
'ญี่ปุ่น'เล็งปล่อยน้ำเปื้อนรังสีลงทะเล
เพื่อนบ้านสะดุ้ง 'ญี่ปุ่น' เผยคงต้องปล่อยน้ำเปรอะเปื้อนรังสีจากโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะลงทะเลในที่สุด รับสถานการณ์ยังเปราะบาง เต็มไปด้วยความเสี่ยง
2 ก.ย. 56 นายชุนอิจิ ทานากะ ประธานสำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ญี่ปุ่น แถลงที่กรุงโตเกียวว่า บริษัทไฟฟ้าโตเกียว (เทปโก) ผู้ดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ ที่อยู่ระหว่างปลดระวาง ไม่อาจกักเก็บน้ำหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ปริมาณมหาศาลไว้ได้ตลอดไป และเกรงว่า การทิ้งหรือปล่อยน้ำรังสีเหล่านั้นลงทะเล จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่จะผ่านการบำบัดให้การเปรอะเปื้อนรังสีอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ตามมาตรฐานสากล
นายทานากะ ยอมรับว่า สถานการณ์โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ เปลี่ยนแปลงรายวัน และมีความเสี่ยงหลายอย่าง พร้อมกันนี้ได้กล่าวตำหนิการบริหารจัดการน้ำเปื้อนรังสีแบบชุ่ยๆ ของเทปโก และจำเป็นที่จะต้องตั้งกฎเข้มงวดมากขึ้น
เทปโกประสบปัญหายุ่งยาก ในการจัดการกับปริมาณน้ำที่ใช้หล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ที่หลอมละลาย หลังคลื่นสึนามิซัดถล่มและแผ่นดินไหวเมื่อมีนาคม 2554
ประเทศเพื่อนบ้านและชาวประมงท้องถิ่นแสดงความวิตกมานาน เรื่องการปล่อยน้ำเปรอะเปื้อนรังสี ซึ่งยังเป็นข้อถกเถียงเรื่องความปลอดภัยและเชื่อว่าบางส่วนได้ไหลลงทะเลแล้ว
วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์ซันเค ในญี่ปุ่น รายงานว่า อัยการได้ตัดสินใจยกฟ้องเอาผิดอาญากับอดีตนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง เจ้าหน้าที่รัฐบาลจำนวนหนึ่งและบรรดาผู้บริหารเทปโก กรณีรับมือกับสถานการณ์วิกฤติหลังภัยพิบัติตามที่ประชาชนในท้องถิ่นได้ขอให้ยื่นฟ้อง เนื่องจากอัยการไม่มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุนว่าปัญหาต่างๆเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาท
อีกด้านหนึ่ง บริษัทไฟฟ้าคันไซ ได้เริ่มลดการผลิตไฟฟ้าที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ของโรงไฟฟ้าโออิ จ.ฟูคูอิ ทางภาคตะวันตก เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันจันทร์ และจะปิดเดินเครื่องสมบูรณ์ในเช้าตรู่วันอังคาร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด ภายใน 13 เดือนนับจากเริ่มเดินเครื่อง
เตาปฏิกรณ์แห่งนี้ เป็นหนึ่งในสองแห่งเท่านั้นที่ยังผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่ในญี่ปุ่นหลังเกิดวิกฤติโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ส่วนอีกแห่งหนึ่งคือ เตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 ที่โรงไฟฟ้าโออิเช่นกัน จะปิดเดินเครื่องในวันที่ 15 กันยายน และไม่แน่ชัดว่าเมื่อใดทั้งสองแห่งจะกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง เนื่องจากจะต้องผ่านขั้นตอนประเมินความปลอดภัยที่สำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์เพิ่งร่างขึ้นมาใช้ใหม่ไม่นาน
เตาปฏิกรณ์สองแห่งนี้เพิ่งถูกเปิดใช้งานอีกครั้งเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว ท่ามกลางกระแสคัดค้าน แม้ว่าได้ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้วก็ตาม
------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



