
สหรัฐ-อิสราเอลทดสอบขีปนาวุธ
สหรัฐ-อิสราเอลทดสอบขีปนาวุธ 2 ลูกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สร้างความวิตกต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลางล่าสุด
วันที่ 4 ก.ย.56 ความตึงเครียดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กำลังเพิ่มมากขึ้น เมื่อรัสเซียตรวจสอบพบว่า สหรัฐและอิสราเอล ทดสอบยิงขีนาวุธสแปร์โร่ว์ (Sparrow) 2 ลูก ลงไปตกในน่านน้ำทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเจ้าหน้าที่อิสราเอล ยอมรับในเวลาต่อมาว่า เป็นการทดสอบระบบขีปนาวุธที่ผลิตโดยสหรัฐ
การยอมรับเรื่องการทดสอบขีปนาวุธ มีขึ้นในช่วงที่ตะวันตกกำลังพิจารณาที่จะเข้าแทรกแซงสงครามกลางเมืองในซีเรีย ขณะที่ตลาดหุ้นเผชิญความผันผวน เพราะเกรงว่าการทดสอบขีปนาวุธ เป็นสัญญาณเตือนการเตรียมพร้อมโจมตีของตะวันตก
กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุว่า ระบบเรดาร์ของสถานีเตือนภัย ใกล้ทะเลดำ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับขีปนาวุธที่ถูกยิงมาจากยุโรปและอิหร่าน สามารถตรวจจับการยิงขีปนาวุธ 2 ลูก เมื่อเวลา 06.16 น. ตามเวลามาตรฐาน หรือราว 13.16 น. ตามเวลาในไทยของเมื่อวานนี้ แต่ไม่มีรายงานการโจมตีเป้าหมายในซีเรีย ต่อมากระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ได้เปิดเผยว่า ได้ทำการทดสอบขีปนาวุธที่ออกแบบมาเพื่อใช้โจมตีเป้าหมายในระบบต่อต้านขีปนาวุธที่สหรัฐสนับสนุนทางการเงิน
การทดสอบขีปนาวุธของอิสราเอล มีขึ้นก่อนเวลาที่เรดาร์ของรัสเซียจะตรวจพบเพียง 1 นาที ขณะที่ตลาดหุ้นดิ่งตัวขานรับข่าวการทดสอบขีปนาวุธทันที ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอน ร่วงเกือบ 1 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ส่วนตลาดหุ้นในเยอรมนีกับฝรั่งเศสก็ดิ่งลงเช่นกัน เนื่องจากความวิตกว่าโลกจะกลับมาไร้เสถียรภาพครั้งใหม่
โฆษกของกองทัพเรือสหรัฐ เปิดเผยว่า ไม่มีขีปนาวุธถูกยิงจากเรือของสหรัฐแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้ยืนยันว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดสอบขีปนาวุธของอิสราเอลหรือไม่ แต่กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุว่า การโคจรของขีปนาวุธทั้ง 2 ลูก เริ่มต้นจากน่านน้ำตอนกลางของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปยังน่านน้ำชายฝั่งทางตะวันออก แต่เจ้าหน้าที่ภายในซีเรีย ระบุว่า ไม่มีสัญญาณการโจมตีซีเรียแต่อย่างใด
รัสเซียกับตะวันตก กำลังขัดแย้งกันเรื่องความเป็นไปได้ที่จะมีการแทรกแซงสถานการณ์ในซีเรีย ขณะที่เรือพิฆาต 5 ลำ และเรือสะเทินน้ำสะเทินบกอีก 1 ลำ ของสหรัฐ ได้เข้าไปรอรับคำสั่งใช้ปฏิบัติการโจมตีเซียด้วยขีปนาวุธ อยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการรัสเซีย ระบุว่า กระแสกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากสหรัฐ ทำให้เกิดความวิตกอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการส่งเรือติดขีปนาวุธมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งของซีเรีย ยิ่งส่งผลกระทบในทางลบต่อสถานการณ์ในภูมิภาคมากขึ้นไปอีก
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ได้เรียกร้องให้ใช้ปฏิบัติการโจมตีเพื่อลงโทษที่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด ของซีเรีย ใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนที่ชานกรุงดามัสกัสแต่ประธานาธิบดีอัสซ้าดปฏิเสธที่จะยอมจำนน โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ของฝรั่งเศสว่า ตะวันตกอาจจุดชนวนความขัดแย้งในภูมิภาค ถ้าใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างจำกัดต่อซีเรีย อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโอบามา ยังคงรอการลงมติจากสภาคองเกรสว่าจะไฟเขียวให้โจมตีซีเรียหรือไม่ หลังจากนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ต้องพ่ายการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรอย่างน่าอัปยศมาแล้ว
ซีเรียเร่งเคลื่อนกำลังพล ตั้งรับการโจมตีจากสหรัฐ
ขณะที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ พยายามล็อบบี้ให้สภาคองเกรสเห็นชอบกับการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย ก็มีรายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์อัล อัสซ้าด กำลังเอาฮาร์ดแวร์ทางทหารไปซ่อนไว้ และโยกทหารออกจากฐานทัพไปอยู่ปะปนกับพลเรือน
ฝ่ายต่อต้านในซีเรียที่ตะวันตกให้การสนับสนุน ระบุว่า ในช่วงที่ดูเหมือนตะวันตกใกล้จะโจมตีซีเรียกองทัพซีเรียได้เคลื่อนย้ายกำลังทหาร รวมถึงฐานยิงจรวดเคลื่อนที่ ปืนใหญ่ และอาวุธหนักอื่นๆ เข้าไปในย่านที่อยู่อาศัยของประชาชนตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ โดยมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงดามัสกัส ยืนยันว่าเป็นความจริง
ชาวกรุงดามัสกัสคนหนึ่ง บอกว่า สมาชิกหน่วยรีพับลีกัน การ์ด 2 นาย ได้บุกเข้าไปในบ้านที่ว่างอยู่ของเขา และเอาเอกสารของทางการออกมาให้ดู พร้อมอ้างว่า พวกเขามีอำนาจที่จะยึดบ้านหลังนี้ในช่วงที่ซีเรียตกอยู่ในภาวะสงคราม ส่วนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง บอกว่า มีทหารยกกำลังกันเข้าไปอยู่ในโรงเรียนที่อยู่ถัดจากบ้านของเธอ
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ ยืนยันว่า มีสิ่งบ่งชี้ว่า รัฐบาลซีเรียมีการเคลื่อนย้านยุทโธปกรณ์ทางทหารและเพิ่มการคุ้มกันสิ่งปลูกสร้างทหารให้แข็งแกร่งขึ้น และสหรัฐยังมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการรับมือต่อสิ่งที่รัฐบาลซีเรียกำลังดำเนินการอยู่
การเคลื่อนไหวในซีเรียมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไป ขณะที่รัฐบาลสามารถผ่อนคลายได้ในช่วงที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งนายฮิสชัม จาเบอร์ อดีตนายพลแห่งกองทัพเลบานอน และปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและตะวันออกกลางศึกษา ในกรุงเบรุต ให้ความเห็นว่า ซีเรียทราบดีว่ามีเป้าหมายที่เป็นไปได้ว่าจะถูกโจมตี 30-40 แห่ง และตอนนี้พวกเขามีเวลาในการเตรียมตัวรับมือ โดยที่ครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ หรือมากกว่านี้ ได้ถูกเคลื่อนย้ายหรือไม่ก็ถูกพรางไว้แล้ว
ในทางการเมือง ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด ของซีเรีย ได้เพิ่มความก้าวร้าวมากขึ้น ด้วยการเตือนในระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อตะวันตกอย่างหนังสือพิมพ์ เลอ ฟิกาโร่ ของฝรั่วเศสว่า การใช้ปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ต่อซีเรีย อาจส่งผลให้เกิดสงครามในภูมิภาค แต่เขาไม่ยอมบอกว่า ซีเรียจะตอบโต้การโจมตีของตะวันตกอย่างไร แต่ซีเรียถูกมองว่า มีทางเลือกมากมายในการตอบโต้ ที่รวมถึงการยิงจรวดโจมตีชาติพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาค และอาจสั่งการให้พันธมิตรอย่างกลุ่มมุสลิมเฮซบุลเลาะห์ ใช้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายตะวันตกในต่างประเทศ หรืออาจจะไม่ทำอะไรเลย แต่รอใช้วิธีการชวนเชื่อว่า ตกเป็นเหยื่อการรุกรานจากสหรัฐ
นักวิเคราะห์ ให้ความเห็นว่า ทางเลือกของซีเรียอาจขึ้นอยู่กับการใช้ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐถ้าเป็นการโจมตีที่รุนแรงและหนักหน่วง รัฐบาลก็อาจรู้สึกว่าจำเป็นต้องตอบโต้ แต่ถ้าอยู่ในวงจำกัด ซีเรียก็อาจหันไปใช้แนวทางทางการเมือง เช่นการเลือกใช้การชวนเชื่อว่า ตะวันตกโจมตีซีเรียที่เป็นประเทศในตะวันออกกลาง และเป็นชาติอาหรับ โดยปราศจากอาณัติของนานาชาติและอาจแสดงหลักฐานการสูญเสียชีวิตของพลเรือนที่บริสุทธิ์ด้วย และหนทางหนึ่งที่เอาชนะศึกครั้งนี้ ก็คือ การเอาภาพของพลเรือนที่เสียชีวิตเพราะการโจมตีของสหรัฐมาแสดงให้โลกประจักษ์และถ้าทำได้ ซีเรียก็จะชนะโดยไม่ต้องใช้กำลังตอบโต้ทางทหาร
แต่ถ้าซีเรียเลือกการตอบโต้ทางทหาร ก็อาจมีการยิงจรวดโจมตีพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ เช่น ตุรกี จอร์แดน หรืออิสราเอล แต่โจมตีสมาชิกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ อย่างตุรกี อาจถูกตอบโต้จากสมาชิกทั้งหมด ส่วนจอร์แดน ก็เป็นที่ประจำการเครื่องบินรบ เอฟ-16 ราว 12 ลำ รวมถึงขีปนาวุธแพททริออต และทหารอเมริกันอีกราว 1,000 นาย
สำหรับอิสราเอล ซีเรียอาจโจมตีเองหรือใช้เฮซบุลเลาะห์ ที่เคยทำสงคราม 34 วัน กับอิสราเอลเมื่อปี 2549 แต่อิสราเอลก็ได้ชื่อว่า มีขีปนาวุธที่ทันสมัยสามารถถล่มเมืองใหญ่ๆ ของซีเรีย ให้ราบได้เช่นกัน โดยเฉพาะอิสราเอล เพิ่งจะติดตั้งขีปนาวุธ ไอเอิร์น โดม ที่เทล อาวีฟ



