ข่าว

'โอบาม่า'เบื่อสงคราม-แต่ต้องจัดการ'ซีเรีย'

'โอบาม่า'เบื่อสงคราม-แต่ต้องจัดการ'ซีเรีย'

31 ส.ค. 2556

'โอบาม่า'บอกเบื่อหน่ายสงคราม แต่ก็ต้องจัดการ'ซีเรีย' เผยรายงานข่าวกรอง'เหยื่ออาวุธเคมี'พุ่งกว่า 1,400

               31 ส.ค.56 ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ซึ่งประกาศว่าตัวเขาเบื่้อหน่ายสงคราม แต่ก็ปักใจเชื่อว่า ซีเรียจะต้องรับผิดชอบต่อการใช้อาวุธเคมีต้องห้าม แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า เขากำลังพิจารณาจะตอบโต้อย่างจำกัดต่อสิ่งที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐ ประเมินด้วยความเชื่อมั่นอย่างสูงว่า รัฐบาลซีเรียใช้แก๊สพิษโจมตีพลเรือนของตัวเอง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 คน

               ผู้นำสหรัฐ เปิดเผยว่า เขายังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่ก็บอกเป็นนัยเรื่องการใช้ปฏิบัติการทางทหาร ที่แหล่งข่าวและผู้เชี่ยวชาญหลายคน เชื่อว่า จะเป็นในรูปของการยิงขีปนาวุธจากเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐ ไปยังเป้าหมายที่เป็นศูนย์บัญชาการซีเรียล้วน ๆ ไม่ใช่คลังอาวุธเคมีแต่อย่างใด ซึ่งประธานาธิบดีโอบาม่า บอกว่า ไม่ควรเอาประเด็นไม่ใช่ผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ มาเป็นข้ออ้างในการละเลยการละเมิดอย่างชัดเจนต่อบรรทัดฐานสากลที่ห้ามการใช้อาวุธเคมี

               ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐ มีขึ้นในระหว่างการพบปะกับผู้นำจากชาติในทะเลบอลติก ได้แก่ ลิธัวเนีย ลัทเวียและเอสโทเนีย ซึ่งเขาบอกว่า การใช้แก๊สพิษโจมตีในซีเรียเป็นการท้าทายโลกและเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ อิสราเอล ตุรกี และจอร์แดน และยังเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อย ๆที่อาวุธอันตรายชนิดนี้จะไปตกอยู่ในมือของผู้ก่อการร้าย

               ด้านรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซ้าด ของซีเรีย อ้างว่า กลุ่มมุสลิมญีฮัดที่ร่วมรบกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เป็นผู้ที่้ใช้อาวุธเคมีโจมตีชานกรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ประธานาธิบดีโอบาม่าและชาติอื่น ๆ ระบุว่า ไม่มีหลักฐานสนับสนุน เหลือเพียงรัสเซีย อิหร่านและจีน ที่ยังคงเข้าข้างประธานาธิบดีอัสซ้าด

               ก่อนหน้านี้ นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้เปิดเผยข้อมูลข่าวกรองที่ถูกลดชั้นความลับว่า มีประชาชนมากถึง 1,429 คน ที่ถูกสังหารด้วยอาวุธเคมีเมื่อวันพุธที่ 21 สิงหาคม ในจำนวนนี้ เป็นเด็ก 426 คน และยืนยันว่าข้อมูลเหล่านี้ เป็นผลจากการประเมินข่าวกรองที่หลากหลาย และยังพบเพิ่มเติมด้วยว่า รัฐบาลใช้ก๊าซพิษที่ทำลายระบบประสาทในการโจมตี

               ด้านชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ ต้องการให้การใช้ปฏิบัติการทางทหารใด ๆ เป็นอาณัติจากสหประชาชาติ ซึ่งประธานาธิบดีโอบาม่าและนายแคร์รี่ บอกว่า มีแนวโน้มที่จะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากจะต้องถูกวีโต้จากสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงที่เป็นพันธมิตรกับซีเรียอย่างรัสเซีย แต่เขายืนยันว่า สหรัฐไม่ได้ดำเนินการเพียงลำพัง ยังมีเสียงสนับสนุนจากสันนิบาตอาหรับตุรกี และฝรั่งเศส

               ประธานาธิบดีโอบาม่า ยังได้แสดงความไม่พอใจที่ขาดการสนับสนุนจากนานาชาติ โดยบอกว่า มีแต่คนที่คิดว่าควรจะทำอะไรสักอย่าง แต่กลับไม่ยอมลงมือทำ ซึ่งความเห็นของผู้นำสหรัฐและนายแคร์รี่ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลข่าวกรอง ได้มีขึ้นในขณะที่รัฐบาลสหรัฐ กำลังเผชิญกระแสทักท้วงมากขึ้นเรื่อย ๆ จากทั้งในและต่างประเทศ ในเรื่องการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย

               สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษได้มีมติคว่ำข้อเสนอใช้ปฏิบัติการทางทหาร ของนายกรัฐมนตรีเดวิดคาเมรอน เมื่อวันพฤหัสบดี ส่วนที่วอชิงตัน ดีซี กำลังเกิดคำถามขึ้นในสภาคองเกรสส์ จากทั้งสองพรรค เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลข่าวกรอง และในประเด็นที่ว่าสหรัฐ จะต้องเข้าสู่สงครามที่ยืดเยื้อเพียงเพราะข้อมูลผิด ๆ เหมือนกรณีอิรักอีกหรือไม่ ซึ่งประธานาธิบดีโอบาม่า ยืนยันว่า เขารับประกันว่า ตัวเขาเองก็เบื่อหน่ายสงครามไม่แพ้กัน แต่เขาและนายทหารระดับสูงในกองทัพ รวมถึงที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กำลังหาหนทางใช้ปฏิบัติการที่จำกัด เพื่อเป็นหลักประกันว่า ซีเรียและชาติอื่น ๆ จะพึงรู้ไว้ว่า สหรัฐและพันธมิตรจะไม่อดทนต่อให้เกิดการละเมิดแบบนี้อีกในอนาคต

               สองวุฒิสมาชิกชื่อดังของรีพับลีกัน คือ จอห์น แม็คเคน แห่งรัฐอริโซนา และลินด์เซย์ เกรแฮมแห่งเซาท์ คาโรไลน่า ออกแถลงการณ์ระบุว่า ข้อเสนอใช้ปฏิบัติการใด ๆ ของสหรัฐในซีเรีย ไม่ควรถูกนำมาช่วยรักษาหน้าประธานาธิบดี แต่ควรจะเปลี่ยนดุลย์อำนาจในสนามรบของอัสซ้าดและกองกำลังของเขา

               จากผลสำรวจล่าสุด ที่จัดทำโดย NBC News เมื่อวันพุธและวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ชี้ว่า ชาวอเมริกัน 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่ควรใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนของตนเอง ส่วนอีก 42 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า สมควรใช้ แต่เมื่อถามว่า เห็นด้วยหรือไม่ว่า ถ้าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างจำกัด เช่น โจมตีด้วยขีปนาวุธ ปรากฎว่ามีคนเห็นด้วยเพิ่มมากขึ้น

               


 

ผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบโรงพยาบาลที่รัฐบาลซีเรียระบุว่า ทหารก็โดนแก๊สพิษเช่นกัน

 

               
                สถานีโทรทัศน์ของรัสเซีย แพร่ภาพคณะผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติ ไปที่โรงพยาบาลทหารในกรุงดามัสกัส ของซีเรีย เมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการค้นหาหลักฐานเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อาวุธเคมีโจมตีที่มั่นของฝ่ายกบฎชานเมืองหลวง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม

               คณะผู้ตรวจสอบอาวุธ ต้องการพิสูจน์ข้อกล่าวหาของรัฐบาลซีเรียที่ว่า มีทหารหลายสิบนายตกเป็นเหยื่ออาวุธเคมีด้วยเช่นกัน ซึ่งภารกิจของพวกเขาเสร็จสิ้นแล้ว และกำลังเตรียมตัวออกเดินทางไปยังนครเฮ้ก ของเนเธอร์แลนด์ในวันนี้ เพื่อเอาตัวอย่างที่รวบรวมได้ไปยังห้องแลปทดลองหลายแห่งในยุโรป

               สหรัฐและฝรั่งเศส เตรียมที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีรัฐบาลซีเรีย ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้แก๊สพิษโจมตีพลเรือนของตนเอง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,429 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กอย่างน้อย 426 คน และเป็นตัวเลขที่สูงกว่านักเคลื่อนไหวและเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ในซีเรียรายงานก่อนหน้านี้ หน่วยงานประเมินอาวุธเคมีของสหรัฐ อ้างข้อมูลข่าวกรองจากมนุษย์และดาวเทียม พร้อมคลิปวิดิโอและหลักฐานอื่น ๆ ว่า รัฐบาลซีเรียใช้แก๊สพิษไม่ทราบชนิด

               นายมาร์ติน เนซีร์สกี้ โฆษกของนายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุว่า คณะผู้ตรวจสอบได้ไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม สัมภาษณ์เหยื่อและแพทย์ รวมถึงเก็บตัวอย่างทางชีวภาพและลงตรวจพื้นที่ได้รับผลกระทบ เพื่อสัมภาษณ์พยานและเก็บตัวอย่างจากสภาพแวดล้อมในพื้นที่ด้วย

               นายบัน ได้เดินทางกลับนครนิวยอร์คเมื่อวันพฤหัสบดี หลังร่นเวลาเยือนยุโรปเพื่อเตรียมรับฟังการสรุปจากคณะผู้ตรวจสอบอาวุธเคมี และเขายังพบปะกับทูตจาก 5 ชาติสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แก่ อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส รัสเซียและสหรัฐ เพื่อเรียกร้องให้ 5 ชาติเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการต่อซีเรีย

               ด้านสำนักข่าว CNN รายงานอ้างการเปิดเผยของนักการทูตตะวันตกว่า นายบันอาจต้องพบปะกับทูตของคณะมนตรีความมั่นคงฯ อีก จนกว่ารายงานขั้นสุดท้ายจากห้องแลปจะเสร็จสมบูรณ์ ที่อาจต้องใช้เวลานานนับสัปดาห์ ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า นายบัน คี-มุน ได้แจ้งต่อ 5 ชาติสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงฯ ว่า อาจต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ กว่าจะได้ผลวิเคราะห์ตัวอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญเอามาจากซีเรีย