
สหรัฐส่งเรือรบยูเอสเอสนิมิตซ์รอถล่มซีเรีย
สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส นิมิตซ์ เข้าสู่ทะเลแดง เพื่อรอคำสั่งโจมตีซีเรีย 'โอบาม่า'อาจจะไม่ใช้แค่การโจมตีทางอากาศ
สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ยูเอสเอส นิมิตซ์ และเรือรบอีกหลายลำ บ่ายหน้าไปทางตะวันตก มุ่งหน้าสู่ทะเลแดง เพื่อช่วยสนับสนุนการใช้ปฏิบัติการทางทหารที่จำกัดต่อซีเรียถ้าจำเป็น
กองเรือโจมตีภายใต้การนำของเรือนิมิตซ์ ที่รวมถึงเรือพิฆาต 4 ลำและเรือลาดตตระเวณ ยังไม่ได้รับคำสั่งให้เข้ายังน่านน้ำทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่การมุ่งหน้าสู่น่านน้ำตะวันตกของทะเลอาระเบีย หมายถึงสามารถปฏิบัติการได้เช่นกัน ถ้าได้รับคำสั่ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่า กองเรือชุดนี้ จะเข้าไปในทะเลแดงเมื่อใด แต่เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ ระบุว่า แสนยานุภาพของกองเรือชุดนี้เพียงพอที่จะปฏิบัติการได้เมื่อจำเป็น
ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ได้ชะลอการใช้ขีปนาวุธที่ยิงจากเรือพิฆาต 5 ลำ โจมตีบริเวณนอกชายฝั่งซีเรีย โดยยกให้เป็นที่หน้าที่ของสภาคองเกรสส์ในการพิจารณาอนุมัติ ทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อการโจมตีใด ๆ จะระงับไปก่อนโดยอัตโนมัติ อย่างน้อย 9 วัน แต่ก็ทำให้บรรดาฝ่ายวางแผนยุทธการในกองทัพ มีเวลาที่จะประเมินว่า เรือและอาวุธชนิดใดที่จะต้องคงไว้ในภูมิภาค และประเภทไหนที่ต้องเปลี่ยนออก ก่อนที่จะเปิดฉากใช้ปฏิบัติการทางทหารที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกลาโหมสหรัฐ ยืนยันว่า เป้าหมายการโจมตีซีเรีย จำกัดและแคบ
กองทัพเรือสหรัฐ ได้เพิ่มกำลังเข้าไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 2 เท่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนเรือพิฆาตอีก 3 ลำ จากเดิม 2 ลำ เป็น 5 ลำ เพื่อบรรทุกขีปนาวุธโทมาฮอว์ค รวมกัน 200 ลูก ทั้งนี้ ปกติ เรือบรรทุกเครื่องบิน นิมิตซ์ อยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของสหรัฐในอัฟกานิสถาน แต่มีกำหนดจะเดินทางทางตะวันออกรอบเอเชีย เพื่อกลับไปท่าเรือที่เอฟเวอเร็ตต์ ในวอชิงตัน หลังจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอสแฮร์รี่ เอส ทรูแมน เข้าไปสับเปลี่ยน แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ในซีเรีย ทำให้กองทัพสหรัฐ ตัดสินใจให้เรือบรรทุกเครื่องบินนิมิตซ์ หันหัวกลับไปทางตะวันตก มุ่งหน้าสู่ทะเลแดง และเป็นไปได้ว่าจะตรงไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
กองทัพเรือสหรัฐ ยังส่งเรือยูเอสเอส ซาน อันโตนิโอ ซึ่งเป็นเรือสะเทินน้ำสะเทินบก ที่มีนาวิกโยธินประจำการอยู่ 300 นาย พร้อมด้วยอุปกรณ์สาร เข้าร่วมกับเรือพิฆาต 5 ลำ เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานทัพลอยน้ำให้กับกองกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ ถ้าจำเป็น และอาจช่วยในเรื่องการอพยพได้ด้วย
การตัดสินใจส่งเรือไปเพิ่มเติม จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยอาศัยความจำเป็นทางการทหารการซ่อมบำรุงและความต้องการลูกเรือ นอกจากนี้ ยังมีเรือสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส เคียร์ซาร์จ ที่มีดาดฟ้ากว้าง และเข้าร่วมกลุ่มกับเรือยูเอสเอส ซาน อันโตนิโอ ก็มุ่งหน้าสู่ทะเลแดง หลังจากถูกเรียกมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ยูเอสเอส เคียร์ซาร์จ ซึ่งบรรทุกเครื่องบินรบขึ้น-ลงทางดิ่ง เอวี แฮร์ริเออร์ จำนวน 6 ลำ / เครื่องบินรบ วี-22 ออสเปรย์ จำนวน 10-12 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีกหลายลำ เคยมีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการโจมตีที่ลิเบีย โดยเครื่องบินรบวี-22 ออสเปรย์ 2 ลำ ช่วยเหลือนักบินเอฟ-5 ที่ถูกสอยร่วงในระหว่างปฏิบัติการด้วย
ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า อาจจะไม่ใช้แค่การโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย ถ้าได้ไฟเขียวจากสภาคองเกรสส์
ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ยืนยันว่า เขาต้องการจำกัดแค่การใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อซีเรีย แต่การเสนอขอมติสนับสนุนจากสภาคองเกรสส์ จะเพิ่มอำนาจให้เขาทำได้มากกว่านั้น ซึ่งบรรดาสมาชิกนิติบัญญัติต่างมีประสบการณ์ด้วยเช่นกันว่า พวกประธานาธิบดีมักจะขยายอำนาจของตัวเองเมื่อได้รับไฟเขียว
สาระสำคัญของการขออนุมัติในการใช้กำลังทหาร ที่เสนอต่อบรรดาผู้นำในสภาคองเกรสส์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ประกอบด้วย 172 คำ มีความสำคัญยิ่งกว่ามติอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งเป็นเป็นมติร่วมที่สภาคองเกรสส์ผ่านเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ปี 2508 เพื่อทำสงครามเวียดนาม หรือมติเมื่อปี 2554ที่เป็นการขออำนาจในการใช้กำลังทหารตอบโต้วินาศกรรมโจมตีสหรัฐ เมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี2544 และมาตรการทั้งสองนี้ ได้กลายเป็นเรื่องที่กระฉ่อนไปในทางที่ไม่ดีในประเด็นที่่ว่า บรรดาประธานาธิบดีต่างใช้อำนาจกันเกินเลยขนาดไหน
การเสนอขอมติจากสภาคองเกรสส์ จะทำให้ประธานาธิบดีโอบาม่าใช้กำลังทหาร จากการที่เขากำหนดให้เป็นสิ่งที่จำเป็นและเหมาะสม ในความเกี่ยวข้องกันของการใช้อาวุธเคมีหรืออาวุธที่มีประสิทธิภาพในการทำลายล้างสูง ในสถานการณ์ความขัดแย้งในซีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประธานาธิบดีควรดำเนินมาตรการป้องกัน หรือ ป้องปรามการใช้หรือแพร่กระจายอาวุธเหล่านี้ หรือเพื่อปกป้องสหรัฐและชาติพันธมิตร รวมถึงหุ้นส่วนจากอาวุธเหล่านี้
เวลาแถลงต่อสาธารณชน ประธานาธิบดีโอบาม่า ย้ำว่า ไม่ต้องการส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในซีเรีย แต่ในการขอมติ เขาไม่ได้จำกัดเรื่องการใช้กำลังทหาร โดยไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการใช้กำลังทหารเข้าปะทะ ซึ่งอิลย่า โซมิน อาจารย์กฎหมายของมหาวิทยาลัย จอร์จเมสัน ให้ความเห็นว่า รายละเอียดเหล่านี้ จะไม่สำคัญมากนักถ้าประธานาธิบดีจะทำตามที่พูดไว้ในช่วงไม่กี่วันก่อน แต่มันจะสำคัญอย่างมาก ถ้าการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงจะเกินเลยไปกว่านั้น ที่รวมถึงว่า ถ้ามันลงเอยด้วยการขยายไปไกลเกินกว่าที่ประธานาธิบดีอาจตั้งใจไว้แต่แรก
โซมิน บอกด้วยว่า ประธานาธิบดีโอบาม่า ยังได้ขอมติในการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อขัดขวางการส่งอาวุธไปให้กลุ่มก่อการร้าย หรือประเทศอื่น หรือ บุคคลที่ไม่ใช่รัฐ ซึ่งจะครอบคลุมการส่งอาวุธทั้งในหรือนอกซีเรีย ที่จะทำให้ขอบเขตการใช้ปฏิบัติการทางทหารขยายไปถึงนอกซีเรียด้วย



