
จับตานิรโทษ'เสียงข้างมากหักดิบล้มอำนาจตุลาการ'
จับตาพ.ร.บ.นิรโทษกรรม 'เสียงข้างมากหักดิบล้มอำนาจตุลาการ' : สมถวิล เทพสวัสดิ์ @somthawin_kclรายงาน
หลังจากมี “แกนนำพรรคประชาธิปัตย์” ให้สัมภาษณ์เตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ วรชัย เหมะ โดยไม่รอให้ลงมติในวาระ 3 ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ
“ถาวร เสนเนียม” ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า พรรคไม่ยอมให้มีการนิรโทษกรรมฐานความผิดที่เกี่ยวกับการทุจริต ชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พรรคยินดีจะนิรโทษให้แก่ประชาชนที่ออกมาชุมนุมทางการเมืองที่ทำความผิดเล็กน้อย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทำผิดต่อ พ.ร.บ.จราจร
ส่วนผู้ต้องขังจากการทำความผิดกรณีเผาศาลากลางจังหวัด "ถาวร" บอกว่า พรรคไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษ เพราะถือว่าคนกลุ่มนี้ทำผิดต่อร่างกายชีวิต และทรัพย์สิน รัฐจะไปยกเลิกการกระทำความผิดไม่ได้ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมต้องยึดหลักนิติธรรมทุกคนต้องเสมอภาค
“ถาวร” ยอมรับว่า การออกกฎหมายในฐานะเสียงข้างน้อยไม่สามารถต้านเสียงโหวตได้ แต่การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม เมื่อออกกฎหมายตามหลักนิติบัญญัติจะไปขัดกับหลักนิติธรรมไม่ได้ แต่ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ
“นายวรชัย เหมะ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไปลงชื่อเสนอกฎหมายและเป็นผู้ลงมติส.ส.กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จากการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ถือว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 การปฏิบัติหน้าที่สมาชิกรัฐสภาจะออกกฎหมายเพื่อตัวเองหรือพวกพ้องไม่ได้"
ส่วนที่ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอแนวคิดออกกฎหมายดังกล่าวระบุว่า นายวรชัย ไม่ได้เป็นแกนนำ เนื่องจากไม่ได้ร่วมประชุมวางแผน “ถาวร” กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่าใครเป็นผู้ตีความคำว่า "แกนนำ" และใครเป็นผู้ตีความว่า "สั่งการ" หรือใครตีความเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจให้เคลื่อนไหวทางการเมือง เรื่องเหล่านี้จะโยงไปยัง มาตรา 122 และมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ และคนมีอำนาจวินิจฉัยนำกฎหมายไปใช้ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นกลุ่มเดียวกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายถือเป็นผลโยชน์ขัดกันด้วย
แต่ในชั้นแปรญัตติเสียงข้างมากก็อาจจะทำให้ถ้อยคำบางถ้อยที่จะใช้ในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ “ถาวร” ยอมรับว่า กรรมาธิการของพรรคก็คงแพ้ แต่ก่อนแพ้ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และที่สำคัญกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้จะนำไปสู่ความแตกแยกอีกมากมาย คนที่ได้รับผลกระทบจากการทำความผิดกฎหมายในช่วงจะนิรโทษกรรมคือ ญาติของผู้เสียชีวิต เช่น นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยาของพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่ระบุว่าจะมีการปรองดอง และนิรโทษกรรม ได้ถามนางนิชาหรือยัง และได้ถามนางพะเยาว์ อัคฮาด แม่
พยาบาลอาสากมนเกด กับคณะ ที่ไม่เห็นด้วยจะนิรโทษผู้กระทำผิด นอกจากจะค้นหาความจริงก่อน
การคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ทำให้ถูกโจมตีว่า ไม่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกคุมขัง “ถาวร” กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ถูกคุมขังอยู่ 35 คน ประชาชนเหล่านี้ทำผิดกฎหมายแล้วมาบอกสาเหตุเกิดจากการชุมนุมทางการเมืองและออกฎหมายนิรโทษกรรม แบบนี้บ้านเมืองอยู่ไม่ได้ ถ้าจะอ้างปรองดองต้องไปค้นหาความจริงก่อนไม่ใช่เอากฎหมายมาหักดิบ
“ถาวร” กล่าวว่า จากนี้ไปพรรคจะให้ความจริงกับประชาชน โดยจัดเวทีผ่าความจริง ปราศรัยทุกพื้นที่ที่มีโอกาส ส่วนการทำกิจกรรมร่วมกับภาคประชาชนหากเชิญสมาชิกพรรคไปเป็นวิทยากร ทางพรรคก็ยินดีไปร่วม แต่ต้องไม่กระทบต่อพรรคหากมีผู้ไปร้องให้ยุบพรรค เพราะอาจถูกกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครองของรัฐบาล ดังนั้นสมาชิกที่ไปร่วม หากไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคก็ไม่เป็นไร
ส่วนข่าวที่ระบุว่าจะมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่ง “ลาออก” เพื่อไปร่วมทำกิจกรรมกับภาคประชาชน “ถาวร” บอกไม่ทราบเรื่องนี้ แต่ไม่เห็นด้วยที่สมาชิกจะลาออกจากส.ส. เพราะภารกิจในสภาและนอกสภามีความสำคัญ ขณะนี้ประเทศกำลังถูกกินรวบ พรรคจึงต้องทำหน้าที่อย่างเข้มข้น แม้รู้ว่าลงมติอย่างไรก็แพ้
ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเล่นเกมยื้อทุกเวทีทั้งในห้องประชุมใหญ่หรือห้องประชุมกรรมาธิการ “ถาวร” ชี้แจงว่า เป็นวิธีการอันชอบธรรม ที่จะดึงเกมให้ประชาชนได้รู้ให้มากที่สุด เพราะอะไรที่จบเร็วประชาชนรู้น้อย จบช้าประชาชนได้ติดตาม
สำหรับการวิจารณ์ของสื่อต่างประเทศ “ถาวร” สวนกลับว่า อย่าไปเชื่อ จากบทความที่เขียนไม่มีเหตุไม่มีผล จึงอยากถามว่า ผู้เขียนเรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยมาแค่ไหน ระบอบรัฐสภาเดินข้างถนนควบคู่ไปกับในรัฐสภาการเดินของพรรคไม่ผิดกฎหมาย ในต่างประเทศพรรคการเมืองออกมาทำกิจกรรมร่วมกับประชาชน
หลายคนมองว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังทำอยู่ในขณะนี้เหมือนเทหมดหน้าตัก “ถาวร” ยืนยันว่า ยังไม่หมดหน้าตัก ถ้าหมดหน้าตักพวกเราต้องลาออก แต่คงยังไม่ถึงขั้นนั้น ดังนั้นอะไรที่ไม่เคยเกิดย่อมเกิดขึ้นได้ เมื่อคนเราถูกบีบคั้นด้วยเสียงข้างมาก ถือเป็นรูปแบบการต่อสู้ของพรรค อย่าคิดว่าเผด็จการจะมาจากทหารเท่านั้น เผด็จการจากเสียงข้างมากเป็นเผด็จการที่น่ากลัวยิ่งกว่าเผด็จการทหาร ส่วนการขับเคลื่อนเรื่องร่าง พ.ร.บนิรโทษกรรมในส่วนของพรรค “ถาวร” บอกว่า พรรคจะรอไปจนกว่าจะถึงจุดที่สามารถวินิจฉัยตีความได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เขียนหมกเม็ดบางเรื่อง เช่น เรื่องที่มีคำพิพากษาแล้วจะอ้างว่าเป็นความผิดทางการเมือง หลักการกว้างมาก เรากลัวกฎหมายฉบับนี้จะเป็นบรรทัดฐานของการช่วยเหลือคนทำผิด โดยใช้เสียงข้างมากของฝ่ายนิติบัญญัติไปล้มอำนาจตุลาการ ขณะนี้เหลืออำนาจตุลาการเป็นที่พึ่งสุดท้าย
.........................
(หมายเหตุ : จับตาพ.ร.บ.นิรโทษกรรม 'เสียงข้างมากหักดิบล้มอำนาจตุลาการ' : สมถวิล เทพสวัสดิ์ @somthawin_kclรายงาน)



