
'ปริญญา'แนะ'ปู-มาร์ค'ถกแก้ขัดแย้ง!
'นักวิชาการ มธ.' แนะ 'ยิ่งลักษณ์-อภิสิทธิ์' ร่วมวงถกแก้ขัดแย้ง ตั้งโจทย์ทำตัวอย่างไรเพื่อลดความขัดแย้ง ดีกว่ามีแนวทางแต่หาคนปฏิบัติไม่ได้ เชื่อจะสร้างพลังทางบวก
2 ก.ย. 56 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการตั้งสภาปฏิรูปการเมือง ว่า ต้องติดตามว่าสภาปฏิรูปการเมืองจะดำเนินการอย่างจริงจัง หรือทำเพื่อเป็นการเล่นเกมทางการเมืองเท่านั้น โดยความจริงจังที่ตนระบุ คือ การมาตั้งโจทย์แก้ปัญหาของประเทศและหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่การเชิญผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ 50-60 คนมาพูดคนละ 10 นาที แล้วเลขานุการหรือผู้ดำเนินรายการบันทึกประเด็นเท่านั้น
อย่างไรก็ตามการประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาที่ผ่านมาล้วนมีข้อเสนอดี แต่ไม่ถูกนำไปปฏิบัติ เพราะไม่มีคนลงมือทำ ดังนั้นตนขอเสนอวิธีใหม่ คือให้คนที่มาประชุม ร่วมเสนอว่าตนเองจะทำอะไรเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับส่วนร่วม เบื้องต้นให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มาคุยกัน แล้วเสนอว่าฝ่ายของตนเองจะทำอะไรเพื่อให้เกิดความปรองดอง โดยไม่มีการตั้งเงื่อนไข หรือชี้นิ้วไปที่อีกฝ่ายว่าจะต้องทำอย่างไรก่อน
"แต่ละคนที่มาร่วมประชุมนั้นจะช่วยทำอะไรได้บ้างเพื่อให้เกิดความปรองดอง วิธีการอาจจะเริ่มจากวงเล็ก หรือทำวงเล็กๆ คู่ขนานกันไป ผมมองว่าหากเปลี่ยนโจทย์ใหม่เป็นแบบที่ผมเสนอเชื่อจะเกิดพลังทางบวก เป็นความสร้างสรรค์ แม้เราจะได้คำตอบที่แตกต่าง แต่มีเป้าหมายร่วมกัน ที่ผ่านมาแต่ละฝ่ายเห็นร่วมกันคืออยากเห็นประเทศเดินหน้า มีการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย รัฐบาลบริหารประเทศโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียมโปร่งใส เท่าเทียม แต่ทำไมเราต้องทะเลาะกันอยู่ อาจเป็นเพราะมีบางส่วนที่เห็นไม่ตรงกัน ในชั้นนี้ผมมองว่าควรวางเรื่องส่วนตัวออกไปก่อนให้เอาเรื่องส่วนรวมเป็นที่ตั้ง"
นายปริญญา กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพราะจะคาดหวังที่นักการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากนักการเมืองเป็นเพียงตัวสะท้อนประชาชนในประเทศเท่านั้น ดังนั้นประชาชน สื่อมวลชน และนักวิชาการต้องช่วยกันมองปัญหาและร่วมหาทางแก้ไข ไม่ใช่ทำเพียงแค่การกล่าวโทษคนอื่น
'สุรินทร์' ชี้ มีแรงผลักดันนอกประเทศ ก่อกวนกระบวนการปรองดอง
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ให้สัมภาษณ์หลังการร่วมงานเวทีปาฐกถาพิเศษ ผนึกกำลังสู่อนาคต : เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์ครั้งที่ 1 ว่า สิ่งที่พูดกันในเวทีนี้ ยืนยันชัดเจนแล้วว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย อยู่ที่หลักการและกระบวนการประชาธิปไตย ที่ถูกตีความไปตามแต่ละความเห็น ซึ่งสำคัญอยู่ที่การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และเปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วม จะช่วยคลี่คลายปัญหาได้ แต่ทุกวันนี้ ฝ่ายค้านไม่สามารถทำงานได้ในรัฐสภา หรือองค์กรอิสระยังไม่มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ทำให้ทำงานไม่มีสิทธิภาพ รวมทั้งสื่อมวลชนตกอยู่ในภาวะกีดกันเข้าถึงข้อมูล ทำให้ไม่มีเสรีภาพเท่าที่ควรจะเป็น สำหรับข้อเสนอแนะที่มีการพูดกันวันนี้ คงต้องให้ทุกฝ่ายได้เปิดรับและนำไปใช้ ก็เพื่อให้การปรองดองประเทศสามารถเกิดขึ้นได้
นายสุรินทร์ ยืนยันว่า กระบวนการประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายค้านหรือรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังมีความพยายามผลักดันของบางคนจากนอกประเทศ ทำให้สิ่งที่ทำกันอยู่ในประเทศเกิดความไขว้เขว เพิ่มเชื้อความเข้าใจผิดๆ และทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน แล้วกระบวนการปรองดองประเทศจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อยังมีสิ่งรบกวนประชาธิปไตยและสันติสุขของประเทศอยู่



