
ปู่ชัยไฟเขียวถ่ายทอดพิจารณาพรก.-พรบ.กู้เงิน
"โฆษกปชป."หนุนถ่ายทอดสดพิจารณา พ.ร.ก.-พ.ร.บ. มั่นใจรบ.มีข้อมูลชี้แจงได้ทั้งหมด พร้อมจวก ทักษิณ" ต้นเหตุ ความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลกระทบถึงปัจจุบัน ย้ำปชป.ให้เกียรติ พรรคร่วมรัฐบาล ชี้ปัญหาเมล์ฉาวเป็นการทำงานของกมธ. ป.ป.ช.ที่ต้องการตรวจสอบแนะรอผ
(12มิ.ย.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาพ.ร.ก.เงินกู้ฯ และร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 53 ว่า พรรคมองว่าการพิจารณากรอบตามพ.ร.ก.และพ.ร.บ.ในการมอบอำนาจให้กระทรวงการคลังกู้เงิน ถือว่ามีความสำคัญมากตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น ซึ่งพรรคถือว่าเป็นวาระสำคัญ ที่ประชาชนควรจะรับรู้ และมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นในระหว่างการอภิปราย ทั้งนี้ในเบื้องต้นพรรคสนับสนุนแนวทางของนายกรัฐมนตรี ที่จะให้ประชาชนได้รับรู้ถึงกรประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในสัปดาห์หน้า
น.พ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า เรื่องข้อห่วงใยว่าจะถ่ายทอดสดได้ครบหรือไม่ เรื่องนี้ตนเข้าใจว่า กำลังดูเรื่องผังเวลา เพราะขณะนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่จะมีการพิจารณาทั้งพระราชกำหนด พระราชบัญญัติ รวมทั้งกรอบวงเงินงบประมาณในสัปดาห์เดียวกัน แต่ประชาชนควรที่จะรับรู้ และรัฐบาลก็มั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น สำหรับในส่วนของฝ่ายค้านที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุหลายครั้งว่า หัวหน้าพรรคตัวจริง อยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐ อาหรับเอมิเรต และพ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงตัวเองชัดเจนว่า ยังกำหนดทิศทางการเมืองของฝ่ายค้าน และการเคลื่อนไหวนอกสภาอย่างต่อเนื่อง พรรคกังวลว่าจะทำให้ประเทศไม่สามารถหลุดจากวังวลการเมืองแบบเก่า ที่มีส่วนในการนำพาบ้านเมืองสู่วิกฤติในตอนต้นได้
นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกมาย้ำของร.ต.อ.เฉลิมถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เห็นได้ชัดว่า เป็นการตอกย้ำความเคลื่อนไหวต่อเนื่องทั้งในและนอกสภา ในลักษณะการสร้างลัทธิความนิยมในตัวบุคคล มากกว่าเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรการเมือง ซึ่งในขณะนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการชี้นำนอกประเทศ ทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถหาตัวหัวหน้าพรรคได้ และกระทบต่อการทำงานของสภา ที่ไม่มีผู้นำฝ่ายค้านรับผิดชอบ การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ขณะเดียวกันการส่งสัญญาญชัดเจนทางการเมืองว่า พร้อมที่จะให้ความสนับสนุนหรือการกล่าวอ้างว่ามีประสบการณ์ ในฐานะที่เป็นทั้งนักธุรกิจและนักการเมืองมาก่อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคมองว่า การไม่แยกแยะ 2 บทบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านการทำธุรกิจการเมืองของพวกพ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นต้นเหตุความขัดแย้งทางการเมือง และส่งผลกระทบมาจนปัจจุบัน ที่เห็นชัดเป็นรูปธรรม คือ การทุจริตลำไยในอดีต ที่เกิดขึ้นกับคนที่เกี่ยวข้องกับพรคไทยรักไทยในอดีต ต่อเนื่องมาถึง 6 ปี ทำให้การแก้ไขปัญหาในวันนี้ไม่สามารถที่จะใช้ลำไยเหล่านั้นทำเป็นปุ๋ยได้ เพราะเก็บมานานเกินไป จึงจำเป็นที่ต้องเผาทิ้ง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า กรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลมีความรู้สึกห่วงใยการทำงาน พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันอีกครั้งว่า ในฐานะแกนนำรัฐบาลให้เกียรติในการร่วมงานกับพรรคร่วมทุกพรรค ไม่มีข้อกังวลหรือห่วงใยในการช่วงชิงพื้นที่ จะเห็นได้จากการที่พรรคสนับสนุนการเลือกตั้งซ่อม นอกจากนี้ เรื่องข้อห่วงใยบางประการ พรรคเห็นด้วยว่าวิธีที่ดีที่สุด น่าจะใช้การหารือร่วมกันในเรื่องประเด็นปัญหาในการร่วมงานกันเป็นหลัก สำหรับการทำงานตรวจสอบของคณะกรรมธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พรรคถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของหลายพรรค และเป็นการตรวจสอบหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ไม่ได้เป็นการโจมตีพรรคร่วมรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าแนวทางที่ดีที่สุดในโครงการรถเมล์นั้น คือ การศึกษาของสภาพัฒน์ ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นและจะนำเสนอแนวทางในการสร้างความมั่นใจของประชาชน ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดของทุกฝ่ายที่จะรอผลการศึกษา ก่อนที่จะมาด่วนตัดสินใจในเรื่องแนวทางการแก้ไข ปัญหาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ(ขสมก.)
“ปู่ชัย”ไฟเขียวถ่ายทอดพิจารณาพรก.-พรบ.กู้เงิน
เมื่อเวลา 13.00 น. นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือกับนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาฯคนที่ 1 และ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯคนที่ 2 เพื่อหารือเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณา พ.ร.ก. และ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจำนวน 8 แสนล้าน รวมถึง ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2553 ที่จะพิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
นายสามารถ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า นายชัย ต้องการให้ พ.ร.ก.และพ.ร.บ. พิจารณาไปพร้อมๆ กัน เพราะมีหลักการเดียวกันคือการกู้เงิน ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะใช้เวลายืดยาวจนข้ามวัน ซึ่งนายชัย เห็นว่าควรพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ แต่อย่างไรก็ตามทางวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ก็ได้มีการหารือในเบื้องต้น หากพิจารณาไม่เสร็จภายในวันเดียวก็จะมีการขอขยายเวลาออกไปอีก 1 วัน คือวันที่ 16 มิ.ย.นี้ โดยเริ่มในเวลา 13.30 น. เนื่องจากช่วงเช้ามีการประชุม ครม.ส่วนที่ฝ่ายค้านได้ประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมประชุม พ.ร.ก.และพ.ร.บ.กู้เงิน หากไม่มีการถ่ายถอดสดทางโทรทัศน์ นั้น ล่าสุดหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ถ่ายทอดสดทางทีวีและวิทยุ ประธานสภาฯ ก็ได้ติดต่อไปยังสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที แล้ว ทั้งนี้เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาเพราะมีการถ่ายทอดสดแล้ว ส.ส.ฝ่ายค้านก็คงเข้าประชุมตามปกติ
รองประธานสภาฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 53 เบื้องต้นกำหนดไว้ 2 วัน คือวันที่ 17-18 มิ.ย. ซึ่งไม่ได้มีการปิดกั้น พร้อมให้ทุกฝ่ายได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง และหากพูดกันไม่จบภายใน 2 วันก็ต้องมาหารือว่าจะขยายวันออกไปอีกหรือไม่



