ข่าว

ตีตั๋วไปเมกา

ตีตั๋วไปเมกา

01 ก.ย. 2556

ตีตั๋วไปเมกา : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

                ชีวิตนี้เคยไปอเมริกาแค่ครั้งเดียว แต่เป็นครั้งที่คุ้มค่า เพราะเคยเขียนเล่าผ่าน "วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน" ไปแล้วว่า มีโอกาสไปเดินเฉิดฉายอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ที่ไม่ใช่ใครก็ได้จะได้รับอนุญาตให้เข้าไป หลังจากผ่านมาหลายปี ก็แน่ใจยิ่งขึ้นว่า นั่นคงเป็นโอกาสแรกและโอกาสเดียวในชีวิต

                การเดินทางครั้งนั้น นอกจากจะโชคดีที่มีผู้นำคณะอย่างคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในขณะนั้น และเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนี้แล้ว ยังถือว่า เส้นทางการเดินทางอ้อมจากซีกโลกหนึ่งไปอีกซีกโลกหนึ่งยังไม่ได้หนักหนาสาหัสอีกด้วย

                เพราะแม้การเดินทางโดยเครื่องบินจะสะดวกสบายที่สุด แต่ระยะเวลาเดินทาง รวมถึงการปรับเวลาที่แตกต่างกัน 12 ชั่วโมง ก็เป็นอุปสรรคที่ทำให้หลายครั้ง นักเดินทางทั้งหลายก็อดทดท้อไม่ได้ ซึ่งที่บอกว่า โชคดี ก็เพราะคณะของเราไม่ต้องเผชิญกับความเหนื่อยยากขนาดนั้น เนื่องจากเราใช้เวลาเดินทาง 11 ชั่วโมงจากเมืองไทยสู่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และอยู่ที่นั่น 2-3 วัน ก่อนจะบินต่ออีก 7 ชั่วโมงจากกรุงลอนดอนสู่มหานครนิวยอร์ก

               อยู่ๆ ที่ยกเรื่อง "อเมริกา" ขึ้นมาคุยเป็นวรรคเป็นเวร ก็เพราะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากอภิมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐอเมริกาประกาศชัดว่า จะยกเลิกมาตรการผ่อนคลายปริมาณเงินหรือคิวอี (QE) ซึ่งเป็นมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากประสบปัญหาวิกฤติซับไพรม์จนยอบแยบตั้งแต่ปี 2008

                ชอบที่คุณวีระ ธีรภัทร อธิบายเรื่อง "คิวอี" อย่างง่ายๆ ในรายการ "เงินทองต้องรู้" ว่า นึกถึงเวลาที่ลูกทำธุรกิจแล้วเจ๊ง พ่อแม่อยากช่วยฟื้นฟูธุรกิจลูก จะมีทางไหนดีไปกว่าการให้เงินไปทำทุนใหม่ พอพ่อแม่อัดฉีดเงินให้ลูก แล้วลูกเอาไปลงทุน เมื่อก่อดอกออกผล ก็ถึงเวลาเอาเงินกลับมาคืนพ่อแม่

                ปรากฏการณ์ที่ตลาดหุ้นไทย รวมถึงตลาดหุ้นในเอเชียอีกหลายแห่งปรับตัวลดลงจากแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศ ก็เทียบได้กับกิจการของ "ลูก" ฟื้นแล้ว กำลังส่งเงินคืนกลับไปให้พ่อแม่ แต่ท่าทางจะไม่ได้คืนแค่ต้น เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะมีกำรี้กำไรติดมือกลับไปด้วยอีกต่างหาก

               และแน่นอนว่า "เงิน" ที่ไหลกลับไป ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่า กิจการของลูก ฐานะการเงินของพ่อแม่ และเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ได้ผ่านการแก้ไข ซ่อมแซม ฟื้นฟู และบำรุง จนหลายคนอยากจะตีตั๋วไปอเมริกาอีกสักครั้ง

               เมื่อไม่นานมานี้ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารตราสารทุน บลจ.แมนูไลฟ์ (เอเชีย) "มาห์เฮซ ฟอนเซก้า" เพิ่งจะให้สัมภาษณ์ว่า กำลังติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่มีความน่าสนใจมากขึ้น<

               "แม้เศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตช้าๆ เฉลี่ย 2.1% ในช่วงหลังวิกฤติ ซึ่งยังต่ำกว่าช่วงก่อนวิกฤติที่โตเฉลี่ย 2.6% แต่ก็มีสัญญาณที่ดีและมีเสถียรภาพ"

               "มาห์เฮซ" บอกว่า คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 1.3% ในปีนี้และ 2.7% ในปีหน้า ซึ่งการตัดสินใจลดมาตรการคิวอี สะท้อนว่า สหรัฐเองก็ต้องมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐ หากมีเงินไหลกลับเข้าไปลงทุน

               เช่นเดียวกับคุณต่อ อินทวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ซึ่งมองหุ้นสหรัฐ  รวมถึงหุ้นขนาดกลางและเล็กว่า เป็นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุน

               "อยากแนะนำนักลงทุนให้แบ่งเงินที่เคยลงทุนในหุ้นไทยจากเดิม 100% นั้น กระจายไปในหุ้นสหรัฐ 30% หุ้นขนาดกลางและเล็กเอเชีย 30% และลงทุนในหุ้นไทย 40% เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ตัวเอง"

               หลายคนอาจจะนึกในใจว่า พูดกันง่ายๆ แต่เอาเข้าจริง จะง่ายอย่างที่พูดจริงหรือ ชีวิตจริงอาจจะ (เดินทาง) ยาก แต่โลกของการลงทุน (เดินทาง) ง่ายกว่านั้นมาก เพราะเครื่องมือและตัวช่วยมีเยอะ สำหรับคนที่อยากลองกระจายการลงทุนไปอเมริกาอย่างที่ทั้งคุณต่อและมาห์เฮซแนะนำ ลองค้นหาข้อมูลของกองทุนที่ไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย จะลองหาข้อมูลจากเว็บไซต์ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนก็ได้ แล้วก็เลือกจากกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งมีสินทรัพย์ปลายทางอยู่ที่อเมริกา

               กองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อเมริกัน โกรท เอฟไอเอฟ ของ บลจ.แมนูไลฟ์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยกองทุนนี้มีนโยบาลลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือ โดยเน้นตลาดหุ้นสหรัฐเป็นหลัก จุดเด่นของกองทุนนี้ นอกจากจะอยู่ที่การบริหารจัดการโดยแมนูไลฟ์ในสหรัฐที่มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญทางด้านตลาดหุ้นสหรัฐโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้มีความได้เปรียบในการได้รับข้อมูลข่าวสารและสภาวะตลาดได้อย่างรวดเร็ว พร้อมข้อมูลในเชิงลึกแล้ว การเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของบริษัทที่มีคุณภาพและมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน ผ่านการคัดเลือกอย่างมีคุณภาพ ยังจะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวอีกด้วย

               ไม่เพียง บลจ.แมนูไลฟ์ที่ประเมินถึงกระแสเงินไหลกลับ และความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ ว่าจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐน่าสนใจ เพราะ คุณบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต ก็แนะนำให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยง โดยจัดสรรเงินลงทุนบางส่วนไปลงทุนในหุ้นประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างไม่คาดคิดในไตรมาส 2 และคาดว่า จะมีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า

                ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บลจ.ธนชาต จึงเสนอขายกองทุนเปิดธนชาตยูเอสชาเลนจ์ 2 ซึ่งเป็นกองทุนรวมผสม โดยในส่วนของหุ้นจะเน้นลงทุนตรงในหุ้นของบริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนหรือมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีขนาดใหญ่ มีชื่อเสียงหรือมีศักยภาพในการเติบโตสูง ประสบความสำเร็จทางธุรกิจหรือมีปัจจัยพื้นฐานดี หรือมีแหล่งรายได้กระจายทั่วโลกไม่กระจุกตัวหรือยังมีมูลค่าต่ำ โดยเป็นกองทุนที่ตั้งเป้าผลตอบแทนเป้าหมายที่ 15% ภายในระยะเวลา 18 เดือน

                นอกจากกระแส "อเมริกา" จะมาแล้ว การฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งการประกาศพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของประเทศในกลุ่มยูโรโซน ยังทำให้ยุโรปมีความน่าสนใจลงทุนมากขึ้น ดูได้จากยอดขายกองทุนเปิด เค ยูโรเปียน หุ้นทุน ของบลจ.กสิกรไทย ที่เสนอขายระหว่าง 16-23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่า มีมูลค่าการจองซื้อสูงถึง 800 ล้านบาท ทำลายสถิติการเสนอขายครั้งแรกที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดในตลาด

               คุณจงรัก รัตนเพียร ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย บอกว่า ผู้ลงทุนยังสนใจและเชื่อมั่นยุโรป ส่วนหนึ่งเพราะตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มยูโรโซนในไตรมาส 2 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.3%

               โลกของการลงทุนมันน่าสนใจตรงนี้ ตรงที่ว่า ในขณะที่พื้นที่หนึ่งมีปัญหา เราก็ยังมีพื้นที่หนึ่งเป็นทางเลือก และในขณะที่เราคิดไม่ออกว่าจะสร้างผลตอบแทนได้อย่างไร เราก็มี "มืออาชีพ" อย่างกองทุนรวมที่เสาะแสวงหาทั้งพื้นที่ ผลิตภัณฑ์และโอกาสมานำเสนอ จนเหมือนกับไม่มีคำว่า "ตีบตัน" เพียงแต่ต้องจับจังหวะ และเลือกในสิ่งที่ควร ในเวลาที่เหมาะสม

 

...................................

(ตีตั๋วไปเมกา : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])