
แลกประสบการณ์สานสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ
ไลฟ์สไตล์ : แลกประสบการณ์สานสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ
ในโอกาสที่ พันโทหญิง ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลูกครึ่งไทย-อเมริกัน จากรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ภายใต้โครงการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับไทยแก่เจ้าหน้าที่รัฐบาลและรัฐสภาสหรัฐฯ ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ ร่วมกับ คณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร และชมรมสมาชิกรัฐสภาสตรีไทย ได้ร่วมกันจัดงานเลี้ยงต้อนรับ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ห้องราชดำเนิน โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง วันก่อน
พ.ท.หญิง ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ บอกว่า ตอนนี้ที่สหรัฐฯ ก็มีปัญหาเช่นเดียวกับในประเทศไทยคือมีการเมือง 2 ขั้วคือ เดโมแครต และริพับลิกัล ซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่าง แต่เพราะทั้ง 2 ฝ่ายรักประเทศชาติจึงยินยอมร่วมมือกันด้วยดี ส่วนการที่เธอได้รับเลือกเข้ามาเป็นส.ส.ในครั้งนี้ เกิดจากส.ส.คนก่อนไม่รับฟังและไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน เธอจึงได้รับเลือกเข้ามาแทนที่
"ตอนหาเสียงใช้เวลานานถึง 18 เดือน ส่วนมากผู้หญิงจะค่อนข้างลำบาก เพราะถือว่าแข็งแกร่งไม่เท่าผู้ชาย ยิ่งถ้าเป็นคนพิการก็จะยากขึ้นไปอีก แต่ด้วยความที่แทมมี่พิการเนื่องจากเป็นทหาร ทุกคนจึงยอมรับอย่างเต็มใจ และเชื่อว่าเราทำได้ บวกกับที่สหรัฐฯ มีกฎหมายสำหรับคนพิการ ทุกตึกที่สร้างขึ้นใหม่ต้องมีทางให้คนที่นั่งรถเข็นขึ้นได้ และต้องให้โอกาสกับคนพิการในทุกๆ เรื่อง แต่ในเรื่องการหาเสียงรัฐบาลไม่ได้เข้ามาสนับสนุน เนื่องจากมีกฎหมายห้ามไว้อย่างชัดเจน แต่มีทางเอ็นจีโอเข้ามาช่วยตรงนี้ อย่างตอนที่แทมมี่หาเสียงก็ได้เงินช่วยมา 8 หมื่นเหรียญ ซึ่งถือว่าดีมากสำหรับการเริ่มต้น" ส.ส.แทมมี่แจง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากรัฐอิลลินอยส์ ยังบอกอีกว่า เมื่อ 4-5 เดือนก่อนมีโอกาสร่วมทีมกับส.ส.ของริพับลิกัล เดินทางไปเยี่ยมทหารที่อัฟกานิสถาน ได้พบส.ส.หญิงของที่นั่นและมีการปรึกษาหารือกันหลายเรื่อง อย่างหนึ่งคือเงินบริจาคที่ได้รับจากสหรัฐอเมริกา ที่ควรจะไปช่วยผู้หญิงถูกนำไปใช้อย่างอื่น เมื่อกลับไปสหรัฐฯ จึงมีการหารือเพื่อผลักดันกฎหมายใหม่ เพื่อให้เงินดังกล่าวอย่างน้อย 20 ล้านเหรียญ ส่งไปช่วยเหลือโดยตรง ซึ่งตรงนี้ไม่มีทางจะทำได้ ถ้าไม่ได้พบส.ส.อัฟกานิสถานท่านนั้น
"สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน ครั้งหน้าหากแทมมี่มีโอกาสเดินทางมาก็ตั้งใจจะพาส.ส.ท่านอื่นมาด้วย จะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และร่วมมือกันทำงานต่อไป และอยากฝากถึงผู้หญิงไทยทุกคน ให้กล้าที่จะลองทำทุกอย่าง ถ้าเราไม่ลองจะไม่มีวันสำเร็จได้ ในส่วนของคนพิการก็เช่นกัน เรามีสิทธิเท่ากับคนอื่นๆ อย่าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ต้องลอง เพราะอย่างเช่นที่แทมมี่เองพิการ แล้วลองเข้ามาลงสมัคร ก็สำเร็จได้เช่นกัน" ส.ส.หญิงคนเก่งกล่าวทิ้งท้าย



