
'ปชป.'แขวะ'1ก.ย.'วันกระซวกค่าครองชีพฯ
'มัลลิกา' ชี้ 1 ก.ย.วันกระซวกค่าครองชีพแห่งชาติ หลังรัฐปรับขึ้น 'แก๊สหุงต้ม-ไฟฟ้า-ทางด่วน' ด้าน'ชวนนท์'ย้ำ'ปชป.'ไม่เอี่ยว'ม็อบสวนยาง'
31 ส.ค.56 น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีการประกาศขึ้นราคาพลังงานตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ว่า การปรับขึ้นราคาพลังงานของรัฐบาลในครั้งนี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนอย่างมาก ถือเป็นวันกระซวกค่าครองชีพแห่งชาติ เพราะนอกจากจะขึ้นค่าแก๊สหุงต้มแล้ว รัฐบาลยังปรับขึ้นราคาค่าทางด่วน และราคาค่าเอฟที ของค่าไฟฟ้าอีกด้วย แต่ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กลับมีกำหนดการที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศอีกครั้ง ดังนั้นจึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีว่าหากจะทิ้งปัญหาด้วยการเดินทางไปต่างประเทศก็ควรเร่งมอบหมายงานให้บุคคลที่จะอยู่รับผิดชอบช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง ปตท. เพื่อให้ทบทวนชะลอการปรับขึ้นราคาพลังงานออกไปก่อน
น.ส.มัลลิกา ยังกล่าวถึงสถิติการขาดดุลการค้าของประเทศไทยในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาที่รัฐบาลประกาศว่าการเดินทางไปต่างประเทศแต่ละครั้งเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเป็นการกระตุ้นในเรื่องของเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ว่า จากสถิติที่ออกมาจะเห็นได้ชัดเจนว่าการเดินทางไปต่างประเทศด้วยงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชนนั้นไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย แต่ตรงกันข้ามกับตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ติดลบติดต่อกัน 11 ไตรมาส ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเอาจริงเอาจังกับการกำกับดูแลนโยบายพลังงาน เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน และขอนายกรัฐมนตรีควรออกมาแถลงทั้งก่อนและหลังการเดินทางไปต่างประเทศว่าประเทศไทยและคนไทยได้รับประโยชน์อะไรจากการเดินทางของนายกรัฐมนตรีบ้าง
ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลมีการประกาศขึ้นราคาพลังงานตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ว่า เป็นที่ทราบดีกันดีว่าการปรับขึ้นราคาพลังงานครั้งนี้และจะมีการปรับขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม ทุกๆเดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี ถือเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ซึ่งเป็นรื่องที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้ว่าจะช่วยเหลือประชาชนด้วยการกระชากค่าครองชีพลง ส่วนกรณีที่คนในรัฐบาลออกมาระบุว่า การปรับขึ้นราคาพลังงานเป็นการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของราคาพลังงานนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะประเทศไทยสามารถผลิตแก๊สหุงต้มในครัวเรือนได้เอง โดยที่ประชาชนสามารถใช้แก๊สหุงต้มในราคาที่ถูกได้ แต่รัฐบาลกลับอ้างว่า การปรับราคาแก๊สหุงต้มในครั้งนี้ เพื่อดึงราคาให้เท่ากับกลไกตลาดโลก ทั้งที่รัฐบาลสามารถที่จะบริหารจัดการในเรื่องของต้นทุนได้เพื่อช่วยเหลือไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนได้ เช่นเดียวกันกับค่าผ่านทางพิเศษ ที่จะปรับราคาเพิ่มขึ้นด่านละ 5 บาทในวันที่ 1ก.ย.นี้ เช่นกัน รวมทั้งค่าไฟฟ้าที่ก็จะปรับขึ้นค่าเอฟทีอีกหน่วยละ 7 สตางค์ด้วย ดังนั้น จึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ทบทวนมติดังกล่าวทันที
"ขอถามกลับไปยังนายกฯว่ากำลังทำอะไรอยู่ เห็นปัญหาของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนบ้างไหม เพราะก่อนหน้านี้นายกฯเคยหาเสียงไว้ว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลค่าครองชีพของประชาชนจะลดลง แต่การปรับขึ้นเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่านายกฯเป็นคนพูดอย่างทำอย่างเชื่อถือไม่ได้" นายชวนนท์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการแถลงข่าวนายชวนนท์ ยังได้นำถังแก๊สหุงต้มหนัก 15 กิโลกรัม ขึ้นมาประกอบการแถลงข่าวด้วย
"ชวนนท์ "ย้ำ"ปชป."ไม่เอี่ยวม็อบสวนยาง ซัด"รัฐ"ยอมรับข้อผิดพลาดบริหารประเทศ
นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ว่า ตนขอยืนยันอีกครั้งว่าการชุมนุมของชาวสวนยางนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ และไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การชุมนุมเกิดจากความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ราคายางตกต่ำเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งนอกจากรัฐบาลจะไม่ยอมรับในข้อผิดพลาดแล้วยังพยายามที่จะใช้กลไกอำนาจรัฐออกมาข่มขู่ประชาชนที่ออกมาเรียกร้องรัฐบาล ซึ่งหากย้อนดูสถิติตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารประเทศตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ก็มีการออกมาเรียกร้องของประชาชนถึง 54 ครั้งแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่เคยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่ทำให้เกษตรกรเกิดความน้อยใจว่าได้รับการดูแลที่ไม่เท่าเทียมกันในฐานะคนไทยเหมือนกันหากนำมาเปรียบเทียบกับกรณีการให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวมากกว่า ซึ่งมาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เห็นถึงความจริงใจในการที่จะเร่งแก้ปัญหาให้กับประชาชน ทั้งที่มีแนวทางมากมายที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แสดงความจริงใจในการเร่งหาทางออกแก้ปัญหาให้กับประชาชนทั้งประเทศ
"ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของการเมือง ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังม็อบ แต่การที่ชาวบ้านออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขราคายางตกต่ำ 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลกลับไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา และยังทำให้ชาวสวนยางเป็นพลเมืองชั้น 2 โดยสนใจแต่จะแก้ปัญหาราคาข้าว แต่เมินแก้ปัญหาราคายาง" นายชวนนท์ กล่าว



