
สลดแม่ติดคุก!ลูก4ขวบถูกข่มขืนยับ
สลด!แม่ถูกจับติดคุก 2 เดือน ส่งลูกไปฝากเลี้ยงสถานสงเคราะห์ พอพ้นโทษรับลูกกลับบ้านถึงกับช็อก หนูน้อย 4 ขวบ ถูกข่มขืนยับ ตร.พาเด็กไปชี้ตัวคนร้ายจนจับได้คาบ้านพัก
เหตุการณ์เศร้าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัยเพียง 4 ขวบรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 30 สิงหาคม พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก น.ส.วรรณพร ศรีนัคเรศ เจ้าหน้าที่กิจการพิเศษเมืองพัทยาว่า มีแม่พาลูกสาวถูกทำร้ายร่างกาย และข่มขืนกระทำชำเรา เข้ารักษาตัวอยู่โรงพยาบาลบางละมุง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลพบ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี กำลังร้องไห้มีอาการคล้ายคนคลุ้มคลั่งควบคุมสติไม่อยู่ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามช่วยกันปลอบโยนจนเรียกสติกลับคืนมาได้ ส่วน ด.ญ.บี (นามสมมุติ) ลูกสาว อายุ 4 ปี แพทย์รับตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บเนื่องจากถูกทำร้าย มีรอยฟกช้ำตามร่างกาย มีไข้สูง จากการถูกข่มขืนจนอวัยวะเพศฉีกขาด ปูดบวมแเดง และมีเลือดไหล ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
จากการสอบปากคำ น.ส.เอ แม่ของเด็ก ให้การว่าตนทำงานอยู่ที่บาร์แห่งหนึ่งในเมืองพัทยาและพักอาศัยอยู่กับลูกสาวเพียงลำพัง 2 คนในห้องพักย่านพัทยาใต้ แต่ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน ตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด จึงติดต่อญาติให้ช่วยพาลูกสาวไปฝากไว้กับสถานสงเคราะห์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ ต.โรงโป๊ะ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
น.ส.เอ กล่าวต่อว่า หลังจากพ้นโทษมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงได้ไปติดต่อที่บ้านพักเด็กฯ เพื่อขอรับลูกสาวกลับมาเลี้ยง กระทั่งช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ของบ้านพักเด็กฯ ทราบชื่อเพียงว่า น.ส.พัน ได้พาลูกสาวมาส่งให้ถึงห้องพักย่านพัทยาใต้ แต่พบว่าลูกสาวมีอาการแปลกๆ จนกระทั่งตกดึกมีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศ รูทวารหนัก และมีอาการบวมปูด ภาพที่เห็นทำให้ตกใจจนแทบช็อก
แม่เด็ก กล่าวอีกว่า เมื่อสอบถามความจริงกับลูกจึงทราบว่า ขณะที่พักอยู่ในบ้านพักเด็กฯ ถูกผู้ชายที่อายุมากกว่าหลายคน ข่มขืนกระทำชำเราทั้งทางอวัยวะเพศและรูทวารหนักทุกวันตั้งแต่เข้าไปอยู่ในบ้านพักเด็ก และครั้งล่าสุดช่วงเช้าก่อนออกมาจากบ้านพักเด็กยังถูกข่มขืนอีกจนเป็นไข้ จึงติดต่อไปหา น.ส.วรรณพร ซึ่งเป็นคนรู้จักกัน ก็ได้รับคำแนะนำให้พาลูกไปรักษาที่โรงพยาบาลก่อนแล้วจึงแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน พ.ต.อ.ศุภชัย ได้มอบเงินสดส่วนตัวจำนวน 2,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจแก่แม่ของเด็ก พร้อมกล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนติดต่อไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงของคดี หากพบว่าเด็กถูกข่มขืนจริงก็จะดำเนินคดีเอาผิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.ศุภชัยพร้อมด้วย พ.ต.ท.จักรินทร์ ทั่วสุภาพ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.นิตย์ วิธินันทกิตต์ สว.สส. สภ.บางละมุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพา ด.ญ.บีไปที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี พร้อมประสาน นางเสาวนีย์ โขมพัตร ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ เพื่อชี้ตัวผู้ต้องสงสัยข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.บี
เมื่อไปถึง ด.ญ.บี ได้ตรงไปชี้ตัวชายพิการซึ่งนอนอยู่บนเตียงในหอพักชาย ทราบชื่อคือนายน้อย คำศรี อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/91 หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.บางละมุง เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยให้การปฏิเสธ
จากการสอบปากคำนายน้อย ให้การว่า อดีตตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ยศ ส.ต.ท. แต่ถูกไล่ออกเพราะถูกจับคดีค้ายาเสพติดเมื่อปี 2518 ต่อมาเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมจนขาขวาใช้การไม่ได้ ต้องกลายเป็นคนพิการ ไม่มีใครดูแลจึงทำหนังสือขอไปพักอาศัยที่สถานสงเคราะห์คนพิการบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา อาศัยอยู่ที่นั่นนานหลายปี และขอย้ายไปรักษาตัวที่ศูนย์สงเคราะห์ที่ จ.ระยอง
นายน้อย ให้การว่า ระหว่างรอการส่งตัวเจ้าหน้าที่ได้ทำเรื่องให้ตนมาพักอาศัยชั่วคราวที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ขณะอยู่ที่นี่เกือบ 1 เดือน ได้รู้จักเด็กหลายคน หนึ่งในนั้นคือ ด.ญ.บี โดยเกือบทุกคนก็มักจะมาเล่นกับตนและช่วยเข็นรถวีลแชร์ให้ โดยที่ตนก็ไม่เคยคิดมิดีมิร้ายกับเด็ก
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ จึงได้ควบคุมตัวนายน้อยไว้เพื่อรอนางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
ขณะที่นางปวีณา ซึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ แล้ว รู้สึกสะเทือนใจและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งที่ พม.เป็นกระทรวงหลักที่ดูแลงานด้านสังคม คนที่ทำงานต้องมีจิตใจอุทิศเสียสละและให้ความสำคัญสร้างความอบอุ่นแก่เด็กและสตรีเป็นอย่างมาก ยิ่งมาเกิดเหตุการณ์ในบ้านพักเด็กและครอบครัวที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองรองจากบ้านหลังแรกที่อาจจะแย่อยู่แล้ว แต่ต้องมาเจอเหตุการณ์เลวร้าย จึงไม่สมควรอย่างยิ่ง
"หากพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดกระทำผิดหรือปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายจะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด ไม่ปล่อยเอาไว้อย่างแน่นอน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าว
นางปวีณา กล่าวด้วยว่า พม.มีนโยบายตั้งคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัด พม.ทุกจังหวัด รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัวทุกแห่ง และยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจะเร่งให้คณะทำงานลงพื้นที่ตรวจความพร้อมแต่ละแห่งในสัปดาห์หน้าทันที และจะให้มีการสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเด็กทั้งหมดด้วย



