
ถล่มซีเรีย...หลายชาติรอไม่ได้
ถล่มซีเรีย...หลายชาติรอไม่ได้ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook: ruarob.muangman
ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ผมยังอยู่ที่ฮาวาย และสหรัฐ กับพรรคพวกก็ยังไม่ประกาศว่าจะใช้กำลังโจมตีซีเรียเมื่อใด คาดว่าโอกาสของการใช้อาวุธปล่อยยิงจากเรือพิฆาต 4 ลำที่กำลังลอยลำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรนียนนั้นน่าจะมาถึงเร็วๆ นี้ ไม่ใช่เพราะซีเรียหมดมุกที่จะถอย แต่เป็นเพราะชาติตะวันตกนั่นเองที่หมดมุกจะลอยตัวเหนือปัญหา ในเมื่อทุกอย่างเซตพร้อมทั้งความชอบธรรม ทั้งพันธมิตร ทั้งไพ่ที่ฝ่ายตรงข้ามจะเล่นก็อ่านออกหมดแล้วแล้วจะล่าช้าไปไยให้เสียการ การแทรกแซงทางทหารเพื่อนำไปสู่การสร้างระบอบใหม่ในซีเรียจึงน่าจะเกิดขึ้นไม่ช้านี้
ทอดเวลามาสองปีครึ่ง พร้อมศพที่ทับถมนับแสน สถานการณ์ซีเรียยังไม่สะเด็ดน้ำเหมือนลิเบียหรือบาห์เรน ชาติตะวันตกเปิดโอกาสให้แก่การทูตก่อน เพราะรู้ดีว่าถ้าโค่นระบอบอัสสาดซะทันทีแบบโค่นกัดดาฟี ก็เหมือนเปิดกล่องแพนดอร่าที่เรื่องร้ายจากอิหร่าน เฮซบอลเลาะห์ รัสเซียและอื่นๆ คงตามมา เพราะรัฐบาลดามัสกัสนั้นอย่างน้อยมีเพื่อนร่วมผลประโยชน์ไม่น้อย ต่างจากกัดดาฟี เวลาที่ผ่านไป อาจสร้างความหนักใจให้ค่ายตะวันตกมากขึ้น ในแง่ของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียนั้นมันก็โจร กระทำการโหดร้ายไม่น้อยหน้าใคร ความสัมพันธ์รัสเซียกับสหรัฐ และจีนกับสหรัฐ ก็แย่ลงทุกวัน
แต่เวลาที่ผ่านไปนี้เอง รัฐบาลวอชิงตันก็กลับพบความได้เปรียบในสถานการณ์ เช่น อิหร่านได้ผู้นำหัวปฏิรูปเข้ามาครองตำแหน่ง ก่อให้เกิดความหวังในความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับอิหร่าน หลายชาติตะวันออกกลางประสานเสียงพร้อมขย่มซีเรีย ที่สำคัญคือสันนิบาตอาหรับที่มีซาอุฯ เป็นผู้นำ ถึงขนาดยกที่นั่งในสันนิบาตให้ฝ่ายกบฏซีเรียเลย เพราะซาอุฯ สนับสนุนชีอะห์ในซีเรียให้ปลดแอกจากชีอะห์อลาวิต ขณะเดียวกัน แรงกดดันที่จะควบคุมอิสราเอลและตุรกีไม่ได้นั้นมีสูง ทั้งสองชาติมีปะทะกับกองกำลังซีเรียเป็นระยะ การประกาศว่าซีเรียใช้อาวุธเคมีสังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์นั้นจึงเสมือนกุญแจดอกสุดท้ายที่ทำให้สหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศส กล้าเดินหน้าสเต็ปต่อไปเพื่อบีบให้เกิดรัฐบาลเปลี่ยนผ่านในกรุงดามัสกัสให้จงได้
การประกาศว่าซีเรียใช้อาวุธเคมีต่อพลเรือนนั้น ถือเป็นเรื่องหนักหนาสาหัส ส่งผลกระทบต่อตัวรัฐบาลวอชิงตันและลอนดอนเสียมากกว่าใคร เพราะเป็นการผูกมัดตนเองว่าต้องยุติการกระทำที่ละเมิดต่อคุณค่ายึดถือแบบตะวันตกที่ตนเชิดชู ประเด็นนี้เป็นการผ่าทางตันในประเด็นที่เถียงกันมาก่อนว่าถ้าช่วยฝ่ายกบฏซีเรียแล้วจะเป็นการฆ่าเสือแล้วไปเจอจระเข้หรือไม่ ฝ่ายมุสลิมบราเดอร์ฮู้ดที่ทั้งซาอุฯ และตุรกีหนุนหลัง หากได้ครองอำนาจหลังสิ้นยุคอัสสาดแล้วจะแว้งกัดตะวันตกหรือทำให้บ้านเมืองวุ่นวายแบบอียิปต์หรือไม่ ถึงตอนนี้ตะวันตกมีแต่จะต้องถล่มซีเรียเพื่อบีบให้รัฐบาลอัสสาดยอมแชร์อำนาจกับฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น
ขณะที่พลังของฝ่ายสนับสนุนมีอย่างเต็มเปี่ยม ตุรกีและรัฐอ่าวพร้อมให้ใช้ฐานทัพ ชาวสุหนี่ที่เป็นประชากรมุสลิมส่วนใหญ่ในหลายประเทศก็สนับสนุน ฝ่ายคัดค้านก็แบไต๋มาแล้วว่าไม่มีพลัง รัสเซียกับจีนคงค้านถึงขนาดวีโต้ แต่ก็แล้วไง ส่วนอิหร่าน อิรัก จอร์แดน หรือเลบานอน ก็ค้านแค่เสียเวลา สหรัฐ และพรรคพวกพร้อมจะใช้กำลังโดยไม่ฟังยูเอ็น เมื่อบังคับให้เกิดสันติภาพโดยให้ซีเรียยอมตามเงื่อนไขแล้วยูเอ็นค่อยส่งกำลังมารักษาสันติภาพก็ได้ เพราะกว่ากองกำลังประเภทนั้นซึ่งอาจเป็นหมวกฟ้า หรือหมวกยุโรปจะมาก็อีกระยะเวลาหนึ่ง
การบีบบังคับด้วยโทมาฮอว์กอาจทำให้อัสสาดยอมเจรจากับกบฏ ขณะที่กบฏเองซึ่งสหรัฐก็ไม่ค่อยจะไว้ใจ ก็อาจหยุดการรุกคืบ หันมาเจรจาแบ่งอำนาจกันกับอัสสาด ถึงตอนนี้ก็น่าจะมีการกันพวกหัวรุนแรงหรือก่อการร้ายออกไปจากวง อาวุธของฝ่ายรัฐบาลซีเรียที่เกรงว่าจะผันให้เฮซบอลเลาะห์ก็คงไม่ทันการณ์ รัฐบาลแห่งการปรองดองนั้นน่าจะทำให้อำนาจทุกฝ่ายอ่อนลงกันหมด เพราะคานอำนาจกันอย่างได้ดุล สันติภาพในภูมิภาคก็อาจมีขึ้นได้ระดับหนึ่ง พร้อมกับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค ตามความประสงค์ของรัฐบาลวอชิงตันและพรรคพวก



