ข่าว

'ประชา'ปฏิเสธข่าวออกหมายจับ'ถาวร-นิพิฏฐ์'

'ประชา'ปฏิเสธข่าวออกหมายจับ'ถาวร-นิพิฏฐ์'

30 ส.ค. 2556

"ประชา"ปฏิเสธข่าว ออกหมายจับ "ถาวร-นิพิฏฐ์" เผยจับเข่าคุย "ปชป." เห็นพ้องร่วมหาทางออก ม็อบสวนยาง กระทบปชช. ด้าน"ผู้ว่าฯโคราช"สั่งตั้งศูนย์คุมเข้มม็อบยาง


 
          วันที่ 30 ส.ค.56  เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มเรียกร้องขึ้นราคายางพารา ที่อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรฯที่ได้ตกลงกับประธานเครือข่ายยางพาราภาคต่าง ๆ ไว้ ก็ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวไปก่อน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รายงานตนเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้แล้วว่าเริ่มรับลงทะเบียนในวันที่ 30 ส.ค.นี้ทันที เปิดลงทะเบียนพร้อมกันทั่วประเทศ เป็นการลงทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางที่มีที่ดินทำไร่ยางพารา ได้ไร่ละ 1,260 บาท ให้กับผู้ครอบครองตั้งแต่ 1-10 ไร่ก่อน ส่วนผู้ครอบครอง 10 ไร่ขึ้นไปนั้นต้องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมครม. ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีให้เกษตรกรได้มาลงทะเบียนเพราะเงินถึงมือเร็ว ถึงมือโดยตรง
 
          รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่ยังมีการชุมนุมอยู่นั้นก็ได้พยายามอธิบายว่าเพื่อประโยชน์เกษตรกรโดยตรงนั้นรัฐมีข้อยุติให้แล้ว ดังนั้นน่าจะทบทวนเรื่องการชุมนุม เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวภาคใต้เป็นอย่างมาก ซึ่งยังมีการพูดคุยกันอยู่ และขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดถนน ทางรถไฟได้ ความเดือดร้อนมีมากจริง ๆ จึงอยากขอให้ผู้ที่ร่วมชุมนุมอยู่นั้นเห็นแก่พี่น้องส่วนรวม
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการพิจารณาใช้กฎหมายในการควบคุมการชุมนุมหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ไปไกลถึงขนาดนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา พี่น้องคนไทยด้วยกันคงพูดคุยกันได้
 
          เมื่อถามว่า จะหยุดได้ก่อนวันที่ 3 ก.ย.ที่เขาจะชุมนุมพร้อมกันทั่วประเทศหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ประเมินไปถึงตรงนั้นขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมอย่างไร เพราะถ้าหยุดได้เร็วก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ทางเหนือ และอีสานมีความเข้าใจดีแล้วก็อาจไม่มีการชุมนุม แต่ทางภาคใต้นั้นมีผลกระทบมาก เช่น นายกสมาคมรถบรรทุกแห่งประเทศไทยก็มายื่นหนังสือถึงตนแล้วว่ามีผลกระทบมากจริงๆ ถ้า 3 ก.ย.นี้เขายังชุมนุมอยู่เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะขณะนี้ก็ยังยึดหลักการพูดคุยกันอยู่
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้หารือกับนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องนอกรอบหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมาที่รัฐสภา ตนได้ไปนั่งคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายประเสริฐ พงศ์สุวรรณศิริ ส.ส.ภาคใต้พรรคปชป. แต่ยังไม่ได้คุยกับนายถาวร เสนเนียม อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยทุกคนก็บอกกับตนว่าเห็นด้วยว่าจะไปชุมนุมกันทำไม ชุมนุมแล้วประชาชนเดือดร้อน ได้รับผลกระทบกันอย่างมาก เราได้หารือกันว่าจะทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตรงนี้ให้ได้ เพราะรัฐเข้าใจดีว่าการชุมนุมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน แม้จะมีทั้งเกษตรกรตัวจริงและที่ใม่ใช่ แต่ขณะนี้การชุมนุมเลยเถิดขั้นตอนกฎหมายแล้ว แต่ถึงเวลานี้รัฐยังไม่ได้ใช้ขั้นตอนของกฎหมายอย่างที่ถูกถามๆกัน
 
          พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า “เมื่อวานที่ผมคุยกับรองฯสุเทพ ผมบอกว่าให้ช่วยหาทางยุติหน่อย จะทำอย่างไร มันกระทบบ้านเรานะ รองฯสุเทพบอกว่าผมก็รู้อยู่ว่ากระทบ ความจริงน่าจะคุยกันรู้เรื่องนะ ท่านสุเทพเองก็พูดถึงประเด็นนี้”
 
          เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าเตรียมออกหมายจับนายถาวร เสนเนียม กับนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองนายกฯ กล่าวว่า “คงไม่ถึงขั้นนั้น ไม่มี ยังไม่ถึงนักการเมือง และถึงแม้ว่ามีการปรากฎตัวในที่ชุมนุมก็ออกหมายจับไม่ได้ การที่ส.ส.ไปปรากฏตัวแล้วจะไปออกหมายจับเลยนั้นคงไม่ใช่นั่นจะเป็นการลุแก่อำนาจเกินไป ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของส.ส. อย่างไรก็ตามยังต้องตามสถานการณ์ในพื้นที่ไปเรื่อย ๆ”
 
          เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อาจเสนอให้ใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมที่นครศรีธรรมราช พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ก็สุดแท้แต่การประเมินสถานการณ์ของฝ่ายความมั่นคง ตนเองคนเดียวตัดสินใจไม่ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คิดถึงการใช้กฎหมายดังกล่าว

 

 

"ผู้ว่าฯโคราช"สั่งตั้งศูนย์คุมเข้มม็อบยาง ระดมตำรวจ 5 กองร้อย คุมฝูงชน

               
         นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ที่นัดชุมนุมกันทั่วประเทศในวันที่ 3 กันยายนนี้ ว่า ในส่วนของ จ.นครราชสีมา ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของเกษตรกรดังกล่าวที่บริเวณชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ โดยมีปลัดอำเภอเป็นผู้ติดตามและรายงานความเคลื่อนไหวเป็นระยะ พร้อมประสานงานไปยัง ส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มเกษตรกร ให้ตระหนักถึงความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง และให้เข้าใจถึงแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่พยายามช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มทุกภาคของประเทศ รวมทั้งได้สั่งการไปยังสำนักทางหลวงที่ 8 นครราชสีมา ให้จัดทำป้ายเลี่ยงทาง เมื่อมีเหตุการณ์การชุมนุมเกิดขึ้น พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในช่วงที่ติดป้ายเลี่ยงทางไปใช้เส้นทางอื่นให้แก่ผู้สัญจรด้วย นอกจากนี้ยังได้ขอกำลังสนับสนุนไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เตรียมชุดกองร้อยควบคุมฝูงชนประมาณ 5 กองร้อย กองร้อยละ 155 นาย รวม 775 นาย ไว้ควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อยของการชุมนุม และได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 7 จังหวัดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ให้เตรียมพร้อมในที่ตั้ง หากมีเหตุการณ์รุนแรงสามารถจัดกำลังเสริมได้ทันที และยังจัดชุดอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จำนวน 100 นายเพื่อสนับสนุนกองกำลังของตำรวจอีกด้วย ทั้งนี้ตนได้กำชับกับทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้มีการปิดถนน และไม่ใช้กำลัง ให้เน้นที่การเจรจาเป็นหลัก โดยประเมินไว้ว่าหากมีการเดินทางมาชุมนุมของพี่น้องประชาชนชาวสวนยางจริง คงไม่เกิน 3,000 คน

 

               
ชาวสวนยางสงขลา หนุนม็อบเรียกร้องราคายางตกต่ำ

 

         เกษตรกรชาวสวนยางใน จ.สงขลา โดยเฉพาะลูกจ้างกรีดยาง ยังคงกรีดยางไม่หยุดแม้ราคายางพาราจะตกต่ำ โดยต้องใช้วิธีต่อมีดกรีดยางบนยอด หรือยางฉอย ซึ่งยากกว่าปกติ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวบรรเทาความเดือดร้อน ขณะที่ภาพรวมชาวสวนยางสงขลาส่วนใหญ่ไม่เข้าร่วมชุมนุมในวันที่ 3 กันยายน นี้แต่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่ราคายางต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ100 บาท

         แม้ราคายางพาราจะตกต่ำแต่เกษตรกรชาวสวนยางในจ.สงขลา ยังคงเดินหน้ากรีดยางพารา โดยเฉพาะในกลุ่มของลูกจ้างกรีดยาง เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว โดยบางรายต้องใช้วิธีต่อมีดกรีดยางกับไม้ยาวกว่าสองเมตรเพื่อกรีดยางบนยอดที่อยู่สูงขึ้นไปจากพื้นที่หรือที่เรียกว่ายางฉอยและต้องกรีด 2-3 หน้ากว่าจะได้น้ำยางซึ่งยากกว่าปกติก็ตาม

         นายมูสา เหล็มปาน อายุ 46 ปี ชาวจ.พัทลุง ซึ่งอพยพครอบครัวมารับจ้างกรีดยางอยู่ในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และต้องใช้วิธีต่อมีดกรีดยางเพื่อกรีดยางที่อยู่สูงขึ้นไปเกือบสามเมตรเปิดเผยว่าปัญหาราคายางพาราตกต่ำส่งผลกระทบกับกลุ่มของผู้ที่มีอาชีพรับจ้างกรีดยางอย่างหนักเนื่องจากต้องแบ่งกับเจ้าของสวน 50-50 หรือ 60-40 มีรายได้เพียงแค่พอใช้จ่ายรายวันไม่มีเหลือเพราะค่าครองชีพอย่างอื่นสูงหมดทั้งน้ำมัน ของกินของใช้ที่จำเป็นในครัวเรือน จึงจำเป็นต้องกรีดยางทุกวันแม้จะเหนื่อยกว่าเดิมก็ตาม จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือโดยราคาที่เกษตรพออยู่ได้ต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท

         ขณะที่ราคายางพารา โดยเฉพาะน้ำยางที่เกษตรกรส่วนใหญ่หันมาขายแทนยางแผ่นเพื่อลดทนทุนในวันนี้ตามจุดรับซื้อน้ำยางของเอกชนในหมู่บ้านต่างๆ ลดลงมาเหลือกิโลกรัมละ 70 บาทจากเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ71 บาทส่วนยางก้นถ้วยหรือขี้ยางกิโลกรัมละ 30 บาท

         สำหรับการชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศในวันที่ 3 กันยายน นี้ ภาพรวมของเกษตรชาวสวนยางใน จ.สงขลา ส่วนใหญ่จะไม่เดินทางไปเข้าร่วม แต่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของเครือข่ายชาวสวนยาง