบน ไป บาเยิร์น 25 ล้านยูโร
ไมเคิล โอเวน ไป นิวคาสเซิล 24 ล้านยูโร
โคลด มาเกเลเล ไป เชลซี 24 ล้านยูโร
คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ไป อินเตอร์ 24 ล้านยูโร
เฟอร์นันโด เรดอนโด ไป เอซี มิลาน 21 ล้านยูโร
เวสลีย์ สไนย์เดอร์ ไป อินเตอร์ 18 ล้านยูโร
-----------------------



