ข่าว

'สุรพงษ์'ชี้'นายกฯ'เดินทางบ่อยคุ้มค่า

'สุรพงษ์'ชี้'นายกฯ'เดินทางบ่อยคุ้มค่า

04 ก.ย. 2556

'ปึ้ง' ชี้ 'ปู' เดินทางบ่อยคุ้มค่า หลังโน้มจีนซื้อข้าวไทยเพิ่ม 1 ล้านตัน ระบุจัดเวทีปาฐกถาสังคมไทยได้ประโยชน์ วอน 'ม็อบยาง' อย่าปิดสนามบิน หวั่นกระทบท่องเที่ยว

 

                        4 ก.ย.56 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กับนายหลี เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ในระว่างการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการว่า ในระหว่างการหารือจีนระบุว่าจะซื้อข้าวจากไทยจำนวน 1 ล้านตัน ซึ่งหากราคาในขณะนั้นสูงถึง 1.5 หมื่นบาท ก็จะสร้างรายได้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการต่อ โดยพิจารณาส่งข้าวคุณภาพดีไปให้ เนื่องจากปัจจุบันผู้ส่งออกปลอมปนข้าวด้อยคุณภาพเป็นจำนวนมาก ทำให้คุณภาพข้าวไทยตกต่ำ โดยมีแนวโน้มว่ารัฐจะจัดการบรรจุหีบห่อและจัดส่งเอง แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการ เพราะต้องประสานงานอีก สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การเยือนประเทศต่างๆของนายกฯ​ สามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศ

                        "ที่มีการโจมตีว่าใช้งบประมาณเดินทางต่างประเทศมากถึง 300 ล้านบาทนั้น หากเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับ ถือว่าใช้ไปแค่ร้อยละ 1.2 เท่านั้น จึงอยากให้ฝ่ายที่ติติงเข้าใจด้วย ทั้งนี้ทางการจีน ยังยินดีที่จะพิจารณาสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อสนับสนุนไทยได้อีกด้วย" นายสุรพงษ์ กล่าว

                        นายสุรพงษ์ ระบุว่า ​นอกจากนี้ยังได้หารือเรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ทางการจีนสนใจจะเชื่อมโยงเส้นทางจีน ลาว และเข้าสู่ไทย ซึ่งนายกฯ ได้เสนอว่า หากฝ่ายจีนสนใจเข้าร่วมการก่อสร้างรถไฟ การชำระค่าใช้จ่ายในบางส่วนจะขอชำระเป็นสินค้าเกษตร ซึ่งเรื่องนี้ยังคงต้องพูดคุยหารือกันอีกในอนาคต พร้อมกันนี้ยังได้พูดคุยถึงเรื่องการค้าระหว่างไทย-จีน อาจจะใช้เงินสกุลหยวนแทนดอลล่าร์สหรัฐ ที่สำคัญทางการจีน พร้อมที่จะรื้อฟื้นการประชุมคณะธรรมาธิการร่วม (เจซี) ไทย-จีน ด้านเศรษฐกิจ ที่มีการประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2548 ซึ่งนายกฯ ได้เสนอให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อหารือเรื่องสินค้าเกษตรเป็นการเฉพาะด้วย นอกจากนี้จีนยังเห็นด้วยที่จะมีการพูดคุยระหว่างประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการลำน้ำโขง โดยพบว่าปัจจุบันบางช่วงของลำน้ำ เกิดภัยพิบัติ และขาดแคลน ความปลอดภัยในการเดินเรือ คาดว่า จะมีการประชุมในระดับรัฐมนตรีประมาณต้นปี 2557 เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

 

'สุรพงษ์' ชี้จัดเวทีปาฐกถาสังคมไทยได้ประโยชน์

 

                        นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ยังกล่าวถึงการจัดงานปาฐกถา “ผนึกกำลังสู่อนาคต: เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์” เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า หวังว่าสังคมไทยจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของบุคคลสำคัญต่างๆ เท่าที่ดูจากผล ตนเชื่อว่าได้ประโยชน์ และจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับความขัดแย้งมากขึ้น ว่าหากไม่หันหน้ามาปรองดองกัน ประเทศชาติจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

                        นายสุรพงษ์ กล่าวว่า นายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้เล่าถึงประสบการณ์แพ้เลือกตั้งติดต่อกันถึง 4 ครั้ง ด้วยโดยชี้ให้เห็นว่า ไม่ได้โทษพรรครัฐบาลและปรับปรุงพรรคของตนอย่างไร อยากให้พรรคฝ่ายค้านของไทยเรียนรู้จากอดีตผู้นำอังกฤษด้วย เพราะไหนๆผู้นำฝ่ายค้านของไทยก็เรียนจบที่อังกฤษ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง

                        นายสุรพงษ์ ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศ มีแผนจะจัดงานในลักษณะนี้อีกเรื่อยๆ โดยจะเชิญบุคคลสำคัญต่างๆมา อาทิ ผู้นำจากประเทศในกลุ่มทวีปแอฟริกา ซึ่งมีตัวอย่างที่ดีจำนวนมาก

 

วอน 'ม็อบยาง' อย่าปิดสนามบิน หวั่นกระทบท่องเที่ยว

 

                        นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการชุมนุมของเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในภาคใต้ ที่ประกาศเตรียมยกระดับการประท้วงด้วยการปิดสนามบิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หากการเจรจาวันนี้กับรัฐบาลไม่เป็นที่น่าพอใจว่า หลังจากที่รัฐบาลได้รับซื้อในราคาสูงมาช่วงหนึ่ง ขณะนี้สภาวะราคาในตลาดโลกตกต่ำ ก็ต้องรีบดำเนินการแก้ไข และอยากให้ผู้ประท้วงเข้าใจว่า หากปิดถนน ปิดสนามบิน จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของภาคใต้ เนื่องจาก จ.กระบี่ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต เป็นที่นิยมมากของชาวต่างชาติ ตนไม่ต้องการให้เรื่องนี้ไปกระทบการท่องเที่ยว จึงอยากขอร้องให้ผู้ชุมนุมประท้วงด้วยความสงบ

                        นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การเยือนของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่นครหนานหนิง เมืองเอกมณฑลกว่างซี ประเทศจีน เมื่อ 2-3 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้หารือเต็มคณะกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน โดยจีนแสดงความสนใจที่จะรับซื้อสินค้าเกษตรของไทย รวมถึงยางพาราด้วย ซึ่งจากการหารือกับภาคเอกชนของจีนพบว่า มีความต้องการราว 3 ล้านตันต่อปี ใกล้เคียงกับกำลังผลิตของไทย โดยทางรัฐบาลก็จะรีบประสาน แต่อาจจะไม่ทันใจผู้ปลูกยางบางส่วน ต้องขอให้เข้าใจ

                        ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้เชิญนายกรัฐมนตรีไทยเยือนจีนในต้นปี 2557 และรับปากจะเดินทางมาเยือนไทย โดยคาดว่า จะเป็นเดือน ต.ค.นี้ด้วย