
'อุกฤษ'แนะยึด3หลักสร้างปรองดอง
'อุกฤษ' แนะแนวทางสร้างความปรองดองในชาติ ยึดหลัก 'นิติธรรม-ยุติธรรม-เมตตาธรรม'
4 ก.ย. 56 นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) กล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ได้รับเชิญจากรัฐบาลให้เข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูปการเมือง แต่โดยเหตุที่พิจารณาเห็นว่าเวทีดังกล่าวมีลักษณะเป็นเวทีการเมือง ไม่ใช่วงสนทนาของผู้อาวุโสของบ้านเมืองที่ปลอดจากการเมืองมาร่วมด้วยช่วยกันคิดเพื่อหาทางออกให้แก่บ้านเมือง จึงไม่ได้ตอบรับและเข้าร่วม อย่างไรก็ตาม ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่มีความห่วงใยต่อบ้านเมือง ขอให้ข้อคิดเห็น หรือข้อเสนอแนวทางที่จะสร้างความปรองดองของคนในชาติต่อรัฐบาลภายใต้หลัก 3 ประการ คือ หลักนิติธรรม หลักยุติธรรม และหลักเมตตาธรรม
นายอุกฤษ กล่าวอีกว่า หลักนิติธรรม หมายถึง หลักพื้นฐานแห่งกฎหมายที่กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจะต้องไม่ฝ่าฝืน ขัดหรือแย้งต่อหลักนิติธรรม และหลักนิติธรรมนี้จะถูกล่วงละเมิดไม่ได้ ดังนั้นการออกกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย การตีความกฎหมาย และดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมต้องอยู่ภายใต้หลักนี้ ที่สำคัญ หลักนิติธรรม คือหลักที่ใช้กำกับดูแลตรวจสอบอำนาจอันไม่ชอบธรรมของรัฐสภาและฝ่ายบริหาร และเป็นหลักที่ใช้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาตุลาการ ซึ่งเป็นอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ฝ่าย รวมทั้งรัฐธรรมนูญเองก็ต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม บ้านเมืองต้องปกครองโดยกฎหมาย และกฎหมายที่ใช้ปกครองต้องเป็นกฎหมายที่ดีและมีความเป็นธรรม ต้องให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ส่วนกรณีการออกกฎหมายเพื่อให้มีผลย้อนหลังเป็นการออกกฎหมายโดยคณะรัฐประหาร หรือองค์กรที่ไม่ได้มีที่มาจากประชาชน หรือการออกกฎหมายเพื่อเอาผิดกับบุคคล ซึ่งไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดของบุคคลอื่นนั้น ล้วนแล้วแต่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ซึ่งจำเป็นต้องยกเลิก และแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม
นายอุกฤษ กล่าวด้วยว่า ส่วนหลักยุติธรรม ในที่นี้หมายความถึง กระบวนการยุติธรรมที่จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมทั้งการสร้างความสมานฉันท์ในสังคม อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา กระบวนการยุติธรรมในสังคมไทยมีปัญหาที่สำคัญ 2 ประการ คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรมของคนกลุ่มต่างๆ และปัญหาประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ สำหรับหลักเมตตาธรรมนั้น ศาลยุติธรรมหรือหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม จะต้องทบทวนแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายด้วยการยึดมั่นในหลักความยุติธรรม ความเสมอภาค และคำนึงถึงสิทธิผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา โดยเฉพาะการใช้ดุลพินิจเพื่อปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด โดยเฉพาะการกระทำความผิดซึ่งไม่ได้เป็นอาชญากรรม แต่เกิดจากความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน
"การที่จะทำให้เกิดความปรองดองของคนในชาติได้นั้น การบริหารหรือปกครองประเทศต้องยึดหลักนิติธรรม การตรากฎหมายจะต้องไม่ขัดกับหลักนิติธรรมเสียเอง ผู้บังคับใช้กฎหมายจะต้องบังคับใช้กฎหมายด้วยความยุติธรรม เพราะหากความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีก็ไม่เกิด และความยุติธรรมจะมีสองมาตรฐานไม่ได้ นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายของศาลหรือหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมจะต้องคำนึงถึงสิทธิผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา โดยเฉพาะการใช้ดุลพินิจเพื่อปล่อยชั่วคราวนั้น ควรใช้ดุลพินิจในกรอบของหลักเมตตาธรรมเป็นสำคัญ"



