ข่าว

วุฒิสภาสหรัฐเห็นชอบร่างกม.โจมตี'ซีเรีย'

วุฒิสภาสหรัฐเห็นชอบร่างกม.โจมตี'ซีเรีย'

05 ก.ย. 2556

คณะกรรมาธิการฯ ในวุฒิสภาสหรัฐ ลงมติเฉียดฉิวเห็นชอบร่างกฎหมายให้โจมตีซีเรีย ด้านข่าวกรองเยอรมนีอ้าง ผู้นำซีเรียใช้แก๊สพิษในขณะขาดสติ

                     5 ก.ย.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรรคเดโมแครต ซึ่งครองเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภาสหรัฐ ได้แหวกประเพณีด้วยการโยนกฎเกณฑ์เก่าๆ ทิ้งไป เพื่อพยายามเปิดทางให้สามารถใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย สร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกพรรครีพับลีกัน ที่มองว่า พรรคเดโมแครตรีบเร่งขอมติเห็นชอบร่างอนุญาตให้ใช้ปฏิบัติการทางทหาร ในช่วงที่กำลังจะมีการโหวตว่าจะยอมให้สหรัฐก่อสงครามรอบใหม่หรือไม่ 
 
                     ทั้งนี้ ตามกฎของวุฒิสภา คือ การที่วุฒิสมาชิกจะต้องได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าเป็นเวลา 7 วัน ก่อนการพิจารณาร่างอนุญาตทำสงคราม (war authorization) เพื่อขออนุมัติใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรียส่วนการประชุมใด ๆ ก็ควรจะได้รับแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน และสมาชิกวุฒิสภาก็ควรมีเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ในการพิจารณารายละเอียดของร่างอนุญาต โดยเฉพาะการให้ประธานและสมาชิกคณะกรรมาธิการประเมินและตัดสินใจเรียกประชุมเมื่อเห็นชอบร่วมกัน
 
                     คณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐ ได้ลงมติอย่างเฉียดฉิว 10 ต่อ 7 เสียงเห็นชอบร่างอนุญาต ให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างจำกัด ในการแทรกแซงวิกฤติในซีเรีย เปิดทางให้มีการเปิดอภิปรายในวุฒิสภาแบบเต็มคณะในสัปดาห์หน้า ว่าจะอนุมัติแผนโจมตีซีเรียหรือไม่ อันเป็นความเคลื่อนไหวที่เพิ่มแรงหนุนให้กับฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่พยายามผลักดันให้สภาคองเกรส อนุมัติแผนโจมตีกองกำลังของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด เพื่อตอบโต้ที่เขาใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือน 
       
อีกทั้ง การโหวตของคณะกรรมาธิการ แสดงให้เห็นถึงการเห็นชอบร่างมติประนีประนอม ที่กำหนดให้สหรัฐใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรียได้ไม่เกิน 60 วัน และห้ามใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินในซีเรีย และเนื้อหาที่จำกัดมากกว่าข้อเสนอในเบื้องต้นของประธานาธิบดีโอบามา แต่ก็ตรงตามเป้าหมายที่ฝ่ายบริหารต้องการลงโทษกองกำลังของประธานาธิบดีอัสซ้าด ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือนของตนเองไปมากกว่า 1,400 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กกว่า 400 คน
 
                     ขณะเดียวกัน ยังคงมีกระแสคัดค้านในสภาคองเกรสส์ อันเนื่องมาจากความวิตกว่าจะทำให้กองทัพสหรัฐ เข้าไปติดหล่มในสงครามกลางเมืองของซีเรียอีก และยังอาจจุดชนวนให้ความรุนแรงขยายไปทั่วภูมิภาคอีกด้วย
 
                     คาดว่า วุฒิสภาจะเปิดอภิปรายเต็มคณะ และลงมติว่าจะรับรองร่างอนุญาตให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างจำกัดหรือไม่ในสัปดาห์หน้า และร่างอนุญาตฉบับนี้ ยังจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ก่อนจะนำของสองสภาฯ มาพิจารณาและทบทวนเงื่อนไขต่างๆ จนเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ก่อนเสนอให้ประธานาธิบดีโอบามา ลงนามรับรองในขั้นสุดท้าย
 
 
 
ข่าวกรองเยอรมนีอ้าง ผู้นำซีเรียใช้แก๊สพิษในขณะขาดสติ
 
 
                     นิตยสารแดร์ สปีเกล ของเยอรมนี รายงานอ้างหน่วยข่าวกรอง บีเอ็นซี ของเยอรมนี ที่ดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มติดอาวุธเฮซบุลเลาะห์ กับสถานทูตอิหร่านในเลบานอน เกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีโจมตีในซีเรียว่า เป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง และเขาต้องการจะให้ดุลย์แห่งอำนาจเอียงไปทางฝ่ายรัฐบาล ในระหว่างการต่อสู้เพื่อแย่งชิงการครอบครองกรุงดามัสกัส 
 
                     ผู้นำเฮซบุลเลาะห์ บอกด้วยว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซ้าด ของซีเรีย ใช้อาวุธเคมีโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 คน เนื่องจากเขาขาดสติในช่วงที่กำลังตื่นตระหนกและวิตกว่ากรุงดามัสกัส จะตกไปอยู่ในมือของฝ่ายต่อต้าน แต่ผลลัพท์ที่เกิดหลังการโจมตี กำลังจะส่งผลให้เกิดการแทรกแซงครั้งใหญ่จากสหรัฐและฝรั่งเศส ที่มีเป้าหมายจะทำลายขีดความสามารถทางทหารของประธานาธิบดีอัสซ้าด ทั้งนี้ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ประกาศว่า โลกต้องตอบโต้ซีเรีย และประชาคมนานาชาติ ไม่อาจทนเงียบเฉยต่อการใช้อาวุธเคมีได้ 
 
                     ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองของเยอรมนี ได้มีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เตือนตะวันตกว่า อย่าใช้ปฏิบัติการแต่เพียงฝ่ายเดียวต่อซีเรีย และย้ำว่า รัฐบาลซีเรียไม่ได้ใช้อาวุธเคมีโจมตีชานกรุงดามัสกัส เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ มีรายงานว่า รัสเซียได้ส่งเรือลาดตระเวณติดขีปนาวุธ เข้าไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัสเซียในภูมิภาคด้วย
 
                     การเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองครั้งนี้ ได้สอดคล้องกับการประเมินข่าวกรองของสหรัฐที่ว่า ผู้นำซีเรียเป็นผู้รับผิดชอบต่อการใช้อาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งนายแกร์ฮาร์ด ชินด์เลอร์ประธานบีเอ็นดี กล่าวว่า จากการวิเคราะห์อย่างละเอียด พบว่า เป็นฝีมือของรัฐบาล แต่มีแต่รัฐบาลที่ครอบครองอาวุธเคมี เช่น แก๊สซาริน 
 
                     บีเอ็นดี เชื่อว่า การใช้แก๊สซาริน ก็เพื่อป้องปรามฝ่ายต่อต้าน แต่กองทัพอาจใช้มากเกินไปจึงเกิดความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ซึ่งนิตยสารแดร์ สปีเกล ระบุว่า ข้อมูลใหม่จาก บีเอ็นดี อาจสำคัญสำหรับอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากสหรัฐระบุเพียงว่า หลังการโจมตีหน่วยข่าวกรองสามารถดักฟังการสื่อสารภายในของรัฐบาลซีเรีย ที่บ่งชี้ถึงความวิตกต่อความเป็นไปได้ที่คณะผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาติ จะเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ แต่การดักฟังล่าสุดของบีเอ็นดี อาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญของของจิ๊กซอว์ที่ผู้เชี่ยวชาญข่าวกรองของชาติตะวันตกกำลังต้องการ 
 
                     แม้จะพบข้อมูลล่าสุด แต่เยอรมนีก็ไม่มีแนวโน้มจะเข้าร่วมการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย หลังจากนายกรัฐมนตรีแองเกล่า แมร์เคิล และคู่แข่งสำคัญจากพรรคฝ่ายค้าน ต่างไม่เห็นด้วยกับการโจมตี ขณะที่อังกฤษรามือไปก่อนหน้านี้ เพราะนายกรัฐมนตรีเดวิดคาเมรอน พ่ายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
 
                     ประธานาธิบดีโอบามา ได้รับการคาดหมายว่า จะได้รับเสียงสนับสนุนในสภาคองเกรสส์หลังจากสมาชิกระดับแกนนำของพรรคเดโมแครตและรีพับลีกัน ต่างสนับสนุนการแทรกแซงวิกฤติความขัดแย้งในซีเรีย และมีแนวโน้มว่า จะมีความพยายามเกลี้ยกล่อมให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เปลี่ยนใจเลิกสนับสนุนรัฐบาลซีเรียด้วย
 
                     อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กำลังเพิ่มมากขึ้น หลังอิสราเอลทดสอบการยิงขีปนาวุธ 2 ลูก เมื่อวันอังคาร และรัสเซียส่งเรือลาดตระเวณติดขีปนาวุธเข้าไปปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง เรือของรัสเซียมีชื่อว่า มอสควา และกำลังจะเข้าไปสมทบกับเรือพิฆาตที่มาจากกองเรือในทะเลบอลติก และเรือฟรีเกตจากกองเรือในทะเลดำ โดยขณะนี้ เรือลาดตระเวณ มอสควา ได้เข้าสู่ช่องแคบยิบรอลต้าแล้ว และจะใช้เวลา 10 วัน ในการเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน