ข่าว

ย้ำรัฐไม่อุ้มน้ำมันเว้นมีเหตุจำเป็น

ย้ำรัฐไม่อุ้มน้ำมันเว้นมีเหตุจำเป็น

12 มิ.ย. 2552

พลังงานระบุนโยบายชัดไม่อุ้มน้ำมัน เว้นมีเหตุจำเป็น ยังไม่มีแผนเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่ม ส่วนจะแบกรับภาระภาษีได้นานแค่ไหนต้องดูสถานะกองทุน ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ 5 โครงการพลังงานทดแทน

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนา “พลิกวิกฤติเศรษฐกิจด้วยสินเชื่อพลังงาน" ว่าแม้ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น แต่รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะปล่อยให้ราคาลอยตัว เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ยกเว้นมีเหตุจำเป็น จึงจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาแบ่งเบาภาระ โดยราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุมาจากเศรษฐกิจสหรัฐที่มีสัญญาณว่าเริ่มฟื้นตัวและปริมาณสำรองของสหรัฐที่ลดลง รวมถึงการกลับเข้ามาเก็งกำไร การไม่ปรับเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)

 ส่วนภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากภาษีสรรพสามิตที่ปรับขึ้น ขณะนี้ยังรับภาระอยู่ 1.60 บาทต่อลิตร ยังไม่มีแผนที่จะเก็บเงินเข้ากองทุนช่วงนี้  เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังไม่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม กองทุนจะรับภาระต่อไปได้มากน้อยเพียงใดต้องพิจารณาจากสถานะของกองทุนก่อน

 นพ.วรรณรัตน์กล่าวว่า ภาครัฐยังมีมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการลงทุนด้านพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนการใช้พลังงานมากที่สุด 37.6% ภาคขนส่ง 35.1% ภาคธุรกิจ และที่อยู่อาศัย 22.1% ภาคเกษตร 5.2% ดังนั้น กระทรวงพลังงานจึงให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรการจูงใจแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม

 ทั้งนี้ ได้สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีใน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการสินเชื่อพลังงาน โครงการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โครงการสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน โครงการส่งเสริมการลงทุนประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทดแทน (บีโอไอ) และโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังานทดแทน (เอสโค ฟันด์)

 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วม 5 โครงการ กว่า 700 ราย มูลค่าลงทุน 82,033 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดผลประหยัดมูลค่า 28,627 ล้านบาทต่อปี ช่วยลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 800 เมกะวัตต์ได้  1 โรง โครงการที่ปล่อยสินเชื่อได้มากที่สุด คือ โครงการสินเชื่อพลังงาน ร่วมกับสถาบันการเงิน 13 แห่ง ปล่อยสินเชื่อลงทุนโครงการการอนุรักษ์พลังงาน และการใช้พลังงานทดแทน โดยช่วง 1 ปีที่ พบว่ามีผู้ประกอบการสนใจขอสินเชื่อมากกว่า 300 ราย มูลค่ากว่า 60,907 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดการประหยัด 20,302 ล้านบาทต่อปี