ข่าว

'มะกัน'ส่งเรือรบลำที่5ไป'ซีเรีย'

'มะกัน'ส่งเรือรบลำที่5ไป'ซีเรีย'

30 ส.ค. 2556

กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ส่งเรือพิฆาตลำที่ 5 เข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขณะที่ 'สภาอังกฤษ' คว่ำข้อเสนอใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อ 'ซีเรีย'

 

                            30 ส.ค. 56  หนังสือพิมพ์ลอส แองเจลิส ไทม์ส รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ส่งเรือพิฆาต สเตาท์ ติดขีปนาวุธนำวิถี เข้าสู่น่านน้ำด้านตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และนับเป็นเรือรบลำที่ 5 ที่เข้าไปเสริมเขี้ยวเล็บให้สหรัฐใช้ปฏิบัติการโจมตีซีเรีย เพื่อตอบโต้ที่ซีเรียใช้อาวุธเคมี

                            คาดว่า เรือพิฆาตสเตาท์ จะเข้าร่วมในกองเรือพิฆาตอีก 4 ลำ ที่เข้าไปอยู่ในพิสัยที่สามารถยิงโจมตีเป้าหมายในซีเรียก่อนหน้านี้ และแต่ละลำมีขีนาวุธจำนวน 90 ลูก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า น่าจะใช้ยิงโจมตีจริงๆ เพียงแค่ครึ่งเดียว

                            ขีปนาวุธแต่ละลูก มีพิสัยยิงไกลเกือบ 1,600 กิโลเมตร ทำให้เรือพิฆาตที่บรรทุกมัน ไม่ต้องเข้าไปใกล้รัศมีของขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำของซีเรีย ด้านนายชัค ฮาเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวในขณะเยือนบรูไนว่า สหรัฐจะไม่ดำเนินการเพียงลำพัง แต่จะหารือชาติพันธมิตร และเขาคิดว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้กล่าวอย่างชัดเจนแล้ว เช่นเดียวกับตัวเขา ที่พูดหลายครั้งแล้วว่า ถ้ามีจะการใช้ปฏิบัติการโจมตีซีเรีย ก็จะต้องได้รับความร่วมมือจากนานาชาติ

                            ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโอบามา ได้รายงานสรุปข้อมูลข่าวกรองต่อสมาชิกนิติบัญญัติ ที่มีเนื้อหา ระบุว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซ้าด ใช้อาวุธเคมีโจมตีที่มั่นของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ชานกรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่เชื่อว่า คร่าชีวิตประชาชนไปหลายร้อยคน ซึ่้งรัฐบาลประธานาธิบดีโอบามา ได้พยายามผลักดันเรื่องการใช้ปฏิบัติการทหารถล่มซีเรีย เพื่อเป็นการตอบโต้ แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะเริ่มเมื่อใด

                            รัฐบาลซีเรีย ได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่า ไม่ได้ใช้อาวุธคเมีในการสู้รบ และระบุว่า เป็นฝีมือของฝ่ายต่อต้าน ที่ทำสงครามกับรัฐบาลมาตั้งแต่ต้นปี 2554 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเคมีของสหประชาชาติที่เข้าไปตรวจสอบเรื่องการใช้แก๊สพิษในซีเรีย ได้รับการคาดหมายว่า จะออกจากซีเรียในวันเสาร์ และเสนอรายงานสรุปต่อนายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ และคณะมนตรีความมั่นคง ในวันอาทิตย์ หรือไม่ก็วันจันทร์

 

 

'มะกัน'ส่งเรือรบลำที่5ไป'ซีเรีย'

 

'สภาอังกฤษ' คว่ำข้อเสนอใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อ 'ซีเรีย'

 

                            สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ ไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของรัฐบาลที่ให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อลงโทษซีเรียที่ใช้อาวุธเคมี ด้วยคะแนนเสียง 285 ต่อ 272 เสียง หลังจากเสียง ส.ส.ที่คัดค้านมีมากกว่าฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลถึง 13 เสียง ทำให้นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน จำต้องทิ้งความพยายามขอเสียงสนับสนุนในการใช้ปฏิบัติการทางทหารในซีเรีย และสหรัฐต้องดำเนินการตามลำพัง

                            โดยเคทลิน เฮย์เดน โฆษกหญิงของสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ แถลงว่า เราได้เห็นผลการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในอังกฤษเมื่อคืนที่ผ่านมา และประธานาธิบดีบารัก โอบามา กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ โดยพิจารณาจากผลประโยชน์ของสหรัฐเป็นหลัก และประเทศที่ละเมิดหลักสากลด้วยการใช้อาวุธเคมีจะต้องรับผิดชอบ

                            นายกรัฐมนตรีคาเมรอน ซึ่งเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ชัดเจนสำหรับเขาว่า รัฐสภาอังกฤษ ซึ่งสะท้อนทัศนะของชาวอังกฤษ ไม่ต้องการเห็นอังกฤษใช้ปฏิบัติการทางทหาร เขาเข้าใจและรัฐบาลจะปฏิบัติตามให้สอดคล้องกัน แต่เขาก็ตัดพ้อว่า ในสมัยที่นายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ ของพรรคแรงงาน พยายามโน้มน้าวให้อังกฤษเข้าสู่สงครามอิรัก เมื่อ 10 ปีก่อน เขาต้องมานั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝ่ายค้าน ทั้งที่ลูกชายเพิ่งจะคลอดได้ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อปี 2546 เพื่อฟังแบลร์ สาธยายความจำเป็นที่จะต้องบุกอิรัก เขาตั้งใจฟังและเชื่อทุกอย่างที่แบลร์บอก แต่เมื่อถึงเวลาที่ดำเนินตามรอยแบลร์บ้าง กลับรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทรยศ

                            ก่อนที่ผลการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษจะออกมาในลักษณะที่เหนือความคาดหมายในครั้งนี้ ทำเนียบขาวได้ส่งสัญญาณแล้วว่า พร้อมที่จะใช้ปฏิบัติการภายใต้มติของสหประชาชาติ หรือการสนับสนุนจากชาติพันธมิตร ซึ่งก่อนหน้านี้ ทูตจาก 5 ชาติสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แก่ อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐ ได้พบกันที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก เป็นเวลา 45 นาที เพื่อพิจารณาร่างข้อเสนอของอังกฤษ เกี่ยวกับการออกมาตรการที่จำเป็นทุกชนิด ในการปกป้องพลเมืองซีเรีย หลังจากต้องสงสัยว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ไม่มีใครให้ความเห็นจนกระทั่งแยกย้ายออกจากที่ประชุมไป

                            ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า ชาติตะวันตกอาจเตรียมโจมตีซีเรียในอนาคตอันใกล้ แต่ยังมีปัญหาอีกมาก เกี่ยวกับคุณภาพของข่าวกรองที่เชื่อมโยงประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด ของซีเรีย กับการโจมตีด้วยแก๊สพิษ แต่ทำเนียบขาว กำลังพยายามโน้มน้าวสมาชิกนิติบัญญัติ และให้เวลาชาติพันธมิตรได้จัดการแก้ปัญหาการถูกคัดค้านภายในประเทศ และคณะผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติ เสร็จสิ้นภารกิจเสียก่อน

                            ประธานาธิบดีโอบามา อ้างว่า การใช้อาวุธเคมีในปริมาณมากของรัฐบาลซีเรีย เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของสหรัฐ และเป็นอาชญากรรมต่อประชาชนชาวซีเรีย ซึ่งปัจจุบัน มีเรือรบหลายลำของสหรัฐ พร้อมด้วยขีปนาวุธจำนวนมาก เข้าไปอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเจ้าหน้าที่ทางทหารของสหรัฐ ระบุว่า พร้อมจะยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายในซีเรีย

 

 

สื่อผู้ดีเผย 'คาเมรอน' พ่ายโหวตคาสภาฯ เพราะส.ส.ในพรรคตัวเองกบฏ

 

                            สื่ออังกฤษ ระบุว่า พวก ส.ส.กบฏในพรรคอนุรักษ์นิยม ทำให้นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ต้องพ่ายแพ้ในการโหวตในสภาผู้แทนราษฎร ในข้อเสนอขอใช้ปฏิบัติการทางทหารถล่มซีเรีย และยังส่งผลให้เขาดิ่งลงสู่วังวนของวิกฤติการเมืองอีกด้วย

                            อำนาจในสภาผู้แทนราษฎรและบนเวทีโลกของนายคาเมรอน มีอันต้องมลายไปโดยไม่คาดฝัน ท่ามกลางเสียงตะโกนให้เขาลาออกจากฝั่ง ส.ส.พรรคแรงงาน หลังผลโหวตออกมา 285-272 เสียง ซึ่งครั้งสุดท้ายที่นายกรัฐมนตรี ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในประเด็นเกี่ยวกับสงคราม คือเมื่อปี 2525 แหล่งข่าวที่ถนนดาวนิ่ง บอวก่า นายคาเมรอน ไม่คิดจะลาออก เพราะ ส.ส.ในพรรคสนับสนุนเขาในหลายๆ เรื่อง ยกเว้นเรื่องการโจมตีซีเรีย

                            ความพ่ายแพ้อันน่าอัปยศสำหรับนายคาเมรอน เกิดขึ้นเมื่อ ส.ส.ร่วมรัฐบาลผสม 50 คน ร่วมมือกับพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ลงมติคัดค้านญัตติสนับสนุนหลักการใช้ปฏิบัติการทางทหารนายไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีศึกษาธิการ ได้ตะโกนใส่หน้าพวก ส.ส.กบฏ ที่ด้านนอกห้องประชุมสภาว่า น่าไม่อาย

                            การตัดสินใจที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหรัฐ ในแผนโจมตีซีเรีย และเรียกร้องให้ ส.ส.กลับเข้าสภาในระหว่างพักผ่อนช่วงฤดูร้อน เพื่ออภิปรายกันในเรื่องนี้ หลังจากเขานับเสียงสนุนที่จะได้รับจากพรรคแรงงานจนมั่นใจแล้วว่า จะชนะการลงมติ แม้ว่าจะไม่ค่อยมั่นใจเสียง ส.ส.ในพรรคตัวเองนักก็ตาม

                            แต่ปรากฏว่า พรรคแรงงานไม่เล่นด้วย จนกลายเป็นข้อพิพาทด้านนโยบายต่างประเทศที่รุนแรงที่สุด ระหว่าง 2 พรรค นับตั้งแต่วิกฤตคลองสุเอซ เมื่อปี 2499 ซึ่งพรรคอนุรักษ์นิยมได้กล่าวหา นายเอ็ด มิลลิแบนด์ หัวหน้าพรรคแรงงานว่า ให้ความเห็นใจประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซ้าด ซึ่งนายฟิลิป แฮมมอนด์ บอกว่า เขาผิดหวังต่อพฤติกรรมของนายมิลลิแบนด์ และบอกด้วยว่าเขาหวังว่าอังกฤษจะไม่ถดถอยเข้าไปอยู่ในกลุ่มชาติที่ไม่ยอมดำเนินการใดๆ เพื่อธำรงไว้ซึ่งบรรทัดฐานสากล

                            ผลโหวตที่ออกมา สร้างความอัปยศอย่างใหญ่หลวงให้กับเขา และก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์พิเศษระหว่างอังกฤษกับสหรัฐในอนาคต แหล่งข่าวระบุว่า อังกฤษจำต้องส่งมอบตรา " ผู้ช่วยนายอำเภอ " คืนให้กับสหรัฐ หรือเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้แบทแมน ไม่มีโรบินเป็นผู้ช่วยแล้ว

 

 

ผลมติสภา 'อังกฤษ' กระทบ 'คาเมรอน - โอบามา'

 

                            ผลการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษที่คัดค้านใช้กำลังทหารโจมตีซีเรีย ไม่เพียงสร้างความเสียหน้าให้กับนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแล้ว ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อประธานาธิบดีบารัก โอบามาที่กำลังหาแนวร่วมใช้กำลังสั่งสอนซีเรีย

                            สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ ลงมติ 285 ต่อ 272 เสียงไม่รับญัตติของรัฐบาลที่เสนอให้ใช้ปฏิบัติการทหารลงโทษซีเรียที่ใช้อาวุธเคมี แม้ว่านายกรัฐมนตรีคาเมรอน โน้มน้าวโดยยกเหตุผลว่า รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีถึง 14 ครั้ง พร้อมกับยืนยันว่าแผนการใช้กำลังทหารเป็นเพียงการตอบโต้ต่ออาชญากรรมสงครามและมีความชอบธรรมตามกฎหมาย โดยไม่ได้เลือกข้างสนับสนุนฝ่ายใดในซีเรีย และก่อนการเริ่มอภิปราย รัฐบาลได้เปิดเผยเอกสารเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีจริงด้วย

                            ส.ส.พรรคฝ่ายค้านโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อนด้วยประเด็นว่ารัฐบาลใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจใช้กำลังทหาร โดยแนะเพื่อนส.ส.ว่าอย่าด่วนตัดสินใจตามกรอบเวลาที่กำหนดโดยสหรัฐ พร้อมทั้งเตือนว่าการเลือกใช้กำลังทหารในซีเรีย จะกลายเป็นการเลือกข้างสนับสนุนฝ่ายกบฏ

                            นักวิจารณ์บอกว่านับเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีแพ้โหวตมติเกี่ยวกับสงครามในรอบเกือบ 231 ปีนับตั้งแต่ปี 2325 และอาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความหวังของคาเมรอน ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สองในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2558

                            นอกจากนี้ผลมติยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อโอบามา ที่หมดหวังกับการขอมติอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และกำลังพยายามรวบรวมแนวร่วมชาติพันธมิตรเพื่อใช้ปฏิบัติการทหารกับซีเรีย ในขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสที่ร่วมฟังสรุปข้อมูลข่าวกรองจากรัฐบาลผ่านการประชุมทางโทรศัพท์ ยังไม่มั่นใจกับหลักฐานที่อ้างว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชน และท้วงติงว่า รัฐบาลไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวทางเลือกต่างๆ ในการใช้ปฏิบัติการทหาร ไม่กำหนดกรอบเวลาของปฏิบัติการ และไม่ระบุถึงแผนจัดสรรงบประมาณ พร้อมทั้งเตือนว่า หากโอบามา ไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักมากพอ เขาจะมีปัญหาแน่กับทั้งสภาคองเกรส และชาวอเมริกัน

                            ขณะที่ทีมตรวจอาวุธเคมีของสหประชาชาติมีกำหนดเสร็จสิ้นการลงพื้นที่เก็บหลักฐานเกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีในซีเรียวันศุกร์นี้ และจะเดินทางออกจากซีเรียในวันเสาร์ เพื่อรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นแก่เลขาธิการยูเอ็น นายบัน คี-มุน ในช่วงสุดสัปดาห์แต่ยังไม่แน่ชัดว่าทีมตรวจอาวุธจะสรุปรายงานฉบับสมบูรณ์ได้เมื่อไหร่ ขณะที่ผลการตรวจสอบจะไม่สรุปว่าการใช้อาวุธเคมีเป็นฝีมือของฝ่ายใด

 

 

ผู้เชี่ยวชาญชี้ 'ผู้นำซีเรีย' ครองคลังอาวุธร้ายแรง - ยากที่ชาติตะวันตกจะทำลายได้

 

                            ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงนานาชาติ ระบุว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซ้าด ของซีเรีย เป็นผู้บัญชาการคลังอาวุธเคมีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังได้รับการคาดหมายว่า จะรอดพ้นจากการโจมตีใดๆ จากชาติตะวันตก โดยที่อาวุธของเขาก็ไม่ถูกทำลายด้วย

                            การที่คลังอาวุธเคมีเหล่านี้ มีอยู่ราว 50 แห่ง และส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้หรือใจกลางเมือง ดังนั้นความพยายามที่จะกำจัดหรือทำลายแก๊สพิษ และแก๊สทำลายประสาทของรัฐบาล จะต้องใช้การบุกทางภาคพื้นดินด้วยกองกำลังจำนวนมาก ซึ่งมีแนวโน้มว่า จะไม่มีชาติใดที่ได้รับการพิจารณาว่า น่าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังผสมที่จะถูกตั้งขึ้นเพื่อสานเจตนารมย์ที่ว่านี้ ให้การสนับสนุนอย่างแน่นอน

                            แม้ว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐและพันธมิตร จะทราบที่ตั้งของคลังเก็บแก๊สซาริน , แก๊สมัสตาด หรือ วีเอ็กซ์ แต่นักวิเคราะห์มองว่า แต่แนวโน้มของความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศก็มีน้อยมาก เนื่องจากแสนยานุภาพในการป้องกันภัยทางอากาศของซีเรีย และความเสี่ยงที่การทิ้งระเบิดโจมตีจะส่งผลให้แก๊สมรณะฟุ้งกระจาย

                            ขณะที่สหรัฐและชาติอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจใช้แนวทางตอบโต้อย่างเหมาะสม กับข้อสงสัยที่ว่า ประธานาธิบดีอัสซ้าด ใช้อาวุธเคมีโจมตีชานกรุงดามัสกัส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนนั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ทางทหารของตะวันตก ต่างสรุปในรายงานว่า ไม่มีทางที่จะโจมตีเป้าหมายที่เป็นคลังเก็บอาวุธที่มีประสิทธิภาพทำลายล้างสูงเหล่านี้ได้ด้วยปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ และการที่่สหรัฐหรือยุโรป ไม่ได้ปรารถนาที่จะปฏิบัติภารกิจในขอบเขตที่จำเป็นสำหรับการค้นหาแหล่งที่ตั้ง , ยึด หรือทำให้อาวุธเคมีลดอันตรายลง การปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเกิดขึ้น ก็เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์มากกว่าจะเป็นการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้อาวุธเหล่านี้ ถูกนำมาใช้อีกในอนาคต

                            เป้าหมายอื่นๆ ที่จะน่าถูกโจมตีด้วยปฏิบัติการทางอากาศ ก็คือโรงงานที่ผลิตอาวุธเคมี ซึ่งมีแต่ระเบิด หรือขีปนาวุธเท่านั้น ที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในการทำลายวัตถุดิบก่อนที่มันจะกลายเป็นอาวุธ แต่สตีเฟ่น บุซซี่ อดีตนายทหารแห่งหน่วยกรีน แบเรต์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายต่างประเทศศึกษาของ เฮอริเทจ ฟาวเดชั่น ได้เตือนถึงการสอดแนมที่ผิดพลาดในอดีต ที่ทำให้เชื่อว่า ซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรักมีคลังอาวุธ ที่มีประสิทธิภาพทำลายล้างสูง จนส่งผลให้สหรัฐบุกอิรัก เมื่อปี 2546 โดยบอกว่า ถ้าเชื่อตามข้อมูลล่าสุดที่ว่า ซีเรียมีอาวุธอันตรายเหล่านี้จำนวนหลายตัน ก็เท่าตอนนี้ ซีเรียเป็นมหาอำนาจด้านอาวุธนิวเคลียร์ไปแล้ว

                            ส่วนสตีเฟ่น เวเบอร์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ของ ยูซีท เบิร์คลีย์ ที่เชี่ยวชาญด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างประเทศ ได้ให้ความเห็นว่า การกำจัดอาวุธร้ายแรงของซีเรีย เป็นเรื่องที่น่ากลัวและอันตรายเกินไป เพราะมันเสี่ยงที่จะทำให้อาวุธเคมีฟุ้งกระจาย และถ้าจะดำเนินการให้รอบคอบ ก็ต้องตรวจสอบแหล่งที่ตั้ง และสำรวจว่ามีประชาชนอยู่ในพื้นที่หรือไม่ กระแสลมเป็นอย่างไร แต่ก็ยังเสี่ยงที่จะทำให้สารพิษคร่าชีวิตผู้คนอยู่ดีเช่นกัน

                            เรย์มอนด์ ซิลินส์กัส ผู้อำนวยการโครงการอาวุธชีวภาพของ James Martin Center for Nonproliferation Studies ในเมืองมอนเทอเรย์ ให้ความเห็นว่า ด้วยเพราะยังมีตัวแปร และอีกหลายอย่างที่ยังไม่ทราบ อาจจะทำให้ความสำเร็จในการทำลายอาวุธของซีเรียมีน้อยมาก และในจำนวนตัวแปรเหล่านี้ รวมถึงเป้าลวงที่ทำให้หาอาวุธจริงไม่เจอ ทำให้ความสำเร็จต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

                            โธมัส เอช เฮนริคเซ่น นักวิชาการอาวุโสของ Stanford's Hoover Institution ให้ความเห็นว่า การโจมตีคลังอาวุธเคมีของประธานาธิบดีอัสซ้าด ที่สร้างมานานกว่า 40 ปี อาจจะส่งผลสะท้อนกลับที่รุนแรงกลายเป็นการช่วยกระพือการชวนเชื่อ และสงครามการเมือง เพราะถ้ามีพลเรือนเสียชีวิตจากแก๊สพิษที่ฟุ้งกระจายออกมา โดยมีสาเหตุมาจากระเบิดของชาติตะวันตก รัฐบาลซีเรีย ก็จะใช้เป็นหลักฐานในการกล่าวหาได้ เพราะแม้จะคิดว่า มันจะส่งผลดีในระยะยาวถ้าทำลายอาวุธเหล่าได้ แต่ถ้าทำให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บล้มตาย ก็จะไม่มีใครคิดไกลไปถึงอนาคต เพราะทุกคนล้วนให้ความสนใจแต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเท่านั้น

 

 

'ผู้นำซีเรีย' ยันพร้อมปกป้องประเทศจากการรุกรานของชาติตะวันตก

 

                            สถานีโทรทัศน์ของซีเรียรายงานว่า ประธานาธิบดีอัสซ้าด บอกกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยเมนที่เข้าพบเขาเมื่อวานว่า ซีเรียพร้อมปกป้องประเทศจากการรุกรานใดๆ โดยชาวซีเรียผู้เด็ดเดี่ยวและกองทัพที่กล้าหาญจะมุ่งกำจัดการก่อการร้าย ที่อิสราเอลและชาติตะวันตกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองในการทำลายภูมิภาคนี้ 

                            ขณะที่ทีมตรวจอาวุธเคมีของสหประชาชาติมีกำหนดเสร็จสิ้นการลงพื้นที่เก็บหลักฐานเกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีในวันศุกร์นี้ และเดินทางออกจากซีเรียในวันเสาร์ เพื่อรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นแก่เลขาธิการยูเอ็น นายบัน คี-มุน ในช่วงสุดสัปดาห์แต่ยังไม่แน่ชัดว่าทีมตรวจอาวุธจะสรุปรายงานฉบับสมบูรณ์ได้เมื่อไหร่ ขณะที่ผลการตรวจสอบจะไม่สรุปว่าการใช้อาวุธเคมีเป็นฝีมือของฝ่ายใด

 

 

-----------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP , EPA)