ข่าว

ไขคดี!สังหารปลัดอบจ.ขอนแก่น

ไขคดี!สังหารปลัดอบจ.ขอนแก่น

01 ก.ย. 2556

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ไขคดี...แก๊ง 'พ.ต.ท.' สังหารปลัด อบจ.ขอนแก่น : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

                           ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 198/45 ซอยกสิกรทุ่งสร้าง 20 หมู่บ้านจอมพล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 7 นาฬิกาเศษ ของวันที่ 3 พฤษภาคม ปรากฏภาพขณะ นายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านกำลังค่อยๆ เคลื่อนรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กพ 9219 ขอนแก่น ออกจากบ้านพัก เพื่อเดินทางไปทำงานที่ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก อย่างปกติวิสัยที่ทำอยู่เป็นประจำทุกวัน

                           แต่เช้าตรู่ของวันนี้ไม่เหมือนกับวันอื่นๆ เมื่อมีกลุ่มคนร้ายขับรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ แบบมีแค็บ เข้ามาจอดขวาง แล้วทำทีเป็นสอบถามเส้นทาง ล่อหลอกให้นายสุชาติเปิดประตูลงจากรถ ก่อนที่ชายฉกรรจ์ 2 คน จะลงมาจากรถเดินเข้าหาแล้วลั่นกระสุนใส่ในระยะประชิด จนนายสุชาติล้มฟุบ

                           คนร้ายกระหน่ำยิงใส่ร่างของนายสุชาติอีกหลายนัด กระทั่งมั่นใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงเดินไปขึ้นรถกระบะขับหลบหนีด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน ราวกับมืออาชีพ ที่ลั่นไกสังหารเหยื่อมานับครั้งไม่ถ้วน

                           หลังเกิดเหตุตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 (ขอนแก่น) เข้าเก็บรวบรวมหลักฐานจากที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นเบาะแสให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนเร่งไล่ล่าคนร้าย โดยใกล้กับศพผู้ตาย มีปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 5 ปลอก และเศษหักของหัวกระสุน (หัวทองแดง) 1 อัน ขณะที่ศพผู้ตายแพทย์นิติเวชตรวจพิสูจน์ พบว่า ถูกยิงด้วยปืนขนาด 9 มม. จำนวน 5 นัด และปืนขนาด .38 จำนวน 3 นัด กระสุนฝังต้นแขนซ้าย 1 นัด เข้าที่ต้นแขนขวาทะลุไปฝังที่ลิ้น 1 นัด เข้าที่แผ่นหลังด้านขวาไปฝังอยู่ที่หน้าท้อง 1 นัด เข้าที่ต้นคอด้านขวา ไปฝังใต้หูซ้าย 1 นัด ที่เหลืออีก 4 นัด เข้าบริเวณบั้นท้าย

                           ร่องรอยของกระสุนที่พบบ่งบอกว่า คนร้ายใช้ปืน 2 กระบอกสังหารเหยื่อ ขณะที่ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดแม้ไม่ชัดนักแต่ก็พอจะทำให้เห็นเค้าลางได้ว่า มือปืนที่ลั่นกระสุนใส่ร่างของ นายสุชาติมีอยู่ 2 คน 

                           "การชันสูตรพลิกศพทำให้ทราบว่าผู้ตายถูกยิงด้วยปืน 2 ชนิด คือ 9 มม. และ .38 แสดงว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุ 2 กระบอก ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่หน้าบ้านของผู้ตายพอจะบอกเล่าได้ว่า นาทีสังหาร คนร้ายสองคนลงจากรถ เดินตรงรี่เข้าหานายสุชาติ ก่อนจะชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิง ซึ่งนั่นคือเบาะแสสำคัญที่นำมาสู่การขยายผลติดตามตัวมือปืน" พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ให้ข้อมูล

                           นอกจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือผลชันสูตรศพร่องรอยกระสุนในร่างของผู้ตายแล้ว ยังมีพยานบุคคลอีกหลายปากซึ่งเห็นเหตุการณ์ เพราะเหตุเกิดกลางใจเมือง ในย่านศูนย์ราชการของจังหวัด ที่สำคัญจุดเกิดเหตุห่างจากจวนผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มากนัก จึงมีผู้คนพลุกพล่าน อีกทั้งขณะคนร้ายลงมือเป็นเวลากลางวัน พยาน จึงเห็นเหตุการณ์ได้อย่างถนัดถนี่

                           ละแวกจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่จำนวนมาก ทำให้ตำรวจแกะรอยทีมสังหารชุดนี้ได้ง่ายขึ้น พล.ต.ต.ศักดา มอบหมายให้ตำรวจชุดสืบสวนกระจายกำลังออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดรายทางที่เป็นเส้นทางการก่อเหตุของคนร้าย และไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นเบาะแสสำคัญในการคลี่คลายคดีก็ตกถึงมือตำรวจ

                           ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ภายในปั๊มน้ำมันซึ่งไม่ห่างจากบ้านหลังเกิดเหตุมากนัก เป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจทราบว่า มือปืนที่ลั่นไกสังหาร ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น คือใคร?

                           ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏสามารถบันทึกเหตุการณ์ ขณะกลุ่มคนร้ายขับรถเข้าไปจอดภายในปั๊มน้ำมัน โดยกลุ่มคนร้ายได้ลงจากรถเพื่อทำภารกิจส่วนตัว หลังจากนั้นได้ขึ้นรถขับออกจากปั๊ม และหลังจากนั้น 30 นาที นายสุชาติก็ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต

                           คนร้ายที่ปรากฏในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมันแห่งนี้ มีรูปพรรณสัณฐานตรงกับคนร้ายที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านพักหลังเกิดเหตุ

                           ขณะที่กล้องวงจรปิดอีกหลายตัวในละแวกนั้นก็สามารถบันทึกภาพรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะได้แทบตลอดเส้นทาง และเบาะแสจากกล้องวงจรปิดดังกล่าว ทำให้ตำรวจทราบว่า นอกจากรถกระบะวีโก้ สีดำ แล้ว ยังมีรถยนต์ฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีบรอนซ์ทอง อีก 1 คัน ร่วมในการก่อเหตุด้วย

                           "ภาพจากกล้องวงจรปิดมีความชัดเจน สามารถสังเกตุรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายได้ เราสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นมือปืนในพื้นที่ เพราะรู้จักเส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี ตอนแรกมองไปที่กลุ่มมือปืนรับจ้าง แต่คนร้ายแต่งกายภูมิฐาน รูปร่างค่อนข้างสูงใหญ่ การแต่งกายบ่งบอกว่าเป็นบุคคลในเครื่องแบบ จึงหันมาตรวจสอบข้อมูลมือทำงานของหน่วยงานต่างๆ กระทั่งทราบว่าบุคคลที่ปรากฏในภาพมีรูปพรรณตรงกับตำรวจในสังกัด สภ.หนองเรือ" พล.ต.ต.ศักดา บอกถึงแนวทางการติดตามคนร้าย

                           หลังจากเกิดเหตุ 2 วัน ตำรวจชุดคลี่คลายคดี สามารถจับกุม ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญผล ผบ.หมู่ (ป.) สภ.หนองเรือ เอาไว้ได้ หลังจากมีหลักฐานยืนยันว่า ด.ต.วีระศักดิ์ คือบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด โดยการจับกุมครั้งนี้ตำรวจยังยึดรถยนต์ฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีบรอนซ์ทอง ซึ่งปรากฏอยู่ในภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดเอาไว้ได้ด้วย

                           ด.ต.วีระศักดิ์ ถูกตำรวจชุดคลี่คลายคดีจับได้ระหว่างขับรถยนต์ฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ อยู่บนถนนสายขอนแก่น-เชียงยืน พื้นที่ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม โดย ด.ต.วีระศักดิ์รับสารภาพว่า ทำหน้าที่ชี้เป้าให้มือปืนลงมือสังหารนายสุชาติ และยังให้การซัดทอดถึงทีมสังหารที่เหลืออีก 4 คน ได้แก่ พ.ต.ท.สมจิตร  แก้วพรม รองผกก.ป.สภ.หนองเรือ นายประพันธ์ ศรีพิลัย นายบุญช่วย จูงกลาง และ นายปิยะพงษ์ มีกำบัง

                           ในวันเกิดเหตุ ด.ต.วีระศักดิ์ ขับรถยนต์ฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีบรอนซ์ทอง มี พ.ต.ท.สมจิตร โดยสารมาด้วย เดินทางไปสังหารปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ขณะที่รถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ นายประพันธ์ และทีมสังหารที่เหลือใช้เป็นพาหนะ โดย พ.ต.ท.สมจิตร และนายประพันธ์ เป็นผู้ลงมือลั่นไกสังหาร

                           "หลังจับกุม ด.ต.วีระศักดิ์ ได้ขยายผลนำไปสู่การออกหมายจับ พ.ต.ท.สมจิตร โดยนอกจากคำซัดทอดแล้ว ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าห้องน้ำปั๊มน้ำมันที่ปรากฏภาพอย่างชัดเจน หลังออกหมายจับเราพยายามกดดันจนกระทั่ง พ.ต.ท.สมจิตรเข้ามอบตัวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม" พล.ต.ต.ศักดา ขยายความ

                           ภายหลังมอบตัว พ.ต.ท.สมจิตร ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยืนยันจะให้การในชั้นศาล โดยอ้างว่า ไม่เคยรู้จักปลัด อบจ.ขอนแก่น ไม่เคยพูดคุย จึงไม่มีเรื่องบาดหมางกัน จึงไม่ใช่คนกระทำผิด และไม่ได้ฆ่าใคร ส่วนที่หายตัวไปนั้นเพราะมีเรื่องทะเลาะกับภรรยา ทำให้เครียดจึงหลบหน้าไปปฏิบัติธรรม กระทั่งทราบข่าวว่าถูกออกหมายจับจึงตัดสินใจเข้ามอบตัว

                           "นอกจาก พ.ต.ท.สมจิตรแล้ว การขยายผลยังทราบว่าผู้ที่ลั่นไกด้วยอีกคนคือนายประพันธ์ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปกบดานในภาคตะวันออก ซึ่งเราตามจับกุมได้ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม และวันรุ่งขึ้นก็จับกุมนายบุญช่วยได้ที่ อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ และรายสุดท้ายคือนายปิยะพงษ์ จับกุมได้ในเดือนกรกฎาคม" พล.ต.ต.ศักดา เปิดเผย

                           การจับกุมนายบุญช่วยเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการตรวจยึดรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ซึ่งถูกนำไปจอดไว้ภายในกระท่อมกลางทุ่งนา ใน ต.วังงาม อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ ซึ่งหลังตรวจยึด รถกระบะคันนี้ พร้อมด้วยรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ ถูกส่งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจหาลายพิมพ์นิ้วมือ และดีเอ็นเอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงทางคดี

                            ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนเสนอพนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 คนแล้ว ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ไม่มีใบอนุญาตพกพาอาวุธ และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ แม้ผู้ต้องหา 4 ใน 5 คน ยกเว้น ด.ต.วีระศักดิ์ จะให้การปฏิเสธและไม่ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน แต่พยานหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมด ทั้งพยานบุคคล และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจชุดคลี่คลายคดีเชื่อว่ามีมากพอ ที่จะทำให้คนร้ายดิ้นไม่หลุด

                           สำหรับประเด็นการสังหาร ตำรวจภูธรภาค 4 ได้สืบสวนสอบสวนขยายผลควบคู่กับการทำงานของชุดเฉพาะกิจของกองปราบปราม ซึ่งนำโดย พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผบก.ป. และ พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. ซึ่งข้อมูลการสืบสวนของตำรวจทั้งสองหน่วยงานสอดคล้องกัน คือให้น้ำหนักไปในเรื่องชู้สาว มากกว่าเรื่องความขัดแย้งเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นของนายสุชาติ

                           ข้อมูลการสืบสวนขยายผลมีความชัดเจนว่า ทีมสังหารชุดนี้ลั่นไกฆ่านายสุชาติเพื่อตอบแทนบุญคุณนักการเมืองรายหนึ่ง ส่วนนักการเมืองรายนี้จะรู้เห็นกับคดีฆ่าปลัด อบจ.ขอนแก่น หรือไม่? ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผล

 

 

----------------------

(ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : pippodeco : iSnap csi thailand คดี สังหารปลัด อบจ ขอนแก่น

 

- http://www.youtube.com/watch?v=ex-6WsMlR2Y

 

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ไขคดี...แก๊ง 'พ.ต.ท.' สังหารปลัด อบจ.ขอนแก่น : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)