ข่าว

กกต.ระนองดึงเยาวชนเข้าค่าย เรียนรู้ประชาธิปไตย

กกต.ระนองดึงเยาวชนเข้าค่าย เรียนรู้ประชาธิปไตย

12 มิ.ย. 2552

กกต.ระนอง จัดโครงการค่ายเยาวชนเพื่อการเรียนรู้ประชาธิปไตย หวังสร้างเครือข่ายเยาวชนประชาธิปไตย เตรียมพร้อมที่จะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และสร้างเจตคติที่ดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยในกลุ่มเยาวชน

ว่าที่ร้อยตรีกมล   วิภาดาพิสุทธิ์  ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดระนอง  กล่าวว่า ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดระนอง  (กกต.) ได้จัดโครงการค่ายเยาวชนเพื่อการเรียนรู้ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งขึ้น ทั้งนี้เพื่อที่จะช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวิถีชีวิตประชาธิปไตยในชีวิตประจำวัน ทั้งยังส่งเสริมให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีประชาธิปไตยในรูปแบบค่ายประชาธิปไตย

 “วัตถุประสงค์ในการจัดค่ายเยาวชน มุ่งเน้นหลักสำคัญ 3  ประการ ดังนี้ 1. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนที่เข้าค่ายพักแรม เกิดการเรียนรู้และเกิดประสบการณ์เกี่ยวกับวิถีประชาธิปไตย การเมือง  การเลือกตั้ง และการมีส่วนร่วมของเยาวชนในกระบวนการเลือกตั้ง ตามรูปแบบค่ายประชาธิปไตย 2.เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนที่เข้าค่ายพักแรม มีทัศนคติที่ดียิ่งขึ้นต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  3. เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน ซึ่งจะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอนาคตมีศักยภาพในการพิจารณา และตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมด้วยจิตสำนึกที่เป็นอิสระ รวมทั้งเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง”

 การจัดค่ายเยาวชนเพื่อการเรียนรู้ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอาชีวศึกษาต่างๆ คัดเลือกนักศึกษาเข้าร่วมการเข้าค่ายในรุ่นแรกจำนวน 80  คน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่ค่ายรัตนรังสรรค์ ระหว่างวันที่ 12-14  มิ.ย.2552  นี้ รวมกำหนด 3 วัน 2 คืน

 “มั่นใจว่าผลที่ได้จากการเข้าค่ายในครั้งนี้ จะทำให้เยาวชนมีเจตคติที่ดีต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  และยังเป็นการสร้างเครือข่ายเยาวชนประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในพื้นที่และชุมชน ซึ่งจะทำให้เยาวชนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งแก่ตนเอง ผู้อื่น ครอบครัว และสังคม อีกทั้งเป็นการเตรียมพร้อมที่จะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นที่จะมีขึ้นเร็วๆนี้ อีกทั้งเป็นการปูพื้นฐานให้เยาวชนได้มีความตื่นตัว และตระหนักเกี่ยวกับการเข้ามามีส่วนร่วมในการลงสมัครรับเลือกตั้ง  ซึ่งจะเป็นการสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพในอนาคต”