
'ปชป.'ยื่นถอดถอน'นิคม'6ก.ย.นี้
'วิปค้าน' เตรียมยื่นศาลรธน.ถอดถอน 'นิคม' พ่วงส่งศาลรธน.สั่งหยุดแก้รธน. เข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 68 เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจปกครองประเทศ โดยไม่ได้เป็นไปตาม รธน.50
5 ก.ย. 56 ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงภายหลังประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ที่ประชุมมีมติถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาและรองประธานรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ย.) เนื่องจากการทำหน้าที่ประธานการประชุมรัฐสภาเมื่อคืนวันที่ 4 ก.ย.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. มาตรา 5 มีการรวบรัดปิดอภิปรายของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่ยังเหลือผู้สงวนความเห็นและผู้เสนอคำแปรญัตติอภิปรายอีกจำนวนมาก รวมทั้งไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านเสนอญัตติขอเปิดอภิปราย และใช้สิทธิประท้วงการทำหน้าที่ของประธานฯ ซึ่งการทำหน้าที่ของนายนิคม กระทำผิดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา อีกทั้งวินิจฉัยขัดแย้งกับนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ที่เคยวินิจฉัยเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่าการเสนอญัตติปิดอภิปรายจะกระทำไม่ได้ เพราะลิดรอนสิทธิของสมาชิก ซึ่งถือเป็นการวินิจฉัย 2 มาตรฐาน ไม่เป็นกลางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 อันมีมูลเหตุจูงใจจากผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะนายนิคมเป็น ส.ว. เลือกตั้ง เมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็จะลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก จึงขัดกันแห่งผลประโยชน์
นายจุรินทร์ กล่ากว่า นอกจากนี้ฝ่ายค้านจะให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.และคุณสมบัติ ส.ส. เข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 68 เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจปกครองประเทศ โดยไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2550 เนื่องจากแก้ไขเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่มี ส.ว.สรรหาและเลือกตั้ง รวมทั้งคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัคร ส.ว. จึงต้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีคำสั่งเลิกการกระทำดังกล่าว หรือคุ้มครองชั่วคราว
ขู่ถกร่วมแก้รธน.มาตรา 6 ไม่ราบรื่น
นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามในหนังสือด่วนมาก ที่ สผ 0014/ ร38 ถึง ส.ส.และ ส.ว. ด้วยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้มีคำสั่งให้นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 7 สมัยสามัญทั่วไป วันที่ 6 กันยายนนี้ เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา โดยมีระเบียบวาระการประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. หรือที่มาของ ส.ว. ซึ่งจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สอง โดยเข้าสู่การพิจารณามาตรา 6 กำหนดให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 116 ของรัฐธรรมนูญ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “บุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่ง ส.ว.และสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้ว ยังไม่เกิน2ปีจะเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งมิใช่ส.ว. มิได้”
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าการลงมติในมาตรา 5 เรื่องคุณสมบัติของ ส.ว.ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ และยังถือว่ายังไม่มีการลงมติในมาตรา 5 ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์จะขอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาดำเนินการให้สมาชิกรัฐสภา ที่ยังสงวนคำแปรญัตติและสงวนความเห็นที่ยังไม่ได้อภิปรายได้มีสิทธิอภิปรายต่อ เพราะมีอีกหลายคนที่ต้องการอภิปราย
ขณะที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าการประชุมจะไม่ราบรื่นเพราะจะมีสมาชิกลุกขึ้นสอบถามถึงการลงมติในวันดังกล่าวว่า เป็นการลงมติเพื่อปิดอภิปราย หรือลงมติในมาตรา 5 ซึ่งอยากให้ประธานรัฐสภาทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน เพราะก่อนหน้านี้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้เคยวินิจฉัยว่าการเสนอญัตติปิดอภิปรายไม่สามารถทำได้ เพราะจะต้องเปิดให้สมาชิกที่ขอสงวนคำแปรญัตติและสงวนความเห็นอภิปรายให้ครบหมดทุกคน ดังนั้นคงจะต้องมีการสอบถามเรื่องนี้ให้มีความชัดเจน



