ข่าว

'สภาสูง'สลัดไม่พ้น'คอนเน็กชั่น'การเมือง

'สภาสูง'สลัดไม่พ้น'คอนเน็กชั่น'การเมือง

04 ก.ย. 2556

'สภาสูง'สลัดไม่พ้น'คอนเน็กชั่น'การเมือง : ประภาศรี โอสถานนท์รายงาน

              การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม แม้หลายฝ่ายจะไม่ติดใจกับการแก้ไข "ที่มาของ ส.ว." จากเดิม 150 คน มาจากการสรรหาและการเลือกตั้ง ให้กลับมาเป็น ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดจำนวน 200 คน โดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่สิ่งที่ยังคาใจ คือ "คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม" ของผู้ที่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. ที่ประชุมรัฐสภาจะเริ่มถกประเด็นนี้กันวันที่ 4 กันยายนนี้

              ในมาตรา 5 เกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ว. คณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มีการ "ตัดทิ้ง" ของเดิมออกทั้งหมด

              ไม่ว่าจะเป็น "ผู้ลงสมัคร ส.ว. ต้องไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" หรือพูดเข้าใจกันง่ายๆ คือ "พ่อ-แม่-ผัว-เมีย-ลูก" ของ ส.ส.หรือรัฐมนตรี สามารถไปลงสมัคร ส.ว.ได้ทันที หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน รวมทั้งการตัดเรื่องผู้จะลงสมัคร ส.ว.ต้องไม่เป็น ส.ส., ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือไม่เป็นรัฐมนตรี แต่หากเคยเป็น ส.ส. สมาชิกพรรคการเมือง หรือรัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด มาแล้วเกิน 5 ปีจนถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง

              เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 50 ได้เขียนบล็อกไม่ให้คนเหล่านี้ลงสมัคร ส.ว. เพราะไม่ต้องการให้ “สภาสูง” กลายเป็น "สภาผัวสภาเมีย-สภาเครือญาติ" หรือที่สื่อได้มีการตั้งฉายาไว้ ว่า "สภาทาส” ที่เป็นเครือข่ายนักการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร

              เมื่อมองย้อนกลับไปที่การเลือกตั้ง ส.ว.ชุดแรกเมื่อปี 2543 ผลพวงจากรัฐธรรมนูญปี 40 ทำให้สมาชิกวุฒิสภา 200 คน มาจากเลือกตั้งทั้งหมด ในครั้งแรกแม้ยังไม่ค่อยมีบรรดาญาติพี่น้อง ผัว-เมีย-ลูก นักการเมืองมาลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่กระนั้นยังมีสายสัมพันธ์ทางการเมืองของทุกพรรคลงสมัคร ส.ว. ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย โดยในช่วงท้ายของวาระวุฒิสภาชุดแรกที่มีวาระ 6 ปี จะเห็นได้ชัดจากการทำงานของ ส.ว. ที่แบ่งเป็น 2 ขั้วการเมืองในขณะนั้น คือ พรรคไทยรักไทย และพรรคประชาธิปัตย์ และหลังจากพ้นตำแหน่งก็ปรากฏชัดเจนขึ้นอีก จากการเข้าไปสังกัดพรรคของหลายคน

              ขั้วของพรรคไทยรักไทยในยุคนั้นนำโดย นายศรีเมือง เจริญศิริ ส.ว.มหาสารคาม นายสุชน ชาลีเครือ ส.ว.ชัยภูมิ อดีตประธานวุฒิสภา โดยทั้งสองมีสายสัมพันธ์แน่นปึ้กกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมทั้ง นายคำนวณ ชโลปถัมภ์ อดีต ส.ว.สิงห์บุรี ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของครอบครัวชินวัตรในขณะนั้น, นายประเกียรติ นาสิมมา อดีต ส.ว.ร้อยเอ็ด ซึ่งปัจจุบันมาเป็น ส.ส.และทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย, นายรส มะลิผล อดีต ส.ว.ฉะเชิงเทรา ปัจจุบันเป็น ส.ส.เพื่อไทย, พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน อดีต ส.ว.เชียงราย ก็มาเป็น ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย หรือ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช อดีต ส.ว.ขอนแก่น ภรรยา นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ในยุครัฐบาลไทยรักไทย ซึ่งต่อมาได้มาเป็นรัฐมนตรีของขั้วนี้ ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทย

              ขณะที่ขั้วตรงข้ามรัฐบาล เช่น พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ส.ว.สระบุรี ที่ภายหลังมากระโดดขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายแก้วสรร อติโพธิ อดีต ส.ว.กทม. ต่อมาแสดงตัวชัดเจนว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามทักษิณ รวมไปถึง นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.กทม. นายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต ส.ว.ยโสธร นางมาลีรัตน์ แก้วก่า อดีต ส.ว.สกลนคร ขณะที่อีกหลายคนต่อมาก็เข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีต ส.ว.นครราชสีมา นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ อดีต ส.ว.อ่างทอง นายจรูญ ยังประภากร อดีต ส.ว.สมุทรปราการ และนายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีตส.ว.ฉะเชิงเทรา รวมไปถึง ส.ว.ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับพรรคประชาธิปัตย์อย่าง นายพิเชฏฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา นายสมพงษ์ สระกวี อดีต ส.ว.สงขลา และ นางมลิวัลย์ เงินหมื่น ภรรยานายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

              โดยเฉพาะ ส.ว.ชุดที่ 2 ที่มีการเลือกตั้งในเดือนเมษายน 2549 เห็นได้ชัดเจนถึงสายสัมพันธ์ทางการเมืองมากขึ้นในแทบทุกจังหวัด ทั้งคนในตระกูล และเครือข่ายพรรคการเมือง แต่ยังไม่ทันที่ ส.ว.ชุดดังกล่าว จะได้เข้ามาทำหน้าที่ คือ ระหว่างรอ กกต. รับรอง ส.ว.ให้ได้ตามจำนวนที่สามารถเปิดประชุมได้ ก็เกิดการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549

              ผลพวงจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปี 2550 ก็ได้ ส.ว.ลูกผสม คือมาจากการเลือกตั้ง 76 คน มาจากการสรรหา 74 คน รวม 150 คน สุดท้ายแล้วก็ไม่พ้นเครือญาติของนักการเมือง หรือบุคคลที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดนักการเมืองและผู้มีอำนาจ เช่น นายนิคม ไวยรัชพานิช ส.ว. ฉะเชิงเทรา ประธานวุฒิสภา ผู้เป็นน้าชายแท้ๆ ของนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ พรรคเพื่อแผ่นดิน นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งสนิมสนมกับบิ๊กการเมืองในบุรีรัมย์ นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ ภรรยานายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ อดีตนักการเมืองคนสนิทของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (ปัจจุบันคือพรรคชาติพัฒนา)

              นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี พี่ชายนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทย นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว. นนทบุรี อดีตพ่อเมืองหลายจังหวัด ซึ่งมีคอนเน็กชั่นกับกลุ่มการเมืองในพรรคพลังประชาชน นางจิราวรรณ จงสุทธนามณี ส.ว.เชียงราย คนในตระกูลการเมืองใหญ่ จ.เชียงราย นายสมชาติ พรรณพัฒน์ ส.ว.นครปฐม ใกล้ชิดกับตระกูลการเมืองของ จ.นครปฐม นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ส.ว.พิษณุโลก พี่สาวของนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

              ขณะที่ ส.ว.สรรหา ที่มีความใกล้ชิดเครือข่ายการเมืองที่เป็นขั้วตรงข้ามรัฐบาล ในนาม "กลุ่ม 40 ส.ว." อาทิ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายคำนูณ สิทธิสมาน นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายสมชาย แสวงการ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา นอกจากนี้ยังมี ส.ว.เลือกตั้งร่วมขบวนด้วยอย่าง น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี และนายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง

              สมาชิกวุฒิสภาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายคนมีคอนเน็กชั่นกับนักการเมือง บางคนเป็นวงศ์วานว่านเครือ คนใกล้ชิด หรือผู้ที่มี "ใจฝักใฝ่” ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ยังคงวนเวียนอยู่ในเวทีสภาสูง ไม่ว่าจะเป็นสายเลือกตั้ง หรือสายสรรหา

              ไม่ว่า รัฐธรรมนูญจะออกแบบคุณสมบัติ ส.ว.อย่างไร หลีกหนีไม่พ้นที่ฝ่ายการเมืองคงจ้องตาเป็นมันที่จะส่งคนของตัวเองเข้าไป !!!


...............

(หมายเหตุ : 'สภาสูง'สลัดไม่พ้น'คอนเน็กชั่น'การเมือง : ประภาศรี โอสถานนท์รายงาน)