ข่าว

ศิลป์ธรรมชาติในน้ำไวน์

ศิลป์ธรรมชาติในน้ำไวน์

31 ส.ค. 2556

เวิลด์วาไรตี้ : ศิลป์ธรรมชาติในน้ำไวน์

 

                          ไวน์ เมรัยอมตะ ที่ยึดโยงเข้ากับอารยธรรมมนุษยชาติตั้งแต่สมัยอาณาจักรอียิปต์โบราณเมื่อกว่า 5,000 ปีที่แล้ว ก่อนที่ไวน์น้ำผลไม้หมักจะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในอาณาจักรโรมันและเป็นเหตุให้ชาวโรมันต้องบุกยึดดินแดนข้างเคียงที่เป็นเขตที่ปลูกองุ่นได้ดีมาอยู่ภายใต้อุ้งมือ เพื่อเหตุผลง่ายๆว่า ชาวโรมันจะได้มีไวน์ดื่มกินกันอย่างฟุ่มเฟือยตลอดทั้งปี

                          ไวน์ เกิดจากการนำน้ำผลไม้มาหมักกับยีสต์ที่จะแปรเปลี่ยนน้ำตาลในน้ำผลไม้ (ส่วนใหญ่จะใช้องุ่น) ให้เป็นแอลกอฮอล์ และนำไปผ่านการกรอง ปรุงแต่งรสและกลิ่น ก่อนนำมาบรรจุขวดและดื่มกินกันในที่สุด ดังนั้นไวน์จะแตกต่างจากคอนยัคที่ใช้องุ่นเป็นต้นกำเนิดเช่นเดียวกันที่กระบวนการผลิต โดยคอนยัคจะผ่านกระบวนการกลั่นเพื่อนำแอลกอฮอล์ที่ได้ไปหมักในถังไม้โอ๊คเพื่อให้ได้กลิ่นไม้และกลิ่นอื่นๆ ในถังหมักตามแต่สูตรของผู้ผลิตแต่ละราย

                          ดังนั้น รสชาติและกลิ่นของไวน์จะขึ้นอยู่กับสารอินทรีย์ที่อยู่ในน้ำองุ่น เช่น กรดแทนนิน ที่ให้รสฝาด น้ำตาล ที่ให้รสหวาน และแอลกอฮอล์ที่เกิดจากการหมัก ที่ให้ความรู้สึกเมาเมื่อดื่มเข้าไปมากๆ

                          แต่ไวน์ยังซ่อนความลับสำคัญไว้อีกประการที่น้อยคนนักจะคิดถึง และพยายามค้นหา ก็คือ ความงดงามของเกล็ดอนุมูลอินทรีย์ที่เป็นต้นกำเนิดของรสชาติและกลิ่นของไวน์ ดังที่ดอกเตอร์ แกรี่ กรีนเบิร์ก นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็ก เพียรพยายามค้นหาศิลปะที่ซ่อนไว้ในเนื้อไวน์ชนิดต่างๆ และได้ผลเป็นภาพเกล็ดน้ำตาล เกล็ดอนุมูลสารอินทรีย์ที่มีรูปร่างและสีสันต่างๆ ซ่อนอยู่ในเนื้อไวน์เช่นภาพที่นำมาประกอบ

                          ดอกเตอร์กรีนเบิร์กใช้หยดของไวน์มาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่เชื่อมต่อกับกล้องถ่ายรูป ก่อนขยายภาพหลายร้อยเท่าจนสามารถเห็นงานศิลป์ที่ซุกซ่อนอยู่ในเนื้อไวน์เช่นนี้ เขาได้นำเอาไวน์ที่ผลิตจากองุ่นพันธุ์ แมร์โล โบโยเลส์ และซินฟานเดล มาส่องและก็พบว่าอนุมูลสารอินทรีย์ที่อยู่ในเนื้อไวน์จากองุ่นแต่ละพันธุ์ก็มีความแตกต่างกัน และนั่นก็สามารถเชื่อมโยงกับความจริงที่ว่าองุ่นแต่ละพันธุ์มีรสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป

                          แต่ไม่ว่าจะอย่างไรผลงานของดอกเตอร์กรีนเบิร์กถือได้ว่าเป็นงานศิลป์ที่ถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติที่น้อยคนนักจะคิดถึง เพียงดื่มด่ำกับรสชาติของไวน์โดยไม่ได้คิดถึงมุมมองอันลึกซึ้งเช่นนี้