ข่าว

โอดค่าก๊าซ-ค่าไฟซ้ำค่าแรงสินค้าจ่อขึ้น

โอดค่าก๊าซ-ค่าไฟซ้ำค่าแรงสินค้าจ่อขึ้น

03 ก.ย. 2556

ผู้ประกอบการโอดต้นทุนพุ่ง ทั้งจากค่าแรงค่าก๊าซและค่าไฟ ส่อแววไตรมาส 4 ปีนี้อาจต้องปรับขึ้นราคา ชี้มาตรการเยียวยาค่าแรงของรัฐแทบไม่ช่วย ปัญหาขาดแคลนแรงงานหนักข้อ

              3ก.ย.2556 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนะต่อการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท จากกลุ่มตัวอย่าง 800 พบว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ทำให้ปัจจุบันค่าจ้างหรือเงินเดือนส่วนใหญ่ 11.9% กระทบต่อต้นทุนให้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่องของธุรกิจแย่ลงถึง 37.8% โดยภาคธุรกิจส่วนใหญ่ 39.7% ปรับตัวโดยใช้วิธีการปรับเพิ่มราคา ตามมาด้วยการลดสวัสดิการพนักงานลง และหาเครื่องจักรในการทดแทนแรงงาน


              ทั้งนี้ ภาคธุรกิจจะสามารถแบกรับภาระค่าแรง 300 บาท ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การขาดแคลนแรงงาน โดยเฉลี่ยรวมทุกภาคธุรกิจได้เพียง 5 เดือนก่อนที่จะปิดกิจการลง และสามารถแบกรับภาระต้นทุนได้ระดับปานกลางเพียง 44.2% ขณะที่มาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 73.1% ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐเลย มีผู้ประกอบการเพียง 34.3% ที่ได้ปรับประโยชน์ปานกลางเท่านั้น โดยเบื้องต้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือภาคธุรกิจหลังจากการปรับขึ้นค่าจ้าง คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ส่งเสริมการส่งออก ลดราคาสินค้า หรืออุดหนุนทุนให้กับภาคธุรกิจ หาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น

              นายธนวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การปรับขึ้นของแอลพีจีภาคครัวเรือน และค่าไฟในขณะนี้เป็นการเพิ่มต้นทุนให้ภาคธุรกิจมากขึ้น บวกกับการขึ้นค่าแรง 300 บาท ทำให้มีแนวโน้มว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2556 ผู้ประกอบการจะมีการปรับขึ้นราคาสินค้า เชื่อว่าจะปรับไม่เกิน 5% และจะทำให้ในปี 2557 ราคาสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น เงินเฟ้อจะปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.5%

              นอกจากนี้ จากการสำรวจพบว่าการปรับขึ้นแอลพีจีมีผลกระทบต่อธุรกิจในระดับปานกลางเพียง 51.5% ซึ่งผู้ประกอบการ 26.4% ขอรอดูสถานการณ์ก่อนว่าจะปรับขึ้นราคาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีแม้ขณะนี้จะเริ่มปรับตัวได้บ้าง อีกทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงานก็เริ่มกลับส่งผลกระทบให้กับธุรกิจมากขึ้น

              ขณะที่นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หากในอนาคตรัฐบาลจะมีนโยบายหาเสียงต้องการให้มีการเข้ามาพูดคุยกับภาคเอกชนหรือภาคธุรกิจ เพื่อหามาตรการหรือแผนรองรับกับนโยบายที่รัฐบาลจะออกมา เพราะหากไม่มีมาตรการรองรับปัญหาก็จะเกิดขึ้นเหมือนปัจจุบันที่ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบรวมทั้งภาคประชาชนด้วย