
ถล่มทำเนียบ
ถล่มทำเนียบ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ผมไปชมภาพยนตร์เรื่อง "White House Down" มาครับ หลังจากที่เหินห่างจากโรงภาพยนตร์ไปนาน เนื่องจากภาพยนตร์ที่ฉายในบางช่วงก็ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ หรือที่น่าสนใจผมก็ไม่มีเวลาไปดู เผลอประเดี๋ยวเดียวภาพยนตร์ก็ลาโรงไปเรียบร้อยแล้ว
ถ้าถามว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีอะไรที่น่าสนใจ ผมคิดว่า ประการแรก คือ ผู้สร้างสามารถจับความต้องการของผู้ชมได้ถูกต้อง - ความต้องการดังกล่าวก็คือ การอยากเห็นทำเนียบขาวของสหรัฐโดนถล่ม สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ชะตากรรมของโลกหลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ตกอยู่ในมือของสหรัฐแทบทั้งสิ้น สหรัฐจะชี้ขาว เป็นขาว หรือขาวเป็นดำ ดังเช่นระบอบการปกครอง แบบเสรีนิยมกับสังคมนิยม เพื่อแบ่งขั้วกันอย่างชัดเจนก็ได้ สหรัฐจะกำหนดกฎกติกาต่างๆ ให้ประเทศต่างๆ ปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้ แม้แต่จะชี้เป็นชี้ตายผู้นำหรือรัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่งบนโลกใบนี้ก็ยังได้ นอกจากนี้เหตุการณ์และวิกฤตการณ์หลายต่อหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง จนถึงการสู้รบ สหรัฐก็มีบทบาททางใดทางหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดขึ้น หรืออยู่เบื้องหลังแทบทั้งสิ้น ดังนั้น จึงมีคนจำนวนมากอยากเห็นสหรัฐเจอะเจออะไรที่รุนแรงด้วยตัวเองบ้าง โดยเฉพาะกับทำเนียบขาว ซึ่งเป็นทั้งสัญลักษณ์และศูนย์กลางของการบริหารประเทศ
ประการที่สองก็คือ การใช้ “สูตรสำเร็จ” ในการนำเสนอภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งจากพระเอกที่เป็นคนนอกคอก มีปัญหาในครอบครัว และไม่ประสบความสำเร็จในแนวทางของชีวิตปกติ แต่ก็มีความเก่งกาจในการต่อสู้ (เพราะเคยเป็นทหาร ตำรวจ หน่วยรบพิเศษฯ มาก่อน) ขณะที่ตัวเอกที่คู่กัน ก็จะมีลักษณะที่ตรงกันข้าม เช่น เป็นคนอยู่ในขนบ ประสบความสำเร็จในชีวิต มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ไม่เอาไหนเรื่องการต่อสู้ แล้วสร้างเรื่องราวและเหตุการณ์ ให้ทั้งสองคนต้องมาอยู่ร่วมกันในสถานการณ์คับขัน ซึ่งต้องช่วยเหลือพึ่งพากันและกัน
ที่น่าสังเกตก็คือว่า “สูตรสำเร็จ” นี้ มิใช่การทำซ้ำๆ ซากๆ หรือย่ำเท้าบนความสำเร็จเดิม แต่การใช้ “สูตรสำเร็จ” ของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดนั้น เป็นทำนองเดียวกับการประกอบอาหารของพ่อครัวแม่ครัวอาหารฝรั่ง คือมีสูตรที่ชัดเจน ทั้งชนิดของเครื่องปรุง คุณภาพของเครื่องปรุง ปริมาณของเครื่องปรุง และวิธีการปรุง ดังนั้นจะทำอาหารชนิดเดียวกันสักกี่ครั้ง โดยเชฟสักกี่คน รสชาติของอาหารก็จะออกมาใกล้เคียงกัน ที่แตกต่างกันก็ตรงการจัดโต๊ะอาหาร การแต่งจาน จังหวะของการเสิร์ฟ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกรวมๆ ว่า “มาตรฐาน” ที่เป็นเครื่องประกันความมั่นใจแก่ผู้รับประทานอาหารหรือผู้ซื้อบัตรเข้าชมภาพยนตร์
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของผู้สร้างภาพยนตร์ชั้นนำของฮอลลีวู้ดก็คือ การสอดใส่จิตสำนึกต่างๆ ไว้ในภาพยนต์เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรักชาติ ความกล้าหาญ การเสียสละ มิตรภาพ ความเป็นคนมีเหตุมีผล ความมุ่งมั่น การยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้ภาพยนตร์มีคุณค่าขึ้นและปลูกฝังคุณธรรมเหล่านั้นแก่ผู้ชมไปด้วยในตัว
ภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์นั้น แม้จะเป็นธุรกิจที่ขายความบันเทิงก็จริงอยู่ แต่ถ้าผู้สร้างมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ต่อสังคมและต่อบ้านเมือง ก็สามารถที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและมีบทบาทในทางสร้างสรรค์สังคมได้โดยไม่ยากเย็นเข็ญใจแต่อย่างใด
ในเรื่อง "White House Fall" นี้ พระเอกตัวจริงก็คือทำเนียบขาว ที่ตอนแรกคนดูอาจจะไม่ค่อยชื่นชอบสักเท่าไหร่ แต่ดูไปเรื่อยๆ แล้วก็จะเริ่มเอาใจช่วยขึ้นเรื่อยๆ ได้เหมือนกัน ส่วนเหล่าร้ายพันธุ์แท้ก็คือผู้คนที่เข้ามาอาศัยทำเนียบขาวเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน
ครับ ทำเนียบรัฐบาลไหนๆ ในโลก ก็ดูจะเป็นแบบนี้แทบทั้งนั้น



