
'ปชป.'ยันแก้'สภาผัว-เมีย'ไม่พอ!
'ปชป.' ยืนยันแก้ 'สภาผัว-เมีย' ไม่พอ ต้องตัด 'สภาผลัดกันเกาหลัง' ออกด้วย
4 ก.ย.56 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของส.ว.ในมาตรา 5 ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีผู้แจ้งความจำนงที่จะอภิปรายไว้จำนวน 50 คน ซึ่งค้างมาจากสัปดาห์ที่แล้ว และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครแจ้งความจำนงที่จะไม่อภิปราย เพราะมาตรานี้ถือว่าเป็นมาตราที่มีความสำคัญมาก เป็นมาตราที่เริ่มต้นสะท้อนให้เห็นถึงการต่างตอบแทน แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันของรัฐบาลที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จนนำไปสู่การครอบงำวุฒิสภาในอนาคต โดยแลกกับการที่สมาชิกวุฒิสภาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งซ้ำได้อีก ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่เปิดโอกาส เพราะไม่ต้องการให้ยึดโยงกับการเมือง ไม่อยากให้วุฒิสมาชิกพะวงกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในครั้งถัดไป อยากให้วุฒิสมาชิกเป็นกลางทางการเมือง เนื่องจากวุฒิสมาชิกมีอำนาจมากในการแต่งตั้งถอดถอนตุลาการและองค์กรอิสระ
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากรรมาธิการฯ จะมีการทบทวนแก้ไขในมาตรา 5 นั้น ตนยังไม่ทราบว่าจะทบทวนในรูปแบบไหนหรือลักษณะไหนอย่างไร แต่โดยเนื้อหาตนยังยืนยันว่า จะแก้แค่เอาสภาผัวเมียออกไปอย่างเดียวไม่พอ ต้องเอาสภาผลัดกันเกาหลังออกไปด้วย ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับแก้เพียงครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือหัวใจสำคัญที่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ตอบแทนกันระหว่างรัฐบาลกับวุฒิสภาก็ยังอยู่ ประเด็นสำคัญยังไม่ได้รับการแก้ไข ขอย้ำว่า การลงมติในมาตรา 5 มีความสำคัญต่อสมาชิกรัฐสภาด้วย เพราะอาจขัดกันแห่งผลประโยชน์ นั่นคือขณะที่ลงมติสนับสนุนให้ตนเองสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งซ้ำได้อีกในการเลือกตั้งครั้งต่อไปขณะที่รัฐธรรมนูญห้ามไว้ แต่ว่าไปลงมติเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญที่จะแก้ ตรงนี้อาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตรงนี้ต้องระมัดระวัง โดยสมาชิกรัฐสภาหลายท่านก็ได้เตือนเรื่องนี้แล้ว เพราะอาจจะนำไปสู่การถอดถอนได้ สำหรับเรื่องของกรอบเวลาตนไม่สามารถตอบได้ แต่ประธานได้นัดตั้งแต่ 10.00-22.00 น. ซึ่งเราก็ทำกันมาหลายวันแล้ว ไม่ควรไปทำอะไรที่นอกเหนือจากนี้จนทำให้เป็นปัญหา และหากเปิดโอกาสให้พูดก็จะไม่เกิดปัญหา



