
'ก่อแก้ว'อัด'ปชป.'ตีรวนยื้อแก้รธน.
'ก่อแก้ว' อัด 'ปชป.' ตีรวน หวังแก้ 'รธน.' ล่าช้า เผย 'วิปรัฐบาล' ยังเสียงแตก ยกเลิก 'สภาผัว-เมีย' ชี้ 'ม็อบยาง' ไม่เดือดร้อนจริง มั่นใจการเมืองเอี่ยว
4 ก.ย. 56 นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.ในมาตรา 5 ที่ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ว.และคุณลักษณะต้องห้ามว่า ในการประชุมฯช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ตนอึดอัดใจ เพราะ ส.ส.บางคนตีรวน เพื่อต้องการให้การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้าออกไป รวมถึงพยายามนำปัญหาเรื่องการชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางมาพูดคุย ทั้งๆ ที่เป็นการประชุมเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ส.ส.หลายคนรู้สึกอึดอัดใจ หลายคนยังพูดว่าเราเป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ แต่มีบางคนทำตัวไม่สมกับผู้ทรงเกียรติ เราออกกฎหมายให้คนไทยทั้งประเทศใช้ แต่เราเองกลับไม่เคารพกฎหมายและกติกา ไม่เคารพระเบียบข้อบังคับ จึงถือเป็นเรื่องน่าอาย นอกจากนี้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ก็อึดอัดใจในการที่ทำหน้าที่ประธานในการประชุมฯ ทั้งที่ทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว แต่ไม่ถูกใจ ก็ถูกด่าหาว่าไม่เป็นกลาง
"ผมขอเรียกร้องให้ ส.ส.และพรรคการเมืองที่ออกมาตีรวน ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ มีอะไรคุยกันด้วยเหตุผล อย่าให้สภาเสื่อมไปมากกว่านี้ และขอเรียกร้องไปยังสำนักโพลล์ต่างๆ ควรจะตั้งคำถามประชาชนให้ชัดเจนว่า ส.ส.คนใด หรือพรรคการเมืองใด ที่ทำให้ประชาชนเอือมระอา อย่าเหมาทั้งสภาฯ เพราะ ส.ส.เน่าไม่กี่คน ทำให้เหม็นทั้งสภาฯ อย่างนั้นไม่แฟร์"
เผย 'วิปรัฐบาล' ยังเสียงแตก ยกเลิก 'สภาผัว-เมีย'
นายก่อแก้ว กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ในมาตรา 5 ประเด็นคุณสมบัตินั้น เท่าที่หารือกันในวิปรัฐบาลวันนี้ยังคงมีเสียงถกเถียงกันอยู่ ซึ่งบางคนอยากให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นสภาผัวเมีย แต่บางคนก็เห็นแย้งว่ามันเป็นเรื่องปกติ ที่จะมีญาติเข้ามาเป็นนักการเมืองเป็น ส.ส. ยกตัวอย่างให้เห็นในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็มี 5-6 ตระกูล ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ก็มีนับ 10 ตระกูล ไม่จำเป็นที่จะต้องไปจำกัดสิทธิ์ตรงนี้ อีกทั้งหากจำกัดสิทธิ์ตรงนี้ ก็อาจจะมีการเลี่ยงได้ บางคนเป็นคู่สามีภรรยา ก็อาจจะหย่ากันได้ ดังนั้นตรงนี้คงต้องฟังเสียงการอภิปรายในสภาก่อน เพราะในวิปรัฐบาลยังเสียงแตกกันอยู่
ชี้ 'ม็อบยาง' ไม่เดือดร้อนจริง มั่นใจการเมืองเอี่ยว
นายก่อแก้ว กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มเกษตรชาวสวนยางว่า เท่าที่ทราบมีการปิดถนนอยู่หลายจุดโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างและเศรษฐกิจของจังหวัดก็แย่ลง จึงขอเรียกร้องไปยังผู้ชุมนุมให้ยุติการปิดถนน เพราะสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องของพวกท่านเอง การที่พวกท่านปิดถนนเสมือนทุบหม้อข้าวของจังหวัดตัวเอง การที่เกษตรกรเรียกร้องราคายางพาราในกิโลกรัมละ 120 บาท เป็นข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาลทำไม่ได้ เพราะราคาโลกรัมละ120 บาท เป็นราคาที่สูงมากกว่าราคาปัจจุบันถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าราคานี้ชาวสวนยางก็รวยกันหมด ดังนั้น ถ้าเป็นข้อเรียกร้องที่มุ่งหวังให้รัฐบาลทำไม่ได้ ตนจึงมองว่าคนที่มาชุมนุมมีเป้าหมายทางการเมือง
นายก่อแก้ว กล่าวว่า ตนได้เข้าไปดูประวัติราคายาง ทางเว็บไซต์ของสถาบันวิจัยยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ระบุข้อมูล หลายตลาดทั้งในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ จังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา บุรีรัมย์ และหนองคาย โดยในปี พ.ศ. 2551 ราคายางพาราเฉลี่ยกิโลกรัมละ 77 บาท ส่วนปี พ.ศ. 2552 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ราคายางเฉลี่ยกิโลกรัมละ 57 บาท อยากถามว่า ถ้าเกษตรกรชาวสวนยางอยู่ไม่ได้ ทำไมตอนที่ราคายางราคากิโลกรัมละ 57 บาท จึงไม่ออกมชุมนุมประท้วง อย่างไรก็ตามราคายางเฉลี่ยวันนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 79 บาท สูงกว่าปี พ.ศ. 2552 ถึงกิโลกรัมละ 20 บาท เกษตรกรกลับออกมาชุมนุมอย่างเอาเป็นเอาตาย ตรงนี้สังคมต้องมองให้ออก และยังมาตำหนิรัฐบาลหาว่าสองมาตรฐาน ช่วยชาวนาไม่ช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง
นายก่อแก้ว กล่าวว่า ขอถามว่าในยุคนายอภิสิทธิ์ ก็มีการชดเชยให้ชาวนา ไร่ละเกือบ 3 พันบาท แต่ไม่เคยเห็นไปช่วยชาวสวนยางเลย ก็ไม่เคยออกมาด่านายอภิสิทธิ์ ตนอยากถามกลับไปยังชาวสวนยาง เพราะตนโตมาจากสวนยาง ได้เรียนหนังสือจบปริญญาตรีจากอาชีพที่ขายยาง มีชีวิตที่ดีในวันนี้เพราะที่บ้านกรีดยาง อยากถามชาวสวนยางทุกภาคว่า ทำอาชีพนี้มีใครจนลงบ้าง หรือยากจนบ้าง
"ทั้งนี้ชาวสวนยางภาคใต้ไม่ได้กรีดยางเอง ในอดีตจ้างแรงงานชาวอีสาน แต่ปัจจุบันจ้างแรงงานชาวพม่า ขายยางได้ 1 กิโลกรัม แบ่งให้คนกรีดยาง 40 เปอร์เซ็นต์ เจ้าของสวนยาง 60 เปอร์เซ็นต์ ถ้าราคายางกิโลกรัมละ 80 บาท คนกรีดได้ 32 บาท เจ้าของสวนได้ 48 บาท อยากถามว่าถ้าเดือดร้อนจริงทำไมต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้คนกรีดยางด้วย ทำไมถึงไม่กรีดเอง พี่น้องชาวสวนยางภาคอีสาน ภาคเหนือ กรีดยางเองไม่เดือดร้อน มีชีวิตที่สุขสบายเป็นพืชเศรษฐกิจชั้นดี เพราฉะนั้นวันนี้เราต้องมาพูดคุยในเรื่องข้อเท็จจริงว่า ราคายางขณะนี้ไม่ได้เดือดร้อนถ้าไม่ฟุ่มเฟือย ไม่เล่นการพนัน ดังนั้นอยากให้พี่น้องชาวสวนยางที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ อย่าเป็นเครื่องมือให้กับนักการเมืองคนไทย เพราะจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจในจังหวัดตัวเอง สร้างความเดือดร้อนให้ญาติพี่น้องตัวเอง และสุดท้ายจังหวัดตัวเองก็เสียชื่อ ผมขอร้องว่าอย่าตัดต้นยางไปปลูกจำปาดะเด็ดขาด"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่ส่งตัวแทนลงไปเจรจากับเกษตรชาวสวนยางในพื้นที่ แต่กลับให้เกษตรกรขึ้นมาเจรจา นายก่อแก้ว กล่าวว่า มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหลายคน จึงถูกมองว่าเป็นม็อบการเมืองมากกว่าม็อบธรรมชาติ และการชุมนุมในแต่ละพื้นที่ไม่มีความชัดเจนว่าใครเป็นตัวแทน หรือแกนนำของเกษตรกร ถ้ามีข้อสรุปก็ส่งตัวแทนขึ้นมาที่กทม. เพื่อให้รัฐบาลมั่นใจว่าเป็นตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางจริง เพราะเรื่องยางมีหลายกระทรวงรับผิดชอบ ถ้าขึ้นมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายพร้อมกัน เพื่อให้รู้ข้อจำกัด และปัญหาของแต่ละฝ่าย ก็จะทำให้คุยกันง่ายขึ้น ถ้าลงไปคุยในพื้นที่อาจจะไม่ครบทุกกระทรวง และข้อเรียกร้องที่ราคาดังกล่าวสูงเกินกว่าที่รัฐมนตรีจะรับปากได้ ดังนั้นต่อให้รัฐมนตรีลงไป ก็ไม่มีอำนาจที่จะทำให้ได้ ตัวแทนที่ลงไปก็จะรับข้อมูลเบื้องต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายก่อแก้ว ได้นำสถิติราคาท้องถิ่นยางแผ่นดิบ และเศษยาง 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงน้ำยางสดของโรงงาน ณ ตลาดกลางยางพารา ปี พ.ศ. 2540 ถึงปัจจุบัน ของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาประกอบการแถลงข่าว เพื่อยืนยันตัวเลขที่ชัดเจน



