
'ปวีณา'เยี่ยม'ยุ้ย-รจนา'อดีตนางแบบโลก
"ปวีณา" รุดเยี่ยม "ยุ้ย-รจนา" อดีตนางแบบชื่อดังระดับโลก แต่หากครอบครัวยืนยันให้เจ้าหน้าที่ดูแล ก็พร้อมจะรับตัวไปดูแลที่สถานสงเคราะห์
วันที่ 1 ก.ย.56 เมื่อเวลา 13.00 น. นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินทางเข้าเยี่ยม "ยุ้ย-รจนา เพชรกัณหา" อายุ 37 ปี อดีตนางแบบชื่อดังระดับโลก ที่พักรักษาตัวอยู่ที่ตึกพวงชมพู หอผู้ป่วยสามัญหญิง สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา หลังมีผู้พบเห็น มีอาการเหมือนคนสติไม่ดี พูดจาวกวน เดินถือถุงหูหิ้วเร่ร่อนอยู่บริเวณถนนเพชรเกษม เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา
นางปวีณา กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้ประสานขอดูแลและให้การช่วยเหลือ จากนั้นจะได้ประสานครอบครัวของ น.ส.รจนา ให้รับตัวกลับไปรักษาที่บ้าน แต่จะตรวจสอบความพร้อมว่า ทางครอบครัวสามารถฟื้นฟูผู้ป่วย และมีที่อยู่เป็นหลังแหล่งหรือไม่ แต่หากทางครอบครัวไม่มีการติดต่อ ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะจัดหาที่อยู่ให้ น.ส.รจนา พร้อมทำการรักษาควบคู่กันไป
ทั้งนี้ จากการพูดคุย น.ส.รจนา สามารถตอบคำถามได้ตามปกติ แต่บ่นว่าอยากพบพี่ชาย ส่วนอาการป่วยนั้นอยู่ในระดับไหน และจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
นายปกรณ์ พันธุ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า เบื้องต้นในส่วนของกรมฯ นั้น จะช่วยเหลือด้วยการให้เงินสงเคราะห์ตามระเบียบ 4,000 บาท พร้อมประสานครอบครัว โดยบิดาทราบเรื่องแล้ว แต่ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการ แต่กรมฯ จะพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมครอบครัวให้รับตัว น.ส.รจนา ไปดูแล เพราะสถาบันครอบครัว น่าจะเป็นที่ที่อบอุ่นที่สุด แต่หากครอบครัวยืนยันให้เจ้าหน้าที่ดูแล ทางเราก็พร้อมจะรับตัวไปดูแลที่สถานสงเคราะห์
"เลขาป.ป.ส."ประสานรพ.นำ"ยุ้ย-รจนา"เข้าบำบัดยาเสพติด
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยเกี่ยวกับกรณี อดีตซูเปอร์โมเดลระดับโลก "ยุ้ย-รจนา เพชรกัณหา" วัย 35 ปี ติดยาเสพติดจนมีอาการทางจิตว่า จะประสานกับทางโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นก่อนที่จะประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อรีบนำตัว ''ยุ้ย-รจนา" เข้ารับการบำบัดทั้งทางรางกายและจิตใจ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางคุณยุ้ยก็ได้เคยเข้ารับการบำบัดแล้ว แต่เมื่อออกมาคงประสบกับปัญหาชีวิต จึงได้กลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกันดูแล และช่วยเป็นกำลังใจให้ต่อไป
สำหรับปัญหาในปัจจุบันของผู้ที่ผ่านการบำบัด ซึ่งส่วนหนึ่งจะกลับไปใช้ยาอีกนั้น เนื่องจากยังคงประสบปัญหาในชีวิต จึงได้ตัดสินใจเข้าไปสู่วังวนเก่า คือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ สำนักงาน ป.ป.ส. จะต้องปรับมาตราการในการดูแลผู้ผ่านการบำบัดให้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยในรอบปีที่ผ่านมามีผู้ผ่านการบำบัดมากถึง 7 แสนคน ที่สำนักงาน ป.ป.ส. จะต้องประสานกับทุกกระทวง ทบวง กรม เพื่อติดตามเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ผ่านการบำบัดต้องกลับไปใช้ยาเสพติดอีก ถึงแม้จะเป็นงานที่หนัก และใช้กำลังเจ้าหน้าที่ค่อนข้างมาก แต่สำนักงาน ป.ป.ส. ก็ได้ใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมในการปฏิบัติ เพื่อติดตามผู้ผ่านการบำบัดให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นต่อไป



