
อนิจจา!'รจนา เพชรกัณหา'นางแบบดังตกอับ
อนิจจา!'รจนา เพชรกัณหา' อดีตนางแบบไทยระดับโลก พรีเซ็นเตอร์น้ำหอมยี่ห้อดัง ผ่านงานเดินแบบทั่วโลก ตกอับกลายเป็นคนเร่ร่อน
31ส.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ภาษีเจริญ ได้ช่วยกันพูดจาเกลี่ยกล่อม "รจนา เพชรกัณหา" อดีตนางแบบไทยระดับโลก ที่มีเคยผลงานเป็นพรีเซ็นเตอร์น้ำหอมยี่ห้อดัง "CHANEL" และเคยผ่านงานเดินแบบทั้งในฝรั่งเศส, อิตาลี, สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ปัจจุบันชีวิตตกอับ กลายเป็นคนเร่ร่อน ไม่มีญาติ ไม่มีที่อยู่ เพื่อนำตัวเธอไปรักษาที่โรงพยาบาล หลังจากมีคนแจ้งว่า พบหญิงท่าทางวิกลจริตมาก่อกวน สร้างความรำคาญที่บริเวณร้านแห่งหนึ่งย่านถนนเพชรเกษมจนลูกค้ากลัวไม่กล้าเข้าร้าน ทั้งนี้"รจนา เพชรกัณหา"เคยสัมภาษณ์ในรายการบ้านเลขที่ 5 เมื่อปี 2551 ถึงวิถีชีวิตในอดีต
เผยอดีตนางแบบดังถูกครอบครัวทอดทิ้ง
พ.ต.ท.จุมพล กาญจนเสถียร สวป.สน.ภาษีเจริญ กล่าวถึงการให้การช่วยเหลือ น.ส.รจนาที่เดินเร่ร่อนอยู่แถวถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ก่อนที่จะมาช่วยเหลือ น.ส.รจนา ในครั้งนี้นั้นทราบว่า ตำรวจสายตรวจ สน.ภาษีเจริญ เคยเข้าให้การช่วยเหลือ น.ส.รจนามาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง โดยในช่วงกลางคืนวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจเข้าช่วยเหลือ น.ส.รจนาที่บริเวณปั๊มแก๊ส ซอยเพชรเกษม 50 เยื้องๆ กับจุดที่พบในครั้งนี้ แต่ตำรวจไม่ได้พามายังสถานีตำรวจเพราะ น.ส.รจนาประสงค์จะไปวัดปากน้ำภาษีเจริญ จึงช่วยเหลือพาไปส่งเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเป็นมาอย่างไรก็มาพบน.ส.รจนาในครั้งนี้
พ.ต.ท.จุมพล กล่าวต่อว่า หลังได้รับแจ้งจากประชาชนก็ได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับลูกน้องและได้พูดคุยกับ น.ส.รจนา ซึ่งจากการพูดคุยและสอบถามข้อมูลต่างๆ ก็พบว่า น.ส.รจนาสามารถพูดคุยและตอบคำถามต่างๆ ได้ แต่ก็ยังมีลักษณะวิตกกังวล และมีลักษณะบางประการที่ทำให้ทราบว่าไม่ค่อยปกติจึงไม่มีการตรวจค้นถุงพลาสติกที่ถือมาด้วย ทั้งนี้ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมให้ขึ้นรถยนต์สายตรวจแต่ น.ส.รจนาไม่ยอมอาจจะเป็นเพราะมีความกังวล บังเอิญว่าตำรวจสายตรวจที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชารู้จักกับผู้สื่อข่าวบันเทิงจึงติดต่อประสานให้มาช่วยเหลือ เมื่อผู้สื่อข่าวมาถึงก็นำภาพแฟชั่นที่ น.ส.รจนาเคยถ่ายแบบไว้มาให้เธอดูซึ่งเธอก็จำรายละเอียดได้ทั้งหมดว่าเป็นภาพที่ถ่ายให้กับนิตสารฉบับใดช่วงเวลาไหน จึงให้ผู้สื่อข่าวช่วยเกลี้ยกล่อมพูดคุยสอบถามรายละเอียดก็ทราบว่าเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาจึงให้ผู้สื่อข่าวบันเทิงคนดังกล่าวก็อาสาช่วยพาเธอไปส่งซึ่งเธอก็ยอมขึ้นรถไปด้วย
พ.ต.ท.จุมพล กล่าวด้วยว่า ทางตำรวจได้มีการติดต่อไปยังบิดาของ น.ส.รจนา แต่ก็ได้รับแจ้งว่าให้ช่วยดำเนินการแทนไปเลยเพราะจะไม่รับผิดชอบแล้ว และหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อบิดาของ น.ส.รจนาได้อีก แต่ทั้งนี้ก็ทราบจากผู้สื่อข่าวว่ามารดาของน.ส.รจนาอยู่แถวอ่อนนุชแต่ไม่ทราบว่าติดต่อได้หรือไม่อย่างไร
สำหรับ รจนา เพชรกัณหา เป็นนางแบบชาวไทย ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศระหว่าง พ.ศ.2537-พ.ศ.2545 เป็นนางแบบนิตยสารโวค ฉบับเอเชีย เดินแบบแฟชั่นในฝรั่งเศส อิตาลี สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ และติดอันดับ 1 ใน 12 ซูเปอร์โมเดลโลก
รจนา มีชื่อเล่น "ยุ้ย" เป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรของนางจันทร์ดี ทองดี มีส่วนสูง 173 เซนติเมตร จบการศึกษาเพียงชั้น ป.6 แล้วเข้ากรุงเทพมาเป็นเด็กล้างจานที่ร้านอาหารของญาติ แถววัดธาตุทอง และไปสะดุดตาแมวมอง ชักชวนให้เข้าประกวดซูเปอร์โมเดล ออฟ ไทยแลนด์ (Elite Super Model of Thailand 1994) เมื่อ พ.ศ. 2537 ได้ตำแหน่งชนะเลิศ และได้เซ็นสัญญากับเอเยนซีนางแบบ เพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เมื่ออายุ 18 ปี มีงานเดินแบบหลักๆ อยู่ที่ ปารีส มิลาน นิวยอร์ก และลอนดอน และถ่ายแบบโฆษณาสินค้าเป็นจำนวนมาก เคยเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์ The Fifth Element (1997) (ไม่มีชื่อในเครดิต) จนสามารถทำรายได้สูงสุดปีละ 50 ล้านบาท
ชีวิตการงานเริ่มตกต่ำหลังจากเริ่มใช้ยาเสพติดเมื่ออายุ 20 ปี และใช้ชีวิตเที่ยวเตร่ เมื่ออายุ 24-25 ปี เธอติดโคเคนและสุราอย่างหนัก จนทำให้เสียการงาน จนถูกยกเลิกสัญญา และต้องเดินทางกลับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2545 รวมใช้ชีวิตเป็นนางแบบในต่างประเทศ 8 ปี
หลังจากกลับประเทศไทย เธอไม่มีงานทำ ประกอบกับติดสุราเรื้อรัง ต้องไปทำงานโรงงาน อีกทั้งยังมีข่าวอื้อฉาวเรื่องวิวาทกับมารดา และกับสามีชาวไทย ต่อมาได้มีงานถ่ายแบบ เดินแบบ และเป็นอาจารย์สอนเดินแบบ
ล่าสุด เธอกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน เป็นบุคคลเร่ร่อน พูดจาไม่รู้เรื่อง โดยมีผู้พบที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เขตภาษีเจริญ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามแล้วพบว่า พูดจาไม่รู้เรื่อง มีอาการติดบุหรี่และติดยาดมตลอดเวลา และพบว่าหลบหนีออกมาจากโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าพระยา จึงได้นำส่งกลับโรงพยาบาลอีกครั้ง
........................
(หมายเหตุ : ที่มาของคลิป http://www.youtube.com/watch?v=irXXh1mPGyw)



