ข่าว

'สุขุมพันธุ์'หนุนคนกรุงใช้จักรยาน

'สุขุมพันธุ์'หนุนคนกรุงใช้จักรยาน

04 ก.ย. 2556

'สุขุมพันธุ์' เปิด 'แบงคอกคาร์ฟรีเดย์' หนุนคนกทม.ใช้จักรยานแทนรถ 22 ก.ย.นี้ เล็งจับมือตร.จัดงานเดือนละครั้ง เชื่อ 5 ปี จราจรเมืองกรุงดีขึ้น

 

                         4 ก.ย. 56  ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงข่าวการจัดงานแบงคอกคาร์ฟรีเดย์ 2013 โดยมีนักปั่นจักรยานหลายสมาคม อาทิ สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย สมาคมจักรยานสวนลุมพินี เดินทางเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เพื่อจะร่วมปั่นจักรยานรณรงค์การจัดงานวันที่ 22 กันยายนนี้

                         ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวเปิดงานว่า การจัดกิจกรรมแบงคอกคาร์ฟรีเดย์ เพื่อเป็นรณรงค์ให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ที่ส่วนมากจะมีรถยนต์ส่วนตัว หันมาใช้รถโดยสารสาธารณะกันมากขึ้น อย่างน้อย 1 วัน ถือเป็นการช่วยลดการใช้พลังงาน ช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในเมืองหลวง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาจราจรของกรุงเทพฯ อีกด้วย โดยงานครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 - 24.00 น. โดยจะมีการรวมพลังของกลุ่มผู้ใช้จักรยานจำนวน 20,000 คันภายในงาน ซึ่งนำโดยสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ซึ่งกทม.ได้จัดเส้นทางสำหรับจักรยาน 23 เส้นทางทั่วกรุงเทพฯ มุ่งสู่ท้องสนามหลวง และจัดริ้วขบวนเป็นรูปธงชาติไทย และปั่นไปสู่ลานกิจกรรมหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะมีนิทรรศการกิจกรรมเวที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

                         "นอกจากนี้ในวันงานยังจะมีการจำหน่ายเข็มกลัดให้กับประชาชนทั่วไปในราคา 50 บาท ซึ่งสามารถนำไปใช้บริการระบบขนส่งมวลชน ได้แก่ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถโดยสารบีอาร์ที รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงค์ รถประจำทาง ขสมก.เรือด่วนเจ้าพระยา และรถรางรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ฟรีตลอดทั้งวัน"

                         ต่อมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับการรณรงค์ระยะยาว จะขอดูความสำเร็จของงานวันที่ 22 กันยายนนี้ก่อน จากนั้นจะไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ ตำรวจจราจร ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะรณรงค์เรื่องนี้เดือนละหนึ่งครั้งทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน เพื่อสนับสนุนให้ใช้จักรยานเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัญหาด้านจราจรคงหวังว่าจะให้ปัญหาลดลงไม่ได้ เพราะมีรถยนต์เพิ่มเป็นจำนวนมาก รวมถึงอยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบไม่เสร็จสิ้น ทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงลำบากของประชาชน แต่ขอให้เชื่อว่าภายใน 4-5 ปีข้างหน้า เมื่อระบบขนส่งแบบรางมีมากขึ้น และผลกระทบโครงการรถคันแรกเริ่มน้อยลง การจราจรจะกลับมาดีขึ้น