
รวบสาวขน'ยาเค'คาสุวรรณภูมิค่า15ล.
"ศุลกากร" รวบ "สาวภูฏาน" ขนยาเค คาสุวรรณภูมิ ยึดร่วม 5 กก. มูลค่า 15 ล้าน
วันที่ 2 ก.ย.56 เมื่อเวลา 13.00 น. นายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดีรักษาการอธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นายชูชัย อุดมโภชน์ รองอธิบดี และนายไพศาล ชื่นจิตร ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนและปราบปราม ร่วมกันแถลงผลจับกุม น.ส.ชิโม อายุ 26 ปี ชาวภูฏาน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากลักลอบนำเข้าเคตามีน น้ำหนักรวมประมาณ 4,790 กรัม มูลค่า 15 ล้านบาท ซุกซ่อนใส่มาในกระเป๋าเดินทาง
นายยุทธนา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ก.ย. เวลา 17.15 น. เจ้าหน้าที่ศุลกากรงานสืบสวนปราบปรามที่ 1 ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 1 ส่วนสืบสวนปราบปราม 3 สำนักสืบสวนและปราบปราม นำโดย นายสมชาย อัศวตรีรัตนกุล หัวหน้างานสืบสวนปราบปรามที่ 1 นายวิศิษฐ์ พีรพัฒนานนท์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการและเจ้าหน้าที่ศุลกากร งานสืบสวนปราบปรามที่ 1 ได้ขอตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระหญิงชาวต่างชาติต้องสงสัยทราบชื่อ น.ส.ชิโม อายุ 26 ปี สัญชาติภูฏาน ซึ่งโดยสารมากับสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB 140 ของวันที่ 1 ก.ย.มาจากประเทศภูฏาน ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 16.20 น.
นายยุทธนา กล่าวต่อว่า หลังจากการตรวจสอบด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์พบว่า มีวัตถุต้องสงสัยอยู่ภายในกระเป๋า จึงนำมาตรวจค้นอย่างละเอียด พบว่ามีวัตถุเป็นเกล็ดผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสห่อหุ้มทับด้วยกระดาษคาร์บอนซุกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าบุพื้นกระเป๋า จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวม 4,790 กรัม เมื่อทดสอบเบื้องต้นด้วยสารเคมีทดสอบยาเสพติดปรากฎว่าเป็นเคตามีน จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 ทาง น.ส.ชิโม ให้การรับสารภาพว่า กระเป๋าสัมภาระและวัตถุดังกล่าวที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเป็นของตนเองที่ได้รับว่าจ้างจากชายชาวอินเดีย ครั้งละ 2 หมื่นบาทให้นำเข้ามาที่ประเทศไทย และจะมีชายชาวอินเดียติดต่อกลับมาเพื่อรับของที่กรุงเทพฯ
นายยุทธนา กล่าวอีกว่า ทางศุลกากรมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอดีตที่ผ่านมาส่วนมากจับกุมผู้ขนยาเป็นชาวอินเดียส่วนใหญ่ จึงทำให้ชาวอินเดียปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการส่งยาโดยใช้ชาวภูฏานแทน ผู้ต้องหาหญิงชาวภูฏานรายนี้หลังจากที่ตรวจสอบประวัติได้มีการเดินทางเข้ามาในเมืองไทยประมาณ 5 ครั้ง ก่อนถูกจับได้ โดยมาในลักษณะท่องเที่ยวเพื่อสำรวจเส้นทาง แต่ละครั้งจะอยู่ 3-4 วัน โดยจะไปเปิดโรงแรมวังบูรพา แถวเยาวราช
นายยุทธนา กล่าวด้วยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขาย และนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



