ข่าว

'เทพไท'อัด'นิคม'ยับ!เหตุรวบรัดม.5

'เทพไท'อัด'นิคม'ยับ!เหตุรวบรัดม.5

05 ก.ย. 2556

'เทพไท' อัด 'นิคม'ยับ! เหตุรวบรัดลงมติม. 5 ด้าน'นิคม'ยันสภาโหวตผ่าน ร่างแก้ รธน. ที่มา ส.ว. มาตรา 5 แล้ว

                      5 ก.ย.56 เมื่อเวลา 10.30 น. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีที่นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อคืนวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา และได้ให้ลงมติมาตรา 5 ประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ว. ว่า พฤติกรรมของนายนิคม ถือเป็นการทำหน้าที่อย่างไม่เป็นกลาง พยายามรวบรัดใช้เสียงข้างมากลากไปไม่ฟังเสียงข้างน้อยให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.เสร็จสิ้นโดยเร็ว เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ทัน ส.ว.ชุดนี้หมดวาระ แสดงให้เห็นถึงกิเลสตัณหาของนายนิคม โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ทั้งนี้การอภิปรายมาตรา 5 จะต้องให้กรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยได้อภิปรายทุกคน แต่ปรากฏว่าสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติไว้เพิ่งได้อภิปรายเพียง 6 - 7 คน จากทั้งหมด 50 คน ก็รวบรัดให้มีการลงมติ 
 
                      "ผมเป็นกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยที่สงวนคำแปรญัตติมาตรา 5 ไว้ด้วย จึงขอประณามนายนิคม และควรรับการประณามจากสมาชิกรัฐสภา ชี้ให้เห็นถึง ส.ว.เลือกตั้งที่เลวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากรัฐธรรมนูญนี้ผ่าน ส.ว.เลือกตั้งก็จะมีพฤติกรรมไม่ต่างจากนายนิคม” นายเทพไท กล่าว
 
                      นายเทพไท กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีความพยายามให้การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรมนูญ เสร็จสิ้นโดยเร็ว โดยหลังจากปิดการประชุมวานนี้ เวลา 23.15 น. ได้มีการส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือเรียกประชุมสมาชิกรัฐสภาให้ประชุมต่อในวันศุกร์ที่ 6 ก.ย.นี้ เวลา 14.00 น. ซึ่งเดิมเป็นการประชุม ส.ว.เพื่อถอดถอน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แต่ประธานรัฐสภา ได้ทำหนังสือลงวันที่ย้อนหลังวันที่ 4 ก.ย.ส่งให้สมาชิกรัฐสภารับทราบช่วงเช้าวันนี้  เพื่อให้ครบ 3 วัน ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ซึ่งจากนี้ไปนายนิคม ควรทบทวนบทบาทตัวเอง และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่เคารพการทำหน้าที่ของนายนิคม อีก และหากเกิดข้อผิดพลาดใดๆในการประชุมจากนี้นายนิคม ต้องรับผิดชอบ
 
 
 

"นิคม" ยันสภาโหวตผ่าน ร่างแก้ รธน. ที่มา ส.ว. มาตรา 5 แล้ว

 

                     นายนิคม ไวยรัชพาณิช ประธานวุฒิสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อคืนวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้กล่าวถึงการลงมติคืนวานว่า เป็นการลงมติเห็นชอบตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว มาตรา 5 ว่า เมื่อนายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอปิดประชุม ตนก็ถามแล้วว่ามีคนเสนอเป็นอื่นหรือไม่ พร้อมทั้งขอรายชื่อผู้ที่จะอภิปรายต่อจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ให้ และไม่มีคนเสนอญัตติเป็นอื่น ตนจึงนับองค์ประชุม เมื่อองค์ประชุมครบ จึงทำให้ญัตติมีผลไปโดยปริยาย และขณะที่ลงมติตนก็บอกแล้ว่าเป็นการลงมติว่าเห็นด้วยตามกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่

                    นายนิคม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การประชุมร่วมรัฐสภาจะมีการนัดประชุมเพื่อพิจารณาต่อในมาตรา 6 ว่าด้วยการแก้ไขมาตรา 116 ที่ระบุถึงบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่ง ส.ว.และสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้ว ยังไม่เกิน 2 ปี จะเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งมิใช่ ส.ว. ไม่ได้ ได้กำหนดไว้ในวันที่ 6 ก.ย. เวลา 14.00 -22.00 น.